ช่วงนี้อัพบล๊อคถี่เลย .. ความลับก็คือ เสาร์นี้ผมจะย้ายที่อยู่ล่ะ ^-^
ผมว่า มันเลยทำให้ผมสบายใจที่จะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากขึ้น 55
คือ บางครั้งเราจะอยากบอก พอๆกับที่อยากปิด ..
เราต้องการความใกล้ชิด พอๆกับต้องการรักษาระยะห่าง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ผมพักอยู่ย่านรัชดา ทำเลดีมาก .. ผมเขียนไว้ entry ที่แ่ล้วว่าผมผ่อนบ้านผีสิงอยู่หลังนึง
รกร้าง .. ไม่มีคนอยู่ มันอยู่แถวๆคลองสอง รังสิต .. พึ่งต่อไฟ ต่อน้ำ .. ยังไม่มีโทรศัพท์
เป็นเทาวเฮาส์ริมสุดของหมู่บ้าน มี 2 ชั้น ด้วยความอยู่ริมสุด ก็เลยมีสนามหญ้าไว้ให้ซ้อมมือตัดได้ไม่เบื่อ
เดือนทีแ่ล้วพึ่งรื้อฝ้าเพดานเปลี่ยนไปหมดทั้ง 2 ชั้น .. ตอนนี้ยังไม่ได้ทาสี กับรอรื้อปาเก้ เพื่อปูกระเบื้อง
นี่ยังไม่รวมที่ได้กำจัดปลวกไปแล้วรอบนึง ..
ผมไม่เคยคิดเลยว่า พอโตขึ้น เราจะต้องมารับผิดชอบอะไรแบบนี้ ..
ผมอยากย้ายตัวเองไปอยู่ลำพัง เพราะไม่อยากให้บ้านแย่ไปกว่านี้ ที่รัชดานี่ .. ผมก็คงสละห้องให้น้องชายไป
^-^ ผมดีใจอยู่นะเนี่ย .. แค่ไม่มีเน็ต ไม่มีตู้เย็น ไม่มีทีวี บ้านไม่ได้ทาสี หญ้าไม่ได้ตัด และยังไม่รู้จักใคร -_-'
เมื่อเช้าผมตื่นไปวิ่ง .. ผมวิ่งตอนเช้าๆที่สนามกีฬาห้วยขวาง มันกว้างเท่า 1 สนามฟุตบอล
ผมวิ่งวันละ 4 รอบ สัปดา์ห์ละ 3 วัน .. ผมวิ่งมานานแล้ว แต่เมื่อเช้าเป็นครั้งแรกที่ผมได้วิ่งดูรุ้งกินน้ำ ^-^
เนื่องจากเมื่อคืนฝนตก เช้านี้อากาศเย็น .. ผมรู้สึกดีมากๆ ..
ผมนึกภาพตื่นเช้ามาในบ้านที่เงียบสงบของที่รังสิต (แหงดิ .. ไกลอย่างนั้น)
ยังไม่รู้จะทำอาหารยังไง .. แต่หน้าหมู่บ้านก็พอมีของกิน .. ซึ่งผมคงจ๊อกกิ้งออกมาได้ไม่ยาก
(จากบ้านไปถึงหน้าหมู่บ้านประมาณ 1 กิโล) .. ที่จริงผมนึกอยากได้หมาสักตัวเหมือนกัน
แต่คงเอาไว้อีกสักระยะ .. ถ้าคุณอยู่คนเดียวในบ้านสองชั้น ที่ยังไม่มีอะไรเลย แม้แต่ความสมบูรณ์ของบ้าน
คุณอาจจะต้องการเพื่อน .. แต่ผมเคยเลี้ยงหมาตอนที่อยู่เชียงใหม่ พามันนั่งมอเตอร์ไซค์
เป็นความสุขมากของชีวิต .. เลี้ยงจนกระทั่งมันตาย มันอายุสั้น .. แค่ราวๆ 8 ปี
ผมคิดว่า ผมคงเลี้ยงมันได้ไม่ดีนัก (เลี้ยงตอนเป็นนักศึกษา) นั่นทำให้ตลอดเวลาที่เป็น นศ.
ผมไม่สามารถเช่าห้องสบายๆ ได้เหมือนเพื่อนๆคนอื่น เพราะต้องหา "บ้านเช่า"
แบบราคาประหยัด ตามตรอกซอยไกลๆหน่อย เพื่อจะได้เลี้ยงมันได้
ผมไม่ได้เป็นทุกข์ .. แต่ผมว่า มันพอๆกับมีลูกเลย .. แน่ล่ะ ผมไม่เคยมีลูกแน่ๆ
แต่ก็พอรู้ว่ามันจะหมายความถึงอะไรบ้าง

^ เจ้าเพนท์ .. อิอิ
ผมตั้งชื่อมันว่า "เพนท์" (paint) เพราะผมเรียนเอกจิตกรรม (painting) ที่คณะวิจิตรศิลป์ มช.
เรา (หมายถึงเพื่อนๆในคณะส่วนใหญ่) เช่าบ้านอยู่กันเหมือนเจ้าไข่ย้อย (ในหนังเพื่อนสนิท) นั่นแหล่ะครับ ..
ชาว มช.รุ่นผม อาจจะพอรู้จัก "หมู่บ้านตุ๊กตา" อยู่ใน ซ.วัดอุโมงค์ ต้องขี่รถผ่านป่าช้าถึงจะเข้ามาที่บ้านได้
เวลาผมกลับจากคณะตอนดึกๆ .. มักจะมีจินตนาการให้ระทึกใจอยู่เรื่อย ..
มีครั้งนึงรถเกิดดับตรงป่าช้าตอนตีหนึ่ง .. (เพราะทางจะเป็นเนินนิดๆ) ผมแทบอยากจะวิ่งไปเสียให้ได้
แต่ก็ทำใจนิ่งๆ ค่อยๆเข็นรถผ่านเจดีย์เก่าๆ ปลายแหลมๆ .. ขนท้ายทอยลุกซู่เชียว ..
เจ้าเพนท์ชอบว่ายน้ำ .. ผมจะขี่มอเตอร์ไซค์ ให้เจ้าเพนท์ยืนข้างหน้า หูมันจะลู่ลมเหมือนมีปีก .. กระพือขึ้นๆลงๆ
มันเป็นพันธ์อิงลิช ค๊อกเกอร์ สีดำ .. ใครที่พอรู้จักหมาจะรู้เลยว่ามันไม่ใช่หมาตัวเล็กๆเท่าไร
ผมชอบหมาตัวขนาดกลาง .. เราจะพอฟัดพอเหวี่ยงที่จะสนุกกับมัน แต่อึมันก้อนใหญ่มากเลย -_-'
ผมพยายามจะพาเจ้าเพนท์ไปเล่นน้ำ อาจจะไม่ทุกอาทิตย์ แต่แน่ใจว่าทุกเดือน ..
ที่อ่างแก้ว .. ด้านในจะมีฝั่งที่ยื่นออกไปในอ่าง .. ผมจะพามันไปด้านลึกสุด .. พอไปถึง
คุณจะไม่มีอำนาจของความเป็นผู้เลี้ยงมันอีกต่อไป .. นั่นเพราะมันจะดีใจมากๆ
ผมรู้เลยว่ามันกำลังยิ้มอยู่ 55 เพราะมันจะกระโดดโลดเต้นไม่หยุด ไม่รู้เอาพลังมาจากไหน
มันจะวิ่งนำหน้าคุณ สักพักก็จะหยุด หันมามอง .. เดินวนๆไปฉี่ .. แล้วก็วิ่งนำไปอีกครั้ง
เป็นอย่างนี้จนถึงที่หมาย
เจ้าเพนท์ชอบมะพร้าวที่ลอยอยู่ในอ่างแก้วมาก .. มะพร้าวเปื่อยๆ ผุๆ ถ้าไม่ได้เล่นโยนไม้ลงน้ำ
ให้มันว่ายน้ำไปคาบ มันก็จะวิ่งหามะพร้าว คาบขึ้นมาบนฝั่ง .. แล้วก็นั่งปอกไปจนถึงกะลา ..
ผมว่า มันคงหมั่นเคี้ยวในการกัด หรือปอกไปเรื่อยๆ .. แน่ละ .. มะพร้าวบางลูก เหม็นมากทีเดียว
มีครั้งนึงมันไปวิ่งเล่นตามปรกติ .. แล้วมันก็คาบกลมๆ สีน้ำตาลเดินมาหา (ลักษณะนี้คืออยากให้เล่นด้วยกัน)
ผมเดินเข้าไปดู .. "ตายห่า!!" มันคาบเต่าขึ้นมาตัวนึง -_-'
ผมต้องรีบแกะและนำเต่าไปปล่อย .. เจ้าเพนท์วิ่งหางตกไปแบบกลัวๆ คงไม่รู้ว่าทำไมผมต้องดุมัน
ความทรงจำมากมาย .. หลายๆครั้งที่ผมก็ทำไม่ดีกับมัน .. ผมยังจำได้ เวลามันดื้อ ผมจะขังมันไว้ในห้องน้ำ
มันจะครางหงิงๆ จนเงียบไป .. ตั้งแต่นั้นมา มันเลยรู้จัก "จิ้งจก" เพราะในห้องน้ำ สิ่งที่จะดุกดิกเป็นเพื่อนมัน
คือจิ้งจก .. จากนั้นเมื่อมันเห็นจิ้งจกที่ไหน มันจะวิ่งตาม .. พอไล่ไม่ทันก็จะเห่าโวยวาย -_-'
นักศึกษาวัยนั้นหลายๆคน อยากเลี้ยงหมา .. แต่ผมเห็นแล้ว ว่ามีไม่กี่คนที่จะเลี้ยงได้ตลอดรอดฝั่ง
ชีวิตมันไม่เหมือนในภาพยนต์ มันไม่ได้จบลงในสองชั่วโมง .. ซึ่งคุณต้องรับผิดชอบ "ชีวิต" นั้นได้จริงๆ ..
ก่อนตายเพนท์มีเลือดซึมออกตามปาก ผมพาไปหาหมอๆบอกว่า ติดไวรัสอะไรสักอย่างในเลือด
ฉีดยาไป แล้วเอาเลือดไปรอตรวจ .. ผมคิดว่าผมพาไปหาหมอช้าไป .. ผมสบายใจนิดหน่อยหลังจาก
กลับจากคลีนิค .. รุ่งเช้ามาเพนท์ก็ตาย .. มันนอนตัวแข็ง .. น่าจะตายตั้งแต่ตอนดึก ..
ตอนที่ผมหลับอย่างสบายใจ
ผมพามันไปฝัง .. ที่ริมบึง ทางไปสนามกีฬา 700 ปี ที่เชียงใหม่ ..
ให้เพื่อนขับมอเตอร์ไซค์ แล้วผมอุ้มมันไว้ ในถุงพลาสติกใบใหญ่ .. ผมไปถึงแต่เช้า
ขุดหลุมกับดินแข็งๆอยู่จนเที่ยง .. อากาศค่อนข้างร้อน .. ผมพักทอดสายตาไปในบึงใหญ่เบื้องหน้า
ผมอยากพามันมาเล่นน้ำที่นี่นานแล้ว .. แต่ก็ไม่ได้พามา
อย่างน้อย .. มันก็ได้มาในตอนนี้ .. ผมเดินหามะพร้าวจากริมบึง .. ใส่เอาไว้ในหลุมข้างๆกัน
ผมคิดอะไรเรื่อยเปื่อยแบบบ๊องๆ .. มันคงไม่เหงามากนักถ้ามีมะพร้าวสักลูกอยู่ใกล้ๆ
ผมไม่ค่อยได้เล่าเรื่องนี้เท่าไร ..
ผมคิดว่าวันหนึ่ง .. เมื่อพร้อมจริงๆ ผมจะเลี้ยงหมาอีกครั้ง .. แม้จะไม่อยากเห็นตอนมันตายจากไป
แต่ใครที่เคยเลี้ยง แบบที่ต้อง "รับผิดชอบ" จะรู้ว่า .. มันคุ้มค่าแค่ไหน ที่ "เคย" มีัมัน
แน่ล่ะ ผมคงจะเลี้ยงพันธ์เดิม .. เลือกสีเดิม .. ตั้งชื่อเหมือนเดิม .. 55 ผมคิดได้เท่านี้แหละ
เกี่ยวกับหมาบ๊องๆสักตัว กับเจ้าของบ๊องๆของมัน ..
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ปล.ถ้าใครเคยเข้าไปที่เว็บยิ้มละไม (www.yimlamai.com) ที่หน้าหลักคุณจะพบหมาตัวนึง นอนอยู่ที่หน้าร้าน
นั่นแหล่ะ .. ที่ผมอยากให้เป็น ^-^
ผมว่า มันเลยทำให้ผมสบายใจที่จะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากขึ้น 55
คือ บางครั้งเราจะอยากบอก พอๆกับที่อยากปิด ..
เราต้องการความใกล้ชิด พอๆกับต้องการรักษาระยะห่าง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ผมพักอยู่ย่านรัชดา ทำเลดีมาก .. ผมเขียนไว้ entry ที่แ่ล้วว่าผมผ่อนบ้านผีสิงอยู่หลังนึง
รกร้าง .. ไม่มีคนอยู่ มันอยู่แถวๆคลองสอง รังสิต .. พึ่งต่อไฟ ต่อน้ำ .. ยังไม่มีโทรศัพท์
เป็นเทาวเฮาส์ริมสุดของหมู่บ้าน มี 2 ชั้น ด้วยความอยู่ริมสุด ก็เลยมีสนามหญ้าไว้ให้ซ้อมมือตัดได้ไม่เบื่อ
เดือนทีแ่ล้วพึ่งรื้อฝ้าเพดานเปลี่ยนไปหมดทั้ง 2 ชั้น .. ตอนนี้ยังไม่ได้ทาสี กับรอรื้อปาเก้ เพื่อปูกระเบื้อง
นี่ยังไม่รวมที่ได้กำจัดปลวกไปแล้วรอบนึง ..
ผมไม่เคยคิดเลยว่า พอโตขึ้น เราจะต้องมารับผิดชอบอะไรแบบนี้ ..
ผมอยากย้ายตัวเองไปอยู่ลำพัง เพราะไม่อยากให้บ้านแย่ไปกว่านี้ ที่รัชดานี่ .. ผมก็คงสละห้องให้น้องชายไป
^-^ ผมดีใจอยู่นะเนี่ย .. แค่ไม่มีเน็ต ไม่มีตู้เย็น ไม่มีทีวี บ้านไม่ได้ทาสี หญ้าไม่ได้ตัด และยังไม่รู้จักใคร -_-'
เมื่อเช้าผมตื่นไปวิ่ง .. ผมวิ่งตอนเช้าๆที่สนามกีฬาห้วยขวาง มันกว้างเท่า 1 สนามฟุตบอล
ผมวิ่งวันละ 4 รอบ สัปดา์ห์ละ 3 วัน .. ผมวิ่งมานานแล้ว แต่เมื่อเช้าเป็นครั้งแรกที่ผมได้วิ่งดูรุ้งกินน้ำ ^-^
เนื่องจากเมื่อคืนฝนตก เช้านี้อากาศเย็น .. ผมรู้สึกดีมากๆ ..
ผมนึกภาพตื่นเช้ามาในบ้านที่เงียบสงบของที่รังสิต (แหงดิ .. ไกลอย่างนั้น)
ยังไม่รู้จะทำอาหารยังไง .. แต่หน้าหมู่บ้านก็พอมีของกิน .. ซึ่งผมคงจ๊อกกิ้งออกมาได้ไม่ยาก
(จากบ้านไปถึงหน้าหมู่บ้านประมาณ 1 กิโล) .. ที่จริงผมนึกอยากได้หมาสักตัวเหมือนกัน
แต่คงเอาไว้อีกสักระยะ .. ถ้าคุณอยู่คนเดียวในบ้านสองชั้น ที่ยังไม่มีอะไรเลย แม้แต่ความสมบูรณ์ของบ้าน
คุณอาจจะต้องการเพื่อน .. แต่ผมเคยเลี้ยงหมาตอนที่อยู่เชียงใหม่ พามันนั่งมอเตอร์ไซค์
เป็นความสุขมากของชีวิต .. เลี้ยงจนกระทั่งมันตาย มันอายุสั้น .. แค่ราวๆ 8 ปี
ผมคิดว่า ผมคงเลี้ยงมันได้ไม่ดีนัก (เลี้ยงตอนเป็นนักศึกษา) นั่นทำให้ตลอดเวลาที่เป็น นศ.
ผมไม่สามารถเช่าห้องสบายๆ ได้เหมือนเพื่อนๆคนอื่น เพราะต้องหา "บ้านเช่า"
แบบราคาประหยัด ตามตรอกซอยไกลๆหน่อย เพื่อจะได้เลี้ยงมันได้
ผมไม่ได้เป็นทุกข์ .. แต่ผมว่า มันพอๆกับมีลูกเลย .. แน่ล่ะ ผมไม่เคยมีลูกแน่ๆ
แต่ก็พอรู้ว่ามันจะหมายความถึงอะไรบ้าง

^ เจ้าเพนท์ .. อิอิ
ผมตั้งชื่อมันว่า "เพนท์" (paint) เพราะผมเรียนเอกจิตกรรม (painting) ที่คณะวิจิตรศิลป์ มช.
เรา (หมายถึงเพื่อนๆในคณะส่วนใหญ่) เช่าบ้านอยู่กันเหมือนเจ้าไข่ย้อย (ในหนังเพื่อนสนิท) นั่นแหล่ะครับ ..
ชาว มช.รุ่นผม อาจจะพอรู้จัก "หมู่บ้านตุ๊กตา" อยู่ใน ซ.วัดอุโมงค์ ต้องขี่รถผ่านป่าช้าถึงจะเข้ามาที่บ้านได้
เวลาผมกลับจากคณะตอนดึกๆ .. มักจะมีจินตนาการให้ระทึกใจอยู่เรื่อย ..
มีครั้งนึงรถเกิดดับตรงป่าช้าตอนตีหนึ่ง .. (เพราะทางจะเป็นเนินนิดๆ) ผมแทบอยากจะวิ่งไปเสียให้ได้
แต่ก็ทำใจนิ่งๆ ค่อยๆเข็นรถผ่านเจดีย์เก่าๆ ปลายแหลมๆ .. ขนท้ายทอยลุกซู่เชียว ..
เจ้าเพนท์ชอบว่ายน้ำ .. ผมจะขี่มอเตอร์ไซค์ ให้เจ้าเพนท์ยืนข้างหน้า หูมันจะลู่ลมเหมือนมีปีก .. กระพือขึ้นๆลงๆ
มันเป็นพันธ์อิงลิช ค๊อกเกอร์ สีดำ .. ใครที่พอรู้จักหมาจะรู้เลยว่ามันไม่ใช่หมาตัวเล็กๆเท่าไร
ผมชอบหมาตัวขนาดกลาง .. เราจะพอฟัดพอเหวี่ยงที่จะสนุกกับมัน แต่อึมันก้อนใหญ่มากเลย -_-'
ผมพยายามจะพาเจ้าเพนท์ไปเล่นน้ำ อาจจะไม่ทุกอาทิตย์ แต่แน่ใจว่าทุกเดือน ..
ที่อ่างแก้ว .. ด้านในจะมีฝั่งที่ยื่นออกไปในอ่าง .. ผมจะพามันไปด้านลึกสุด .. พอไปถึง
คุณจะไม่มีอำนาจของความเป็นผู้เลี้ยงมันอีกต่อไป .. นั่นเพราะมันจะดีใจมากๆ
ผมรู้เลยว่ามันกำลังยิ้มอยู่ 55 เพราะมันจะกระโดดโลดเต้นไม่หยุด ไม่รู้เอาพลังมาจากไหน
มันจะวิ่งนำหน้าคุณ สักพักก็จะหยุด หันมามอง .. เดินวนๆไปฉี่ .. แล้วก็วิ่งนำไปอีกครั้ง
เป็นอย่างนี้จนถึงที่หมาย
เจ้าเพนท์ชอบมะพร้าวที่ลอยอยู่ในอ่างแก้วมาก .. มะพร้าวเปื่อยๆ ผุๆ ถ้าไม่ได้เล่นโยนไม้ลงน้ำ
ให้มันว่ายน้ำไปคาบ มันก็จะวิ่งหามะพร้าว คาบขึ้นมาบนฝั่ง .. แล้วก็นั่งปอกไปจนถึงกะลา ..
ผมว่า มันคงหมั่นเคี้ยวในการกัด หรือปอกไปเรื่อยๆ .. แน่ละ .. มะพร้าวบางลูก เหม็นมากทีเดียว
มีครั้งนึงมันไปวิ่งเล่นตามปรกติ .. แล้วมันก็คาบกลมๆ สีน้ำตาลเดินมาหา (ลักษณะนี้คืออยากให้เล่นด้วยกัน)
ผมเดินเข้าไปดู .. "ตายห่า!!" มันคาบเต่าขึ้นมาตัวนึง -_-'
ผมต้องรีบแกะและนำเต่าไปปล่อย .. เจ้าเพนท์วิ่งหางตกไปแบบกลัวๆ คงไม่รู้ว่าทำไมผมต้องดุมัน
ความทรงจำมากมาย .. หลายๆครั้งที่ผมก็ทำไม่ดีกับมัน .. ผมยังจำได้ เวลามันดื้อ ผมจะขังมันไว้ในห้องน้ำ
มันจะครางหงิงๆ จนเงียบไป .. ตั้งแต่นั้นมา มันเลยรู้จัก "จิ้งจก" เพราะในห้องน้ำ สิ่งที่จะดุกดิกเป็นเพื่อนมัน
คือจิ้งจก .. จากนั้นเมื่อมันเห็นจิ้งจกที่ไหน มันจะวิ่งตาม .. พอไล่ไม่ทันก็จะเห่าโวยวาย -_-'
นักศึกษาวัยนั้นหลายๆคน อยากเลี้ยงหมา .. แต่ผมเห็นแล้ว ว่ามีไม่กี่คนที่จะเลี้ยงได้ตลอดรอดฝั่ง
ชีวิตมันไม่เหมือนในภาพยนต์ มันไม่ได้จบลงในสองชั่วโมง .. ซึ่งคุณต้องรับผิดชอบ "ชีวิต" นั้นได้จริงๆ ..
ก่อนตายเพนท์มีเลือดซึมออกตามปาก ผมพาไปหาหมอๆบอกว่า ติดไวรัสอะไรสักอย่างในเลือด
ฉีดยาไป แล้วเอาเลือดไปรอตรวจ .. ผมคิดว่าผมพาไปหาหมอช้าไป .. ผมสบายใจนิดหน่อยหลังจาก
กลับจากคลีนิค .. รุ่งเช้ามาเพนท์ก็ตาย .. มันนอนตัวแข็ง .. น่าจะตายตั้งแต่ตอนดึก ..
ตอนที่ผมหลับอย่างสบายใจ
ผมพามันไปฝัง .. ที่ริมบึง ทางไปสนามกีฬา 700 ปี ที่เชียงใหม่ ..
ให้เพื่อนขับมอเตอร์ไซค์ แล้วผมอุ้มมันไว้ ในถุงพลาสติกใบใหญ่ .. ผมไปถึงแต่เช้า
ขุดหลุมกับดินแข็งๆอยู่จนเที่ยง .. อากาศค่อนข้างร้อน .. ผมพักทอดสายตาไปในบึงใหญ่เบื้องหน้า
ผมอยากพามันมาเล่นน้ำที่นี่นานแล้ว .. แต่ก็ไม่ได้พามา
อย่างน้อย .. มันก็ได้มาในตอนนี้ .. ผมเดินหามะพร้าวจากริมบึง .. ใส่เอาไว้ในหลุมข้างๆกัน
ผมคิดอะไรเรื่อยเปื่อยแบบบ๊องๆ .. มันคงไม่เหงามากนักถ้ามีมะพร้าวสักลูกอยู่ใกล้ๆ
ผมไม่ค่อยได้เล่าเรื่องนี้เท่าไร ..
ผมคิดว่าวันหนึ่ง .. เมื่อพร้อมจริงๆ ผมจะเลี้ยงหมาอีกครั้ง .. แม้จะไม่อยากเห็นตอนมันตายจากไป
แต่ใครที่เคยเลี้ยง แบบที่ต้อง "รับผิดชอบ" จะรู้ว่า .. มันคุ้มค่าแค่ไหน ที่ "เคย" มีัมัน
แน่ล่ะ ผมคงจะเลี้ยงพันธ์เดิม .. เลือกสีเดิม .. ตั้งชื่อเหมือนเดิม .. 55 ผมคิดได้เท่านี้แหละ
เกี่ยวกับหมาบ๊องๆสักตัว กับเจ้าของบ๊องๆของมัน ..
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ปล.ถ้าใครเคยเข้าไปที่เว็บยิ้มละไม (www.yimlamai.com) ที่หน้าหลักคุณจะพบหมาตัวนึง นอนอยู่ที่หน้าร้าน
นั่นแหล่ะ .. ที่ผมอยากให้เป็น ^-^