2008/Apr/24

กะลังสนุกกับการเล่าเรื่องคอมๆ ไมโครซอฟต์ และอินเตอร์เน็ต เดี๋ยวจบเซ็ตนี้ จะเขียนภาพสีน้ำอวดแบบสวยๆเลยเอ้า .. แต่ว่า ขอเล่าต่อนะ ให้หายหมั่นเคี้ยวพี่บิล เกตส์ก่อน นึกถึงหนังของพี่เควนติน ทารันติโน ที่ได้น้อง อูม่า เธอแมน (<<-- ตกลงเธอเป็นผู้ชายใช่ไหม) มาเล่น เรื่อง Kill Bill บิล นี้จะใช้บิลเกสต์ไหมว่า 555 ;P

-----------------------------------------------------------------------------------------

หลังจากวัฒนธรรมเน็ตสเคปล่มสลาย .. ( อ่านเน็ตสเคปได้ที่นี่จ้า ) มันกลายเป็นเหมือนรูปแบบธุกิจดอทคอมที่ดูเป็นไปได้ยากในความเป็นจริง จนกระทั่ง E-bay และ Amazon ถือกำเนิด และมันสามารถมีโครงสร้างทางธุรกิจที่เข้มแข็ง เพื่อให้ตัวเองยังคงอยู่ได้ ในรูปแบบบริษัทที่สร้างรายได้ขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์ นำบริษัทเข้าตลาดหุ้น แล้วก็ลงเอยด้วยผลประกอบการติดลบ อย่างที่เป็นธรรมเนียมมีมา ของซิลิคอนวัลเล่ย์*


โลโก้ของอีเบย์ และเพย์พอล

E-bay นั้นน่าสนใจ เว็บประมูลไม่ได้เป็นรูปแบบที่แปลกใหม่นัก แต่สิ่งสำคัญคือมันสามารถที่จะสร้างความน่าเชื่อถือขึ้นมาได้ เพราะในยุคเริ่มแรก การจะย้ายกระเป๋าเงินของผู้คนเดินถนนมายังอินเตอร์เน็ตนั้น ยังขาดมาตรฐานที่ดีพอ จนกระทั่งเกิด Paypal ซึ่งเป็นระบบการเงินสำหรับอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะ (เพย์พอลนั้น จะ link บัญชีที่เราสร้างขึ้นมาใหม่ กับบัญชีในธนาคารจริง โดยยืนยันความน่าเชื่อถือด้วยหมายเลขบัตรเครดิต มาตรฐานในการรักษาความปลอดภัยของเพย์พอล สามารถทำให้ธนาคารวางใจที่จะเชื่อถือ และให้ความร่วมมือในการบริการทางการเงินในอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องที่ไว้ใจได้ ) และเมื่อใครต่างก็ใช้เพย์พอล เป็นวิธีชำระเงินในอีเบย์ เพื่อให้ธุรกิจเป็นไปได้ง่ายขึ้น อีเบย์จึงเข้าซื้อเพย์พอล .. นี่เป็นหนึ่งในหลายๆวัฒนธรรมของธุรกิจดอทคอม .. คิดนวัตกรรมที่ดี พัฒนามัน และขายไปด้วยเงินก้อนโต



เจฟ เบซอส ผู้ก่อตั้งอเมซอนดอมคอม ช่วงแรกๆเขาให้โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมในเกิดเสียงดังปี๊ป! เบาๆในออฟฟิศ เมื่อมีคำสั่งซื้อในอินเตอร์เน็ต เมื่อมันดังปี๊บ! ครั้งแรก ชาวอเมซอนก็เฮกันถ้วนหน้า .. ทุกคนทำงานภายใต้เสียงปี๊ปเล็กๆ และนับมันในใจ จนกระทั่งมันต้องถูกถอดออก เพราะออฟฟิศคุณก็จะได้ยินแต่เสียงปี๊บๆๆ จนไม่เป็นอันทำงาน

เจฟ เบซอส เริ่มสร้าง Amazon.com ในโรงรถ (เหมือนกับแอปเปิ้ล และกูเกิ้ล) ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่ดีพอ กับคนที่มีความเชื่อมั่นร่วมกัน .. ทำให้เขาได้ความสำเร็จนั้นมา ในตอนแรกๆนั้น เบซอสต้องการให้ชื่อเว็บขึ้นต้นด้วยตัว A เพื่อที่จะได้อยู่ในลำดับต้นๆของพจนานุกรมลำดับเว็บไซต์ เขาเลือกที่ขายหนังสือ เพราะมันเป็นหนึ่งในไม่กี่สิ่ง ที่ไม่ว่าคุณจะซื้อจากที่ไหน คุณก็จะได้สิ่งเดียวกัน คุณจะซื้อมันที่กรุงเทพ หรืออเมริกา มันก็คือหนังสือเล่มเดียวกัน ดังนั้น จึงมีปัญหาเรื่องการต้องส่งคืนสินค้าน้อยมาก แรกที่เดียวอเมซอนไม่ต้องการสต๊อกสินค้าไว้เอง เพราะมันต้องเปลืองความจำเป็นด้านพื้นที่ และบุคลากร แม้ผมจะไม่เคยรู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัว (ซึ่งแน่นอนอยู่แล้ว ^-^') แต่ก็รู้ในความระมัดระวังเรื่องการเงินของเบซอส .. โต๊ะทำงานตัวแรกของเขา คือฝาประตูเก่าๆที่ไม่ใช้แ้ล้ว เค้าใช้มันเพื่อทำเป็นโต๊ะทำงาน เพื่อย้ำเตือนตัวเองสำหรับเรื่องเงินๆทองๆ และความพยายามในการสร้างบริษัทนี้ขึ้นมา .. มันถูกประมูลไปในภายหลังได้หลายตังค์เชียวล่ะ ^-^

สิ่งเหล่านี้ฟังดูดีเมื่อถูกนำมาเล่าต่อ .. แต่เราต้องไม่ืลืมว่ามีบริษัทอีกนับหมื่น หรือมากกว่านั้น ที่ล้มไปแบบไม่เป็นท่า ด้วยรูปแบบทางธุรกิจ หรือนวัตกรรมที่ไม่ดีพอ .. มีคำกล่าวว่า อินเตอร์เน็ตคือความเท่าเทียม เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นบริษัทใหญ่หรือเล็ก ผู้ใช้ก็อยู่ห่างหน้าจอประมาณ 2 ฟุต และจ้องมองมายังคุณด้วยพื้นที่หน้าจอขนาดเดียวกัน มันเป็นตรรกะที่ฟังดูดี แม้จะไม่ถูกต้องนักก็ตาม

สิ่งสำคัญที่พึ่งผ่านไปก็คือ อินเตอร์เน็ต เริ่มมีเนื้อหาสาระที่ดีในตัวมัน .. ไม่ใช่แค่ระบบข้อมูลเลอะเทอะไปมา มันเริ่มมีมูลค่า และน่าจับตามอง ในขณะที่ไมโครซอฟต์ กลับไม่เล็งเห็นถึงคุณค่าตรงนี้ เพราะไมโครซอฟต์ บิล เกตส์ คิดว่าเนื้อหาของอินเตอร์เน็ตนั้น ไม่มีพลังพอจะสร้างมูลค่าที่ดีได้ เขาจึงมุ่งหน้าพัฒนาซอฟต์แวร์ต่อไป



เจอรี่ หยาง CEO และผู้ให้กำเนิด YAHOO!

เจอร์รี่หยางเป็นหนึ่งในคนแรกๆ ที่มองเห็นการจัดลำดับข้อมูลของเว็บไซต์เป็นเรื่องสำคัญ มันเริ่มจากการพายามรวบรวมลิงค์ของเว็บไซต์ที่น่าสนใจ สำหรับให้คนที่สนใจ นั่นเป็นสิ่งแรกๆของอินเตอร์เน็ต เพราะผู้คน ยังไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน ในทุ่งไซเบอร์ ที่โหลงเหลงนั้น นั่นทำให้เกิิด YAHOO! แต่เนื่องจากมันมีจุดกำเนิดมาจากยุคเริ่มแรก การกรองข้อมูล หรือการจำลำดับจึงใช้ระบบ "คน" ในการคัดเลือกข้อมูต่างๆ และการรวบรวมการเข้าถึงเป็นหมวดๆตามลักษณะของเว็บไซต์ ซึ่งเราเรียกมันว่ารระบบไดเร็คทอรี่ และเมื่ออินเตอร์เน็ตมีขนาดใหญ่ขึ้น มันจึงลำบากมากขึ้น ..


โลโก้ YAHOO! สังเกตุว่าบังเอิญเหลือเกินที่ทั้งโลโก้ และ concept เว็บ ดันมาคล้าย สนุก! ของบ้านเราซะจริิงๆ -_-'

เราต้องเข้าใจว่า YAHOO! นั้น มาในยุคเริ่มแรก มันยังใหม่ต่อหลายๆอย่าง แม้แต่ในทางเทคนิคเอง (เรายังต้องการภาษาที่ดีสำหรับเครื่อง Server และระบบฐานข้อมูล ยุคนั้นอะไรๆถือได้ว่าตั้งไข่จริงๆ ดังนั้น นวัตกรรมจึงมาจาก Concept เป็นหลัก) และเมื่อยาฮู เริ่มทำอินเด็กส์ไฟล์สำหรับค้นข้อมูล มันกลับทำธุรกิจขายโฆษณา ซึ่งทำให้ผลของการค้นนั้น ไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น ภายหลังเริ่มมี Search engine ที่ดีขึ้นเกิดขึ้น แต่มันยังไม่มีรูปแบบทางธุรกิจที่ดีพอที่จะให้ตัวเองอยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็น อาร์คจีฟส์, ไลคอส, อัลทาวิสต้า ซึ่งผมจะขอข้ามไป .. ในที่นี้ อัลทาวิสต้าดูจะใกล้เคียงเครื่องมือค้นหาที่ดีที่สุด แต่มันยังขาดวิสัยทัศน์ที่ดีของผู้บริหาร .. เป็นหนึ่งในเรื่องที่น่าเสียดายมากๆ ของนวัตกรรมที่ดี

สภาพแวดล้อมยุคนี้เกิดจาวาสคริปต์ และภาษาสคริปต์ที่ดีมากมาย ไมโครซอฟต์ พยายามทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเรื่องราวทั้งหมด เพราะเขาคุมเครื่องมือเข้าถึงอินเตอร์เน็ตอยู่ นั่นคือ Internet Explorer จนกระทั่ง มันเป็นเรื่องเกินเลย ..

ปรกติเราจะมีมาตรฐานกลางในการควบคุมมาตฐานของสคริปต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ตก็เช่นกัน แต่แทนที่จะสร้างโปรแกรม ให้รองรับกับมาตฐานเหล่านั้น ไมโครซอฟต์จะสร้างมาตรฐานสคริปต์ขึ้นมาเอง โดยไม่สนใจองค์กรเหล่านั้น และในเมื่อผู้ใช้ IE มีอยู่มากมาย เว็บดีไซน์เนอร์ก็เลยจำยอม ต้องเลือกให้ทุกอย่างดูดีที่สุดใน IE จนกระทั่งมันได้เลยเถิดออกนอกมาตรฐานไปเรื่อยๆ แต่ถ้าผู้คนมากมายยอมรับมัน นั่นก็ทำให้โปรแกรมเว็บบราวส์เซอร์อื่นๆ ต้องมาปรับตัวเองให้เข้ากับมาตรฐานสคริป์เหล่านั้นของไมโครซอฟต์ และนั่นทำให้บิล เกสต์เป็นผู้กำหนดมาตรฐานต่างๆของเว็บบราวส์เซอร์มาช้านาน .. สิ่งเหล่านี้ทำให้โปรแกรมเมอร์เอือมระอา และเมื่ออินเตอร์เน็ต มีมูลค่ามากขึ้นเรื่อยๆ จนไมโครซอฟต์ต้องทำอะไรสักอย่าง .. และมันก็เป็นไปตามที่บิลถนัด

ไมโครซอฟต์ เข้าซื้อบริษัทให้บริการอีเมล์ ซึ่งมีฐานผู้ใช้อยู่แล้วหลายล้านคนทั่วโลก นั่นคือ Hotmail มันเหมือนกับตอนที่บิลไปซื้อดอสมาจากบริษัทซีแอทเทิ้ล คอมพิวเตอร์ เพื่อนำมาขายต่อให้ไอบีเอ็ม ก่อนจะเป็นวินโดวส์ในภายหลัง จึงเกิดไมโครซอฟต์ ที่แข็งแกร่ง ที่มาพร้อมนวัฒนธรรม ซื้อ ควบ ฮวบ ที่โด่งดัง

บางที มันก็เป็นเรื่องของโอกาส และคนที่สามารถฉวยมันไว้ได้เท่านั้นคือผู้อยู่รอดที่แท้จริง ..
แต่ก็เริ่มมีคนไม่เห็นด้วยกับสิ่งเหล่านี้ .. ไลนัส ทอร์วัลด ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและพัฒนาลินุกซ์ รวมถึงเซอร์เกย์ บริน และลารร์รี เพจ สองผู้ก่อตั้งกูเกิ้ลก็เช่นกัน ..

---------------------------------------------------------------------------

อ่ะ กั๊กไว้ก่อน ยาวแล้ว .. ตอนหน้าค่อยมาต่อดีกว่า
เหมือนเดิมนะครับ แลกเปลี่ยนกันเพื่อความสนุก ผมเขียนเล่าเป็นคอนเซปรวมๆ เผื่อว่าจะมีใครในนี้ สร้างนวัตกรรมดีๆ ต่อยอดพวกยอดมนุษย์เหล่านี้ได้บ้าง ทำงานต่อดีกว่า มัวแต่เล่น -_-'

*ซิลิคอน วัลเล่ย์ คือหุบเขาแถบที่เต็มไปด้วยบริษัทดอทคอม อยู่ติดๆๆกัน นับเป็นเมืองที่สาวกอินเตอร์เน็ต ใฝ่ฝันจะไปเยือน มันไม่ใช่วอลดิสนีย์ แต่มันเหมือนวอลสตีท์ กับมหาวิทยาลัยมาอยู่รวมกัน เป็นทั้งคลังสมองและธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ํYahoo เป็นเว็บแรกในชีวิตที่ผมเข้าครับ big smile
#1  by  Eddy At 2008-04-24 14:48, 
Hot!


เอิ่ม..ภาพสุดท้าย..มันไม่แสดงตัวล่ะท่าน
sad smile sad smile
#2  by  |:| ShaKo |:| At 2008-04-24 14:50, 
อืม เอ็ดดี้ทำให้ผมย้อนคิดว่าเว็บแรกในชีวิตคือเว็บอะไร
แต่คิดไม่ออกแฮะ อาจจะเป็น เพิทธ์มั๊ง 55

เรื่องรูป link เว็บเค้ามาน่ะครับ บางเว็บเค้าก็ช้ามากเลยๆล่ะ |:| ShaKo |:|
#3  by  ★ STARBUCKS! no coffee,no me and no you! At 2008-04-24 14:55, 
ที่ต้องเข้าทุกครั้งที่เปิดคอม
คงจะเป็นhotmail
และเดี๋ยวนี้
ติดhi5หยั่งกะอะไรดี
#4  by  Nokontherock At 2008-04-24 14:58, 
Hot!
เดี๋ยวจะมาติดตามต่อนะค่ะbig smile
#5  by  ~memay~ At 2008-04-24 14:59, 
อยากเห็นรูปสุดท้ายอะพี่ลิง

เป็นเมืองหรอคะ
#6  by  iDoi* At 2008-04-24 15:14, 
เปิดสมองไปอีกด้าน สุดยอดครับสุดยอดHot!
#7  by  -^Fly piG^- At 2008-04-24 15:17, 
แก้รูปสุดท้ายให้แล้วจ้า
เอาไปอัพไว้ที่อื่นแล้วลิงค์มา น่าจะมองเห็นแล้วนะ ^-^' โทดทีๆ ลิงค์จากเว็บของรูปเค้าอืดมาก มันเลยไม่ขึ้น
#8  by  ★ STARBUCKS! no coffee,no me and no you! At 2008-04-24 15:19, 
ถึงตัวหนังสือเยอะ แต่..เขียนสนุก ชวนให้ติดตามต่อ big smile Hot!
#9  by  ไอ้แป้น : i-phan At 2008-04-24 15:43, 
Hotmail ผมทันแต่ 3 โลโก้ล่าสุด

2 โลโก้แรกมาไม่ทัน

sad smile


รอติดตามาภาค 3 ต่อครับ big smile Hot! big smile
#10  by  D û D e ` z At 2008-04-24 15:52, 
เยี่ยมม ครับ Hot!
#11  by  riddler At 2008-04-24 15:52, 
มาติดตามต่อค่ะ...กะลังมันไปด้วยเลย...
ว่าแต่ว่า ซิลิคอน วัลเล่ย์ นี่มีอยู่จริงๆเหรอค่ะ..-_-
#12  by  butterflyheart At 2008-04-24 16:30, 
คุณลิงนี่น่าจะเป็นชายในฝันของสาวๆ หลายคนเลย

ทั้วโรแมนติก เรื่อง ศิลป์

แถมยังมีความรู้เรื่อง ไอที

ชอบๆ ค่ะ

แอบดูรูปสุดท้ายว่าจะมีบริษัทที่เราทำงานอยู่มั่งป่าว??

รอตอนต่อไปนะ confused smile
#13  by  ~ :: SuPer M i l K y :: ~ At 2008-04-24 16:31, 
butterflyheart : ซิลิคอน วัลเลย์มีอยู่จริงจ้า แต่ในภาพมันก็นานแล้วนะ ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้ก็จะมีบริษัทที่เกิด และตาย จนภาพต้องเปลี่ยนไปแล้วล่ะ (ตอนนั้นยังไม่มีกูเกิ้ลเลย)

รายชื่อบริษัทสำคัญๆ ที่ตั้งอยู่ที่นี่นะ

* Adobe Systems
* Advanced Micro Devices (AMD)
* Agilent Technologies
* Apple Inc.
* Applied Materials
* Business Objects
* Cisco Systems
* eBay
* Electronic Arts (actually in Redwood Shores north of the Valley)
* Google
* Hewlett-Packard
* Intel
* Intuit
* LSI Logic
* Maxtor
* National Semiconductor
* Network Appliance
* Nvidia
* Oracle Corporation (actually in Redwood Shores north of the Valley)
* SanDisk

* Solectron
* Symantec
* Sun Microsystems
* Yahoo!

นี่แค่ตัวอย่างนะ .. เอิ๊ก!!
ปล. ข้อมูลจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Silicon_Valley
#14  by  ★ STARBUCKS! no coffee,no me and no you! At 2008-04-24 16:44, 
รออ่านต่อค่ะ big smile
ไม่ค่อยได้เข้า yahoo นะคะ .. อาจจะเป็นเพราะยุคนั้น hotmail กำลังเป็นที่นิยม เลยไมไ่ด้ทำความรู้จักกับ yahoo มากสักเท่าไหร่ค่ะ sad smile
#16  by  {CODE;4079} At 2008-04-24 17:11, 
เขียนสนุกอ่านเพลินดีครับ เมลแรกของผมคือเมลที่เพื่อนยกให้เพราะผมสมัครไม่เป็น เป็นของ operamail ครับ
#17  by  เชน หยินและหยาง At 2008-04-24 17:30, 
ผมรู้จัก สนุก กระปุก และหรรษาของไทยมาก่อน ถ้าเป็นเมลล์ ก็คงเป็นของฮอตเมลล์ เพราะมันใช้บัญชีเดียวกันเพื่อเล่นเอ็มเอสเอ็นได้

ฟังดูเหมือนไมโครซอฟท์จะเป็นยักษ์ใหญ่ตัวร้าย ว่าแล้วทำไมชีวิตประจำวัน เรื่องของเทคโนโลยีใกล้ตัวส่วนมากจะเป็นของไมโครซอฟท์ ตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ เบราเซอร์ที่ใช้ อีเมลล์ที่ใช้ เมื่อก่อนผมยังใช้ แอนตี้ไวรัสของไมโครซอฟท์ด้วย วันนี้ผมเริ่มเห็นความจริงของไมโครซอฟท์ขึ้นมาบ้าง แต่ก็คงไม่เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทนี้ เพราะยังไงผมก็ยังยึดติดกับของเดิมๆ ที่เคยใช้มา เหมือนหลายๆ คน ที่อาจจะผูกพันกับสิ่งแรกตัวเองได้ลองใช้มัน Hot! ให้ดาวเลยครับ เยี่ยม
#18  by  หนึ่ง At 2008-04-24 18:58, 
จำได้ว่าหัดใช้คอมฯ ครั้งแรกนี่ยังต้องป้อนคำสั่ง C:/ อะไรประมาณนี้อยู่เลยค่ะ แผ่นที่ใช้เป็น verbatim แผ่นใหญ่ๆ พังง่ายด้วย เวปไซด์แรกที่เข้านี่จำไม่ได้แห๊ะ

อ่านคอมเม้นท์แล้วทำให้รู้สึกว่า เราทุกคนต่างก็อยู่ภายใต้อิทธิพลของการตลาด ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งsurprised smile
#19  by  p-i-e At 2008-04-24 19:55, 
อูม่า เธอแม่น เพราะเธออยู่ชมรมยิงปืนครับ <<< ผ่าง ผ่าง!!!

ทำไมครั้งแรกผมเข้า Thaimail นะ - -'' เป็นเพราะสมัยนั้นอ่านอังกฤษไม่เก่งใช่มั้ยนี่
#20  by   At 2008-04-24 20:30, 
โอ้วววว Microsoft นี่ี่ฉาวโฉ่เรื่อง ยึด ควบ ฮวบ จริงๆ ด้วย sad smile sad smile Hot!
#21  by  xViStA At 2008-04-24 21:48, 
อยากไปอยู่ ซิลิคอน วัลเล่ย์ จริงๆนะครับbig smile
#22  by  แพนด้าญี่ปุ่น At 2008-04-24 21:52, 
โอ้ววว

เป็นหุบเขาที่สุดยอดมากเลยค่ะ
Hot!

อ่านเพลิน..สนุก..น่าติดตาม..
#24  by  1411 At 2008-04-25 08:43, 
ถ้ามีคนทำเกมส์ให้เล่นได้กะอูบูนตูด้วยก็ดีสินะ มันอาจกระเทือนอะไรได้บ้างล่ะน้า รอร้อรอ...sad smile
#25  by  देवता At 2008-04-25 09:19, 
รูปสุดท้ายนี่มันเยอะจริงๆค่ะ สวรรค์ของสาวกสินะconfused smile confused smile
#26  by  (^_^)/nana At 2008-04-25 09:26, 
ภาพสีน้ำด้านบนนั้นสวยจังเลย ผมอยากให้คุณเข้ามาแนะนำในเว็บผมhttp://www.dekyim.org
#27  by  dekyim_kit (118.172.73.17) At 2008-04-25 10:53, 
Silicon Valley นี่แน่นขนัดไปด้วยเทคโนโลยีจริงๆ
#28  by  mnop At 2008-04-25 13:34, 
เอเชียมี Silicon Valley บ้างรึเปล่าค่ะ?
ดูจากรูปสุดท้ายบริษัทเรียงกันแบบ หืมม
ขนาดเราไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้ก็ยังอยากไป ^^
#29  by  NBlue2Sky At 2008-04-25 14:07, 
คาดว่า อารมณืคงไม่ต่างกะ อะคิบะ ที่เหล่าโอตาคุไฝ่ฝันจะไป แม่นบ่..
#30  by  T o' M @ ZZ u ครับ At 2008-04-25 20:09, 
คุณ NBlue2Sky / เอเชียไม่มีซิลิคอน วัลเลย์จริงๆจังๆน่ะครับ
แต่ว่า ไทย จีน สิงคโปร์ หรือเวียดนาม ต่างก็อยากให้เกิดทั้งนั้น

แต่ถ้าให้ผมคิดเอง คิดว่า มันยังขาดองค์ประกอบที่สำคัญอยู่หลายอย่างน่ะครับ
คือ

1. ทำเลผังเมืองที่เหมาะสม อาจจะต้องเป็นนิคมใหญ่ๆ เพราะมันจะต้องใช้ไฟฟ้ามากๆๆๆ ระบบสาธารนูปโภคพื้นฐานต้องดี ทั้งสายไฟเบอร์ (ต่อเน็ต) ไฟฟ้า และระบบคมนาคม ซึ่งสำคัญมาก

2. ต้องมีมหาลัยที่มีคุณภาพ ป้อนบุคลากรอยู่ใกล้ๆ ซึ่งหมายถึง ต้องมีอาจารย์ที่มีคุณภาพ ที่มีผู้บริหารที่มีคุณภาพ มาอยู่รวมกันด้วย และไม่มีการอมนกเขา ;P

3. ต้องมีนักลงทุนที่มีคุณภาพ และมีวิสัทัศน์แรงสูงจริงๆ ที่กล้าจะให้เงินกับ นศ. ที่แบกโปรเจคที่น่าสนใจไปหา ซึ่งบริษัทบริหารความเสี่ยงเหล่านี้ จะต้องมีนักวิเคราะห์ชั้นยอด ที่จะมองโอกาสให้ออก และสามารถสังเคราะห์ออกมาเป็นโมเดลที่มำเงินได้ ตรงนี้ต้องใช้ความสามารถมากๆ (นศ. มักมีแต่นวัตกรรม แต่ยังขาดวิสัยทัศน์ ทางธุรกิจ)

4. ระบบระดมทุนที่เหมาะสม อเมริกามีแนสแค (ตลาดหุ้นของบริษัทดอทคอม) บ้านเราอย่างดีก็คือตลาด MAI ซึ่งยังไม่ดีพอครับ แต่ก็คงพอได้นะ ถ้านิสัยในการลงทุน ของผู้คนดีกว่านี้ ;P

5. กฏหมายจากภาครัฐ ที่เกื้อหนุน เช่นในอเมริกา ตอนเริ่มๆดอทคอม เค้าไม่เก็บ ภาษ๊ ธุรกิจพวกนี้เลยครับ ได้มาเท่าไรเอาไปหมดเลย เพราะเค้าต้องการให้มันเกิด และโตเร็วๆ ^-^
#31  by  ★ STARBUCKS! no coffee,no me and no you! At 2008-04-25 23:30, 
สุดยอดมากจริงจริง เจอ 2 เอนทรีนี้แล้ว
ความรู้พรั่งพรูสุดสุด surprised smile surprised smile

4 แพร่งเข้าแล้วจ้า ไปดูนะ
ถ้าไม่เกร็ง ก็หายใจไม่ค่อยทั่วปอด big smile
#32  by  Bew At 2008-04-27 00:53, 
surprised smile อาจจะนอกเรื่องนิดหน่อย แต่มาช่วยกันสะกิดต่อมลดโลกร้อนกันเถอะbig smile
#33  by  2spot studio At 2008-04-27 13:54, 

<< Home


ลิงใจดี
View full profile