กะลังสนุกกับการเล่าเรื่องคอมๆ ไมโครซอฟต์ และอินเตอร์เน็ต เดี๋ยวจบเซ็ตนี้ จะเขียนภาพสีน้ำอวดแบบสวยๆเลยเอ้า .. แต่ว่า ขอเล่าต่อนะ ให้หายหมั่นเคี้ยวพี่บิล เกตส์ก่อน นึกถึงหนังของพี่เควนติน ทารันติโน ที่ได้น้อง อูม่า เธอแมน (<<-- ตกลงเธอเป็นผู้ชายใช่ไหม) มาเล่น เรื่อง Kill Bill บิล นี้จะใช้บิลเกสต์ไหมว่า 555 ;P
-----------------------------------------------------------------------------------------
หลังจากวัฒนธรรมเน็ตสเคปล่มสลาย .. ( อ่านเน็ตสเคปได้ที่นี่จ้า ) มันกลายเป็นเหมือนรูปแบบธุกิจดอทคอมที่ดูเป็นไปได้ยากในความเป็นจริง จนกระทั่ง E-bay และ Amazon ถือกำเนิด และมันสามารถมีโครงสร้างทางธุรกิจที่เข้มแข็ง เพื่อให้ตัวเองยังคงอยู่ได้ ในรูปแบบบริษัทที่สร้างรายได้ขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์ นำบริษัทเข้าตลาดหุ้น แล้วก็ลงเอยด้วยผลประกอบการติดลบ อย่างที่เป็นธรรมเนียมมีมา ของซิลิคอนวัลเล่ย์*


โลโก้ของอีเบย์ และเพย์พอล
E-bay นั้นน่าสนใจ เว็บประมูลไม่ได้เป็นรูปแบบที่แปลกใหม่นัก แต่สิ่งสำคัญคือมันสามารถที่จะสร้างความน่าเชื่อถือขึ้นมาได้ เพราะในยุคเริ่มแรก การจะย้ายกระเป๋าเงินของผู้คนเดินถนนมายังอินเตอร์เน็ตนั้น ยังขาดมาตรฐานที่ดีพอ จนกระทั่งเกิด Paypal ซึ่งเป็นระบบการเงินสำหรับอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะ (เพย์พอลนั้น จะ link บัญชีที่เราสร้างขึ้นมาใหม่ กับบัญชีในธนาคารจริง โดยยืนยันความน่าเชื่อถือด้วยหมายเลขบัตรเครดิต มาตรฐานในการรักษาความปลอดภัยของเพย์พอล สามารถทำให้ธนาคารวางใจที่จะเชื่อถือ และให้ความร่วมมือในการบริการทางการเงินในอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องที่ไว้ใจได้ ) และเมื่อใครต่างก็ใช้เพย์พอล เป็นวิธีชำระเงินในอีเบย์ เพื่อให้ธุรกิจเป็นไปได้ง่ายขึ้น อีเบย์จึงเข้าซื้อเพย์พอล .. นี่เป็นหนึ่งในหลายๆวัฒนธรรมของธุรกิจดอทคอม .. คิดนวัตกรรมที่ดี พัฒนามัน และขายไปด้วยเงินก้อนโต

เจฟ เบซอส ผู้ก่อตั้งอเมซอนดอมคอม ช่วงแรกๆเขาให้โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมในเกิดเสียงดังปี๊ป! เบาๆในออฟฟิศ เมื่อมีคำสั่งซื้อในอินเตอร์เน็ต เมื่อมันดังปี๊บ! ครั้งแรก ชาวอเมซอนก็เฮกันถ้วนหน้า .. ทุกคนทำงานภายใต้เสียงปี๊ปเล็กๆ และนับมันในใจ จนกระทั่งมันต้องถูกถอดออก เพราะออฟฟิศคุณก็จะได้ยินแต่เสียงปี๊บๆๆ จนไม่เป็นอันทำงาน
เจฟ เบซอส เริ่มสร้าง Amazon.com ในโรงรถ (เหมือนกับแอปเปิ้ล และกูเกิ้ล) ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่ดีพอ กับคนที่มีความเชื่อมั่นร่วมกัน .. ทำให้เขาได้ความสำเร็จนั้นมา ในตอนแรกๆนั้น เบซอสต้องการให้ชื่อเว็บขึ้นต้นด้วยตัว A เพื่อที่จะได้อยู่ในลำดับต้นๆของพจนานุกรมลำดับเว็บไซต์ เขาเลือกที่ขายหนังสือ เพราะมันเป็นหนึ่งในไม่กี่สิ่ง ที่ไม่ว่าคุณจะซื้อจากที่ไหน คุณก็จะได้สิ่งเดียวกัน คุณจะซื้อมันที่กรุงเทพ หรืออเมริกา มันก็คือหนังสือเล่มเดียวกัน ดังนั้น จึงมีปัญหาเรื่องการต้องส่งคืนสินค้าน้อยมาก แรกที่เดียวอเมซอนไม่ต้องการสต๊อกสินค้าไว้เอง เพราะมันต้องเปลืองความจำเป็นด้านพื้นที่ และบุคลากร แม้ผมจะไม่เคยรู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัว (ซึ่งแน่นอนอยู่แล้ว ^-^') แต่ก็รู้ในความระมัดระวังเรื่องการเงินของเบซอส .. โต๊ะทำงานตัวแรกของเขา คือฝาประตูเก่าๆที่ไม่ใช้แ้ล้ว เค้าใช้มันเพื่อทำเป็นโต๊ะทำงาน เพื่อย้ำเตือนตัวเองสำหรับเรื่องเงินๆทองๆ และความพยายามในการสร้างบริษัทนี้ขึ้นมา .. มันถูกประมูลไปในภายหลังได้หลายตังค์เชียวล่ะ ^-^
สิ่งเหล่านี้ฟังดูดีเมื่อถูกนำมาเล่าต่อ .. แต่เราต้องไม่ืลืมว่ามีบริษัทอีกนับหมื่น หรือมากกว่านั้น ที่ล้มไปแบบไม่เป็นท่า ด้วยรูปแบบทางธุรกิจ หรือนวัตกรรมที่ไม่ดีพอ .. มีคำกล่าวว่า อินเตอร์เน็ตคือความเท่าเทียม เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นบริษัทใหญ่หรือเล็ก ผู้ใช้ก็อยู่ห่างหน้าจอประมาณ 2 ฟุต และจ้องมองมายังคุณด้วยพื้นที่หน้าจอขนาดเดียวกัน มันเป็นตรรกะที่ฟังดูดี แม้จะไม่ถูกต้องนักก็ตาม
สิ่งสำคัญที่พึ่งผ่านไปก็คือ อินเตอร์เน็ต เริ่มมีเนื้อหาสาระที่ดีในตัวมัน .. ไม่ใช่แค่ระบบข้อมูลเลอะเทอะไปมา มันเริ่มมีมูลค่า และน่าจับตามอง ในขณะที่ไมโครซอฟต์ กลับไม่เล็งเห็นถึงคุณค่าตรงนี้ เพราะไมโครซอฟต์ บิล เกตส์ คิดว่าเนื้อหาของอินเตอร์เน็ตนั้น ไม่มีพลังพอจะสร้างมูลค่าที่ดีได้ เขาจึงมุ่งหน้าพัฒนาซอฟต์แวร์ต่อไป

เจอรี่ หยาง CEO และผู้ให้กำเนิด YAHOO!
เจอร์รี่หยางเป็นหนึ่งในคนแรกๆ ที่มองเห็นการจัดลำดับข้อมูลของเว็บไซต์เป็นเรื่องสำคัญ มันเริ่มจากการพายามรวบรวมลิงค์ของเว็บไซต์ที่น่าสนใจ สำหรับให้คนที่สนใจ นั่นเป็นสิ่งแรกๆของอินเตอร์เน็ต เพราะผู้คน ยังไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน ในทุ่งไซเบอร์ ที่โหลงเหลงนั้น นั่นทำให้เกิิด YAHOO! แต่เนื่องจากมันมีจุดกำเนิดมาจากยุคเริ่มแรก การกรองข้อมูล หรือการจำลำดับจึงใช้ระบบ "คน" ในการคัดเลือกข้อมูต่างๆ และการรวบรวมการเข้าถึงเป็นหมวดๆตามลักษณะของเว็บไซต์ ซึ่งเราเรียกมันว่ารระบบไดเร็คทอรี่ และเมื่ออินเตอร์เน็ตมีขนาดใหญ่ขึ้น มันจึงลำบากมากขึ้น ..

โลโก้ YAHOO! สังเกตุว่าบังเอิญเหลือเกินที่ทั้งโลโก้ และ concept เว็บ ดันมาคล้าย สนุก! ของบ้านเราซะจริิงๆ -_-'
เราต้องเข้าใจว่า YAHOO! นั้น มาในยุคเริ่มแรก มันยังใหม่ต่อหลายๆอย่าง แม้แต่ในทางเทคนิคเอง (เรายังต้องการภาษาที่ดีสำหรับเครื่อง Server และระบบฐานข้อมูล ยุคนั้นอะไรๆถือได้ว่าตั้งไข่จริงๆ ดังนั้น นวัตกรรมจึงมาจาก Concept เป็นหลัก) และเมื่อยาฮู เริ่มทำอินเด็กส์ไฟล์สำหรับค้นข้อมูล มันกลับทำธุรกิจขายโฆษณา ซึ่งทำให้ผลของการค้นนั้น ไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น ภายหลังเริ่มมี Search engine ที่ดีขึ้นเกิดขึ้น แต่มันยังไม่มีรูปแบบทางธุรกิจที่ดีพอที่จะให้ตัวเองอยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็น อาร์คจีฟส์, ไลคอส, อัลทาวิสต้า ซึ่งผมจะขอข้ามไป .. ในที่นี้ อัลทาวิสต้าดูจะใกล้เคียงเครื่องมือค้นหาที่ดีที่สุด แต่มันยังขาดวิสัยทัศน์ที่ดีของผู้บริหาร .. เป็นหนึ่งในเรื่องที่น่าเสียดายมากๆ ของนวัตกรรมที่ดี
สภาพแวดล้อมยุคนี้เกิดจาวาสคริปต์ และภาษาสคริปต์ที่ดีมากมาย ไมโครซอฟต์ พยายามทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเรื่องราวทั้งหมด เพราะเขาคุมเครื่องมือเข้าถึงอินเตอร์เน็ตอยู่ นั่นคือ Internet Explorer จนกระทั่ง มันเป็นเรื่องเกินเลย ..
ปรกติเราจะมีมาตรฐานกลางในการควบคุมมาตฐานของสคริปต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ตก็เช่นกัน แต่แทนที่จะสร้างโปรแกรม ให้รองรับกับมาตฐานเหล่านั้น ไมโครซอฟต์จะสร้างมาตรฐานสคริปต์ขึ้นมาเอง โดยไม่สนใจองค์กรเหล่านั้น และในเมื่อผู้ใช้ IE มีอยู่มากมาย เว็บดีไซน์เนอร์ก็เลยจำยอม ต้องเลือกให้ทุกอย่างดูดีที่สุดใน IE จนกระทั่งมันได้เลยเถิดออกนอกมาตรฐานไปเรื่อยๆ แต่ถ้าผู้คนมากมายยอมรับมัน นั่นก็ทำให้โปรแกรมเว็บบราวส์เซอร์อื่นๆ ต้องมาปรับตัวเองให้เข้ากับมาตรฐานสคริป์เหล่านั้นของไมโครซอฟต์ และนั่นทำให้บิล เกสต์เป็นผู้กำหนดมาตรฐานต่างๆของเว็บบราวส์เซอร์มาช้านาน .. สิ่งเหล่านี้ทำให้โปรแกรมเมอร์เอือมระอา และเมื่ออินเตอร์เน็ต มีมูลค่ามากขึ้นเรื่อยๆ จนไมโครซอฟต์ต้องทำอะไรสักอย่าง .. และมันก็เป็นไปตามที่บิลถนัด
ไมโครซอฟต์ เข้าซื้อบริษัทให้บริการอีเมล์ ซึ่งมีฐานผู้ใช้อยู่แล้วหลายล้านคนทั่วโลก นั่นคือ Hotmail มันเหมือนกับตอนที่บิลไปซื้อดอสมาจากบริษัทซีแอทเทิ้ล คอมพิวเตอร์ เพื่อนำมาขายต่อให้ไอบีเอ็ม ก่อนจะเป็นวินโดวส์ในภายหลัง จึงเกิดไมโครซอฟต์ ที่แข็งแกร่ง ที่มาพร้อมนวัฒนธรรม ซื้อ ควบ ฮวบ ที่โด่งดัง
บางที มันก็เป็นเรื่องของโอกาส และคนที่สามารถฉวยมันไว้ได้เท่านั้นคือผู้อยู่รอดที่แท้จริง ..
แต่ก็เริ่มมีคนไม่เห็นด้วยกับสิ่งเหล่านี้ .. ไลนัส ทอร์วัลด ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและพัฒนาลินุกซ์ รวมถึงเซอร์เกย์ บริน และลารร์รี เพจ สองผู้ก่อตั้งกูเกิ้ลก็เช่นกัน ..
---------------------------------------------------------------------------
อ่ะ กั๊กไว้ก่อน ยาวแล้ว .. ตอนหน้าค่อยมาต่อดีกว่า
เหมือนเดิมนะครับ แลกเปลี่ยนกันเพื่อความสนุก ผมเขียนเล่าเป็นคอนเซปรวมๆ เผื่อว่าจะมีใครในนี้ สร้างนวัตกรรมดีๆ ต่อยอดพวกยอดมนุษย์เหล่านี้ได้บ้าง ทำงานต่อดีกว่า มัวแต่เล่น -_-'
*ซิลิคอน วัลเล่ย์ คือหุบเขาแถบที่เต็มไปด้วยบริษัทดอทคอม อยู่ติดๆๆกัน นับเป็นเมืองที่สาวกอินเตอร์เน็ต ใฝ่ฝันจะไปเยือน มันไม่ใช่วอลดิสนีย์ แต่มันเหมือนวอลสตีท์ กับมหาวิทยาลัยมาอยู่รวมกัน เป็นทั้งคลังสมองและธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล