2008/May/17

เมื่อวานผมเหนื่อยมากเลย .. แต่ก็เป็นวันที่ดีวันหนึ่ง ..

เริ่มจากเข้านอนตอน 6 โมงกว่า แล้วตื่นมา สิบโมง ... สิบโมง!! ผมตั้งปลุกไว้ 8 โมงแท้ๆ
ผมนัดประชุมกับผู้บริหารบริษัทหนึ่ง และทราบว่าลูกค้าจะเลี้ยงข้าวเที่ยงด้วย
ลืมตามาปุ๊ปก็รีบพริ้นเอกสารต่างๆ เพราะตอนบ่ายนัดเพื่อนไว้ว่าจะไปช่วยถ่ายรูปน้องสาว
(เลยไม่แบกโน๊ตบุ๊คไป เพราะต้องเอากล้องออกไปสำหรับนัดบ่าย)
ซึ่งจะถ่ายรูปแนบใบสมัครเพื่อประกวดร้องเพลงอะไรสักอย่าง .. ผมยังไม่รู้สถานที่
แต่ก็พยายามนัดให้ไปหาที่สวนสาธารณะสักแห่ง และภาวนาอย่าให้เป็นวันที่ฝนตก
(มีแดดเถอะ เพี๊ยง!!)

ไปถึงลูกค้ากำลังประชุมกันไปก่อน .. มีนักการเมือง (อีกแล้ว -_-') ที่ผมเคยร่วมงานมาด้วยท่านหนึ่ง
ด้วยความรู้สึกผิด ไปถึงก็จดๆ แสดงความเห็น และพรีเซนท์เอกสาร .. คุยเรื่องตัวเลข
พอเริ่มผ่อนคลาย อาหารเที่ยงก็มา .. เป็นชุดอาหารญี่ปุ่น .. โอ้ .. ตอนภาวนาผมลืมขอให้ไม่ใช่อาหารญี่ปุ่น
เพราะการค่อยๆคีบตะเกียบตอนท้องหิว ต่อหน้าลูกค้า .. มันเป็นเรื่องที่ลดทอนรสชาติอาหารพอสมควร
ลูกค้าอายุประมาณ 40 เป็นเจ้าของกิจการที่คุยเรื่องการซื้อเกาะสักแห่งของประเทศเรา ... บนโต๊ะอาหาร
ถึงจะร่วมโต๊ะด้วยแต่ผมก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรมาก .. บางทีมันก็เป็นเรื่องจำเป็น สำหรับเรื่องงาน

ฝนตกหนักพอประมาณระหว่างทานอาหาร .. เราคุยเรื่องตัวเลขสับเพเหระ (ทำให้ผมนึกถึงคณิตศาสตร์ของ
เอ็ดดี้ขึ้นมาเชียว ^-^') ผมเกือบลืมเรื่องนัดตอนบ่ายสอง .. หยิบโทรศัพท์ออกมาดูเจอ 7 misscalled!!
หลังจากโทรกลับไปหาเพื่อนๆแนะนำให้นั่งแท๊กซี่จากออนนุชไป สุขาภิบาล 3 (ผมยังนึกภาพไม่ออกว่าแถวไหน)
โอเค .. หลังจากประชุมเสร็จ เดินไปซัดกาแฟเย็นแก้วนึง .. แล้วไปสุขาภิบาล 3 ..
ผมถึงได้รู้ว่า ... เพื่อนคงลืมพูด หรือผมจะไม่ได้ยินคำว่า "ไกล" ทางโทรศัพท์

ไปถึง .. ก่อนแดดจะหมด น้องสาวเพื่อนต้องการเพียง 4 รูป .. สำหรับแนบใบสมัคร
กว่าจะเสร็จถ่ายไป 50 รูปแบบพอดิบพอดี -_-' มันเป็นอย่างนี้เสมอ ผมพอเข้าใจ
หลังจากนั้นผมมีเวลา ประมาณชั่วโมงหนึ่ง รอเพื่อนไปส่ง ทานข้าวด้วยกัน .. ผมเลยเดินเล่น ไปเรื่อยๆ ...

สุขาภิบาล 3 อากาศดี .. ผมได้ถ่ายรูปเล่นบ้าง .. อย่างที่ต้องการ


ผึ้งที่กำลังดูดเกษรจากดอกแก้ว ..
ผมพึ่งเคยถ่ายผึ้ง ^-^ เลยได้รู้ว่า เรามีเวลาแค่ 1-2 วิในการปรับโฟกัสและกดชัตเตอร์
เพราะไม่งั้นมันจะกระโดดไปยังอีกดอกหนึ่งอย่างรวดเร็ว .. และมันจะหายวับไปจากช่องมองภาพทันที


เจ้าตัวนี้ทำเนียนๆ ฟรอม์ว่าเป็นผึ้งแหงๆ -_-' แต่ข้อดีคือ มันอยู่นิ่งๆ .. อย่างง่ายดาย


อันนี้เป็นลูกอะไรก็ไม่รู้ .. แต่ตอนเห็นครั้งแรก ผมว่ามันสวยเหมือนต้นกาแฟเลย
(แต่เม็ดๆมันโตกว่านะ) ดูเขียวชอุ่ม ตัดกับสีแดงๆสวยดี ^-^



ต้นนี้เหมือน "ชวนชม" เลย แต่สีไม่จัดเท่า .. สวยดีเหมือนกัน

ผมเดินถ่ายรูปเล่นเรื่อยเปื่อย ระหว่างรอเพื่อน .. เริ่มมีคนเดินเข้ามาคุยด้วยบ้าง
เพราะแถวนั้น ไม่ค่อยมีใครไปเดินเล่นกัน โดยเฉพาะเมื่อคุณเดินถือกล้อง ซุ่มไป - มาตามริมทาง
บางคนขี่จักรยานผ่านมาถามว่าเป็นนักข่าวเหรอ -_-' , มาแอบถ่ายดาราเหรอ?
ซอยโน้น มีบ้านดาราด้วยนะ .. เอ่อ ผมพอเข้าใจว่าคนแปลกหน้ามาเดินถ่ายรูปในซอยระแวกบ้าน
อาจจะเป็นเรื่องเล่าชั้นดีประกอบมื้อเย็น แน่นอน เราเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องทำความคุ้นเคย
เพราะมันไม่ใช่เรื่องปรกติ สำหรับใครทั้งนั้น ^-^

สักพักเด็กๆ ก็มา ... อ่า .. เรื่องปรกติถ้าคุณเดินถือกล้อง .. ผมได้ยินเสียงซุบซิบ
เด็กๆเข้าใจว่าผมเป็นนักข่าว (อีกแล้ว) ผมพยายามอธิบายว่า "ถ่ายเล่นๆ" แต่ผมเริ่มสนุก
กับชุมชนแถวนี้แล้วบ้างเหมือนกัน ก็เลยเดินไปคุยไป กับเด็กๆ .. มีบางคนแม่เดินมาตาม
คงเพราะเห็นคุยกับคนแปลกหน้า .. ผมเลยต้องคุยกับคุณแม่ไปด้วย
พอเข้าใจเลยยอมปล่อยเด็กๆมาเดินเล่นด้วยกัน

ผมนึกถึงสมัยตอนเป็นเด็ก .. ผมไม่มีโอกาสเจอผู้ใหญ่ที่คุยด้วยแบบเป็นกันเองสักเท่าไร
ผมแอบคิดว่าบางทีใครบางคนตรงนี้ อาจจะเอาเรื่องนักข่าวปลอมๆ ไปคุยกับเพื่อนที่โรงเรียน
เขาอาจจะจำภาพของการถ่ายรูปไปอีกนาน หรืออาจจะกลายไปเป็นช่างภาพก็ได้
อย่าพึ่งเข้าใจว่าผมสำคัญตัวเองไปนิดนะ .. ผมแค่รู้สึกว่า บางครั้ง เรื่องเล็กๆเหล่านี้แหล่ะ
ที่กลายเป็นจุดพลักดันอะไรสักอย่าง .. เราอาจไม่รู้ จนกระทั่งมีเวลาได้ย้อนมอง ซึ่งเรามักไม่ได้ทำกัน


ผมเดินถ่ายรูปกับเด็กๆพอเพลิน .. แล้วเลยหันมาถ่ายพวกเขาบ้าง


มันเป็นเรื่องสนุกเสมอ .. เมื่อเราเป็นเด็ก ^-^ ผมชอบนะ ไม่ต้องซับซ้อน ไม่ต้องมากเรื่อง
แค่คุณฟังเขา .. รับทราบเงื่อนไข แล้วก็เล่นไปด้วยกัน


ผมนั่งรถเพื่อนที่ออกมาส่งทานข้าวด้วยกัน แล้วขอตัวนั่งรถเมล์กลับมาเอง
เพราะรู้สึกเหนื่อยมากๆวันหนึ่ง ..

ผมกลับมาหลับเป็นตาย .. ตื่นขึ้นมาตอนตี 2 ทานอาหาร ออกกำลังกาย นั่งดูหนัง UBC , ไล่ดูรูป
พิมพ์ entry นี้ จนตอนนี้ปาเข้าไป 6.15 แล้ว .. ผมว่าจะออกไปวิ่งเสียหน่อย

เริ่มวันใหม่อีกแล้วล่ะ .. อรุณสวัสดิ์ เพื่อยเอย

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ปล.บางครั้งผมก็อยากเล่าเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวบ้าง , ผมไม่ใช่ Artist แน่ล่ะ ชีวิตจริงพวกเราล้วนยุ่งยาก
แต่จะทำยังไงได้ .. มองในแง่ดี แล้วค่อยๆเดินไปกับมันอย่างมีความสุข เหมือนวันยาวๆวันหนึ่งที่พึ่งผ่านไป
เราจะได้ .. มีกำลังใจลุยต่อไปในชีวิตจริงกัน ^-^

 

2008/May/15

คราวที่แล้วได้ลองเอางานของโมเน่ห์ (Claude Monet) มาลองวาดแบบสีน้ำดู
ขออ้างอิงภาพซ้ำนิดนึงนะ




การวาดแบบนี้นั้น เรียกได้ว่า รี-โปรดักส์ กลายๆ เพราะเป็นการค่อยๆเรียนรู้จากการวาด
เลียนแบบผลงานในอดีตแต่ที่บอกว่ารี-โปรดักส์กลายๆนั้น เพราะเราใช้สีน้ำ
ไม่ได้พยายามเลียนแบบให้หมดซึ่งจะต้องดูถึงสีที่ศิลปินใช้ และวัสดุอื่นๆ ..

คราวนี้ผมลองนำงานของเดอกาส์ (Edgar Degas) มาวาดบ้าง ออกมาเป็นแบบนี้ ^-^


ในเวอร์ชั่นจริงนั้น เดอกาส์จะใช้สีพาสเทลในการวาด (คล้ายๆสีแท่งๆ ตอนเด็กๆที่เราใช้กัน
แต่คุณภาพต่างกับสีตอนเราใช้ตอนเด็กๆฟ้ากับเหวครับ ^-^') เส้นเลยออกมาแบบดรออิ้งซะเยอะ
แต่ก็ได้บรรยากาศสนุกๆดีนะ ..

จริงๆตอนนี้บางคนอาจจะไม่รู้ว่า เราได้รู้จักศิลปินในกลุ่ม อิมเพรสชั่นนิมส์ (Impressionism)
ของฝรั่งถึง 2 คนแล้ว ไว้ครบ 3 คนแล้วค่อยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังนะ -_-' อ่ะ มีกั๊ก !!

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

มีบางเรื่องที่น่าสนใจของเดอการ์ อยากเล่าให้ฟังน่ะครับ


เอ็ดการ์ เดอกาส์ (Edgar Degas) เป็นชาวฝรั่งเศส เกิดในกรุงปารีส มีพ่อเป็นนายธนาคาร
และเขาเรียนจบกฏหมาย (คล้ายนายกชวนเลย เรียนศิลปะมาแล้วไปต่อกฏหมาย *แกเป็นรุ่นลุง รร.ผมนะนั่น)
เล่ากันว่าเดอกาส์เรียนกฏหมายตามที่บิดาอยากให้เป็น แล้วจึงไปเรียนโรงเรียนศิลปะในภายหลัง
(ศึกษาที่ Ecole des Beaux-Arts) เขาร่ำเรียนศิลปะอย่างหนัก (ส่วนใหญ่ด้วยการคัดลอกผลงาน
ของศิลปินยุคก่อนหน้า เช่น มิเคลันเจโล, ราฟาเอล) จนกระทั่งชำนาญมาก จนกระทั่งได้พบกับมาเนต์*
(ผู้นำศิลปินกลุ่มอิมเพรสชั่นนิมส์) หลังจากนั้นเขาก็สร้างสรรค์งานภายใต้แนวความคิดเดียวกับ
อิมเพรสชั่นนิมส์ตลอดมา ..

เพิ่มเติมผลงานภาพบางส่วนของเดอกาส์ อีกหนึ่งศิลปินที่ผมค่อนข้างชื่นชม ^-^







เราอาจได้ยินคำว่า อิมเพรสชั่นนิมส์กันบ่อย .. นอกจากภาพแต้มๆแล้ว
แท้จริงมันหมายถึงอะไร .. อืม .. นั่นสิ -_-' ปูเรื่องไว้ทำภาคต่อดีกว่า 55



2008/May/14

วันนี้ฟ้าครึ้ม .. เพื่อนสาวคนนึงในกรุงเทพเรียกอากาศแบบนี้ว่า "อากาศดีๆ น่ามีความรัก"
ฟังดูน่ารัก เหมาะกับความเป็นคนมีการศึกษาดี .. ทำไมน่ะเหรอ

เพราะอากาศแบบนี้ เพื่อนสาวคนหนึ่งที่เชียงใหม่กลับพูดว่า "บรรยากาศน่าเสียตั๋วขน๊าด!!"
("บรรยากาศน่าเสียตัวมากเลยนะแก" ประมาณนั้น) -_-'

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

ผมมีงานแต่ต้องอ่านหนังสือเพิ่มเติม เพราะเก่งเกินไป 55 (ถ้าเก่งแล้วต้องอ่านเหรอไง ฮ่วย ..)
เป็นหนังสืออ้างอิง เกี่ยวกับ Database .. ในที่นี้มีใครถนัด ภาษา SQL (ควบคุมฐานข้อมูล) บ้างไหมเนี่ย
ผมจะได้ Ad Fav ไว้อ้างอิงเป็นที่ปรึกษาหน่อยน่ะครับ ^-^'

หนังสือพวกนี้มันจะมีมนต์ประหลาด .. อ่านแล้วง่วง ..
ไม่เหมือนเวลาอ่านเดอะริง หรือหนังสือของแดนบราวส์
อ่านแล้วตื่นเต้น .. ภาพโผล่ในหัวปุดๆ เลยเชียว

เมื่อคุณต้องการเอาชนะความง่วง แน่นอน .. ต้องหากิจกรรมทำ
(ไม่ต้องเป็นกิจกรรมเหมือนที่เพื่อนผมบางคนแนะนำไว้ตามบรรทัดด้านบนนะ -_-')

ผมเลยอยากวาดรูปขึ้นมา .. เออ พรุ่งนี้ผมว่าจะส่งโปสการ์ด Blank Postcard ไป อ.ปาย แล้ว
ขอบคุณหลายๆความเห็นในนี้ด้วยนะครับ ^-^

ผมลองเอางานของโมเน่ห์ ศิลปินกลุ่ม Impresstionism มาเป็นแบบ
ภาพภรรยาและลูก ของเขา ที่ถือร่มนี้ สมัยเรียนที่มหาลัย ผมเคยเอามาเป็นแบบทำเป็นงาน
ภาพพิมพ์แกะไม้ (Wood-cut) แล้วครั้งหนึ่ง .. ยังชอบอยู่เลย
เลยเอามาวาด เป็นสีน้ำชิ้นเล็กๆ เพิ่มในสมุดสเก็ทช์อีกรูป


สีน้ำ / Re-product จาก Monet, Madam Monet and her son.
*ไม่สงวนลิขสิทธ์ (เพราะทำลายน้ำแต้มไว้แล้วนิดนึง ;P) กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควร

แน่นอน มันยังห่างไกลของจริงที่เป็นภาพสีน้ำมัน .. ระหว่างวาดมันทำให้ผมนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมา
ผมกำลังคิดว่า .. ผมน่าจะวาดภาพ Re - Product (*รีโปรดักส์ เป็นศัพท์ศิลปะ หมายถึง
การลอกแบบผลงานในอดีต หรือทำซ้ำอีกครั้ง ต่างจากการ copy คือ จะเป็นการทำงานด้วยเจตนาที่ดี
และเชิดชูผลงานนั้นด้วยความเคารพ) ผมคิดว่า น่าจะวาดรีโปรดักส์งานศิลป์ ที่ชอบ
ซึ่งทำให้ผมนำมาพิมพ์บนโปสการ์ดได้ สนุกขึ้น ..

สมัยเรียนที่มหาลัย รีโปรดักส์จะเป็นหัวข้อหนึ่ง ของนักศึกษาเอกจิตกรรม (Painting)
ในสมัยนั้นผมเลือกงานของศิลปินที่ชอบคนหนึ่ง ... นั่นคือปู่ทวดดาร์วินชี่
ใครๆอาจจะคิดว่าถ้าจะรีโปรดักส์งานของดาร์วินชี่ ก็น่าจะหมายถึงโมนาลิซ่า .. 55

มันถูกครึ่งหนึ่งครับ ^-^ เพราะผมเคยวาดโมนาลิซ่าด้วยสีน้ำมันครั้งหนึ่ง โดยอยากวาดเก็บไว้
ผมไม่กล้าวาดส่งครูหรอก .. รับรองว่าเธอต้องถูกวาดมาให้ครูดูทุกปีอยู่แล้ว
ผมเลยวาด Saint Anne, Virgin and child and Saint John แบบนี้


(อันนี้ภาพของจริงนะ ที่เคยวาดไว้มันแหล๊วไปแล้ว)
*แหล๊ว = ภ.เหนือ แบบแปลงๆหน่อยแปลว่า สูญไป่ไหน่แล้วม่ายโร่**
สูญไป่ไหน่แล้วม่ายโร่** = ภ.ใต้ แปลว่า Gone with the wind ^-^'


ซึ่ง มันทำให้เกิดอีลั่กอีเหรื่อเรื่องเกรดมาก เพราะตัวภาพที่ผมเอามารีโปรดักส์นี้เป็น sketch
ดังนั้น มันจึงควรเป็นส่วนหนึ่งของวิชา Drawing มากกว่า Painting -_-' เออ ลืมคิดแฮะ

ผมจำไม่ได้แล้วว่ามันสรุปยังไง .. แต่ทำให้ผมเซ็งๆเรื่องทฤษฏี
ที่ไม่สอดคล้องกับปฏิบัติ ไปพอสมควร

ไปๆมา .. เลยเล่าซะยาว .. คงต้องหันกลับไปอ่านหนังสือต่อล่ะ
บางทีถ้าง่วงๆีอีก พรุ่งนี้คงได้มาแปะอีกสักรูป ^-^' .. ว่าแต่ .. เอาภาพของใครต่อไปดีล่ะ

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

ปล. โปสการ์ดไปปายแพ๊คบางส่วนแล้ว ตกลงก็ลองส่งแมวไปด้วยดูนิดนึง ออกมาหน้าตาประมาณนี้



ก็สนุกดีนะ ^-^ ขอบคุณหลายๆความเห็น ที่ช่วยตบช่วยตีไอเดียต่างๆเน้อ ..


ลิงใจดี
View full profile