เพื่อนคนหนึ่ง ขี่มอเตอร์ไซค์ .. มาตามไปนั่งคุยกัน ที่โต๊ะหินอ่อนหน้าโรงอาหารหลักของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ลมพัดเย็นๆ กับอากาศหนาวในปลายปี .. ใบสักหน้าโรงอาหารร่วงผลอยเต็มลานคอนกรีต เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ..
"เราว่าจะทำหนังสือว่ะ" เพื่อนคนหนึ่งเอ่ย .. อาจจะเรียกได้ว่า .. นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราว
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
เพื่อนๆ 6 ทุกคน คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ถูกเรียกมานั่งรวมกัน .. เนื่องจากเพื่อนคนหนึ่ง อยากทำหนังสือ
จึงชวนเพื่อนๆอีกห่าใหญ่ มาลองรวมกัน .. เขียน ชอบถ่ายภาพ, บอลชอบเขียนกลอน ,พี่ยุ่นก็ถ่ายภาพ
ท๊อป (บก.) ชอบเขียนๆ และเก่งคอม, ฉอก็เขียนๆ ถ่ายๆ และเอามาบริหารทุกคนอีกที ส่วนผมก็
ชอบวาดรูป .. ขอแค่นั้นพอ ^-^
ในความชอบนั้น มันมี "ความถนัด" และ "ถูกนิสัย" กันอยู่ .. เช่นเขียนชอบถ่ายภาพ และมักจะเป็นตากล้อง
ของกิจกรรมอื่นๆ ในคณะอยู่แล้ว และบอลชอบเขียนบทกลอน ต่างๆ ก็เป็นประธานชมรม "วรรณศิลป์"
ของมหา'ลัย อยู่ ผมเองก็ พอจะวาดรูปได้ และคุยกับพวกนี้รู้เรื่อง
เริ่มจากท๊อปมีเงินก้อนหนึ่ง อยากเอามาละลายแม่น้ำปิงเล่น เรื่องธุรกิจแขวนไว้ก่อน แต่จะทำยังไง
ให้หนังสือเป็นเล่มขึ้นมา ท๊อปแบ่งคอลัมน์มาพอสมควร ที่เหลือ ก็นั่งเถียงกัน .. โต๊ะตัวนั้น กลายเป็นโต๊ะประชุม
ให้ได้คิดถึงทุกครั้งที่ผ่าน .. ห้องประชุมของพวกเรา มีทั้งที่บ้าน, ที่โต๊ะตัวนี้ และแม้กระทั่งในรถบุโรทั่ง
ที่พร้อมจะทำให้กองบก.นี้ตายหมู่แบบหายไปจากวงการได้ทุกเมื่อ ..
ท๊อปอยากได้หนังสือชื่อ "ซับ" {SUB} อาจจะด้วยเรื่องคุณไสย์ ให้มันไปพ้องกับ "ทรัพย์"
เพื่อที่หนังสือจะได้รุ่งเรือง .. หากรู้ว่าวันนั้นมันจะหมายถึงสิ่งที่ตรงกันข้าม ผมไม่แน่ใจว่าเราจะมีหนังสือ
ชื่อนี้อยู่ไหม .. หลังจากนั้น การ "เล่นคำ" ก็เป็นนิสัยหลักของหนังสือของเรา

เล่มแรก .. concept ซับ Dark (เข้าใจถูกแล้ว Dark = มืด เรื่องลบๆ แย่ๆ ทั้งหลาย มารวมในเล่มปฐมฤกษนี้ -_-')
ตอนนั้นราวเดือน ธันวา - มค. เราตั้งใจจะออกทุกเดือน ผมรับผิดชอบ 2 หน้า, 1 คอลัมน์ ทุกคนนั่งคิดกันว่า
concept ของเล่มคืออะไร พอบอกโจทย์เสร็จ ใครเอาไปตีความอย่างไรก็แล้วแต่คนนั้น ตรงนี้ทำให้งานสนุก
เช่นเล่ม 2 concept ' Yellow SUB magazine' ล้อกับ ' Yellow Submarine '
ถัดไปก็เดือนกุมภา concept "รักซับ" อ่านได้ทั้ง "ลักทรัพย์ , รักทรัพย์ โอย ..
บางเล่มก็เช่น ซับมิตร (Submit) พูดเรื่องมิตรภาพของเพื่อนๆ และล้อกับการ "ซับมิตร" ส่งข้อมูลในคอมพิวเตอร์
หรือ"ทรัพยาการ" ไปสัมภาษณ์ชาวนา = "ซับ-พยากรณ์" มีข่าวจากโลกอนาคต
เราทำตัวเป็นหนังสือคิดมาก .. ซึ่งสนุกดี
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
การวางแผง ก็ไม่ใช่ง่าย .. หลังจากสำรวจดูแล้วว่าการจะกระจายหนังสือได้นั้น เราต้องจ่ายให้ 2 ส่วนคือ
1.หน้าแผง 2. สายส่ง ราคาหนังสือ ถูกหักไปราว 25% จากหน้าแผง และอีก 30% จากสายส่ง
หมายความว่า เวลาเราซื้อแมกกาซีนรายเดือน เงินราวครึ่งหนึ่งเท่านั้น ถึงจะส่งกลับสู่ผู้ผลิต ..
ตอนนั้นผมไม่เข้าใจว่าสายส่งคืออะไร .. สายส่ง ก็คือ สายส่งที่ส่งของไม่สาย -_-'
หากเรามีหนังสือพันเล่ม จะวางแผงทั่วเชียงใหม่ สัก 300 แผง เราเอาหนังสือไปกองที่สายส่ง
ทุกเล่มจะกระจายไปได้หมด จะทั่วเชียงใหม่ หรือจะทั่วประเทศ ตรงนี้คือความแตกต่างของแต่ละสายส่ง
ซึ่งหมายรวมเป็นจำนวน % รายได้ที่จะหัก มากน้อยไปตามความสามารถ
เรามานั่งคิดๆกัน .. ไม่ไหวแน่ๆ ถ้าต้องเสียไปขนาดนั้น แล้วราคาหนังสือจะขายเท่าไร
มา + เผื่อกลุ่มนี้ ไม่มีคนซื้อแน่ๆ สุดท้าย ซับเลยเป็นสายส่ง หนังสือของตัวเอง ^-^'
ข้อดี .. ได้พูดคุย ทำความเข้าใจกับแผงเอง ข้อเสีย เหนื่อย เปลืองน้ำมัน และถ้าบริหารไม่ดี
หรือหนังสือขายไม่ดี Connection ตรงนี้ จะส่งผลเสียต่อสินค้า
ซับแมกกาซีน เป็นหนังสือจากเด็กๆ ทำมือและส่งโรงพิมพ์ เราไม่ได้ขายดี แต่เราก็มีฟีดแบ๊ค
มานั่งคุยกันทุกครั้งที่ประชุม มีน้องๆที่ตามอ่าน อยากลุกขึ้นมาทำอะไรกับสังคมมากขึ้น เรากระจายมุมมองของเด็ก กิจกรรมของพวกเขา .. ตรงนี้เป็นประโยชน์มาก เราได้พัฒนาศักยภาพของแต่ละคน ได้ฝึกงานกันก็ว่าได้
แถมเป็นงานที่เข้าท่า .. จนไปเข้าตาพี่วงศ์ทนง บก.อเดย์ ในตอนนั้น ..
ทำให้เราได้งบสนับสนุนการทำงานมาจำนวนหนึ่ง จากผู้ใหญ่ที่อยากเห็นหนังสือต่อไป
เราได้ร่วมงาน กับอเดย์ฉบับพิเศษ และกับคนอื่นๆ .. เราได้ทะเลาะ .. หมายถึงทะเลาะจริงๆ
เราได้คิด แบบมีเดิมพัน .. ไม่ได้คิดอยู่ภายใต้สถานะที่ปลอดภัย มันต่างกันมาก และให้ผลที่ต่างกันมาก
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
วันหนึ่งท๊อปมาตาม บอกว่ามีหนังสืออยากลงเรื่องของซับ .. มาเห็นอีกที ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ คอลัมน์จุดประกายมันเหมือนเป็นประกาศนีย์บัตร เป็นความภูมิใจของวัยนั้น ..
มีรายการโทรทัศน์ท้องถิ่น มาถ่ายทำ ต้องเดือดร้อน มาสร้างภาพกัน ..
เวลานั้น คือความสุข สุขที่มีคนเห็นค่า ผมสุขแทนเพื่อนๆ และมัน "สนุกดี"
วันนี้ไม่มีซับ(ทรัพย์)แล้ว .. ผมคิดถึงมันบ้าง บางครั้งคราว
เพื่อนๆ ยังติดต่อกันบ้าง .. และนานๆ จะบังเอิญบ่อยๆ เดินเจอกันสักที -_-'
เขียน ชอบถ่ายภาพ ผ่านงานจากอเดย์, ต้าเจี่ยห่าว, ปัจจุบัน เป็นช่างภาพในสังกัดของทีวีบูรพา
บอล ชอบเขียนกลอน ปัจจุบันเป็นคอมลัมน์นิสม์กับหนังสือ FINE ART และทำกิจกรรมทางการเขียนบ่อยๆ
ท๊อป (บก.) กับ ฉอ เปิดออฟฟิศ รับทำหนังสืออยู่เชียงใหม่ ก้าวหน้าในธรุิกิจสิ่งพิมพ์ที่นั่น พอประมาณ
พี่ยุ่น ทำงานอิสระ ทั้งช่างภาพและธุรกิจส่วนตัวในเรื่องนำเข้าส่งออกอะไรสักอย่าง ที่ผมไม่สันทัด ..
ผม นั่งหน้าคอม พิมพ์เรื่องเพื่อนๆ ^-^
บางครั้ง ผมก็นั่งนึกๆ .. ชะตามันพาไป แต่ถ้าเราไม่คว้าไว้ มันก็ไม่เกิด
หนังสือเล่มเล็ก จากคนกลุ่มเล็กๆ .. เหมือนต้นไม้แค่กอหนึ่ง ที่ช่วยซับคาร์บอนของโลกใบใหญ่
มันอาจไม่ได้ให้ประโยชน์กับใครมากมาย แต่ก็ดีที่เคยมีมัน ..
อยากจะจบด้วยบทพูดเชยๆ ของพระเอกในเรื่อง Nothing Hill "... เหมือนฝัน แต่สวยงาม ... "