ว่าจะอวดกันนานจนลืมไปแล้ว ..
เจอภาพเก่าๆ ที่เคยวาดไว้ นานมากๆ .. สมัยที่ยังมุ่งวาดให้ได้ๆๆๆ คิดอยู่แค่นั้น แล้วก็วาดๆๆๆ
วันนึง เมื่อพอเริ่มวาดได้ .. บางทีก็สงสัย .. ทำไมตอนวาดไม่ได้มันดูสวยกว่าได้นะ ..
ผมเรียนมาสาย ปวช. ก็คือๆ ม.ปลายของหลายๆคน ก่อนจะต่อไปมหา'ลัย
แต่ ม.ปลายของผม .. มันดันมีอังกฤษ 2 ตัว คณิต 2 ตัว ..
จำไม่ได้ว่าเรียนถึงตรงไหน .. แต่ไม่รู้จัก ซาย , พาย r ล่ะว่าง่ายๆ -_-'
เนื่องจากตอน ม.ต้น ผมไม่ตั้งใจเรียนคณิตศาสตร์ (แต่อยู่สายคณิต-อังกฤษ)
แต่มันกลับกลายเป็นการเลือกสายที่โตมาโง่ทั้งคณิตและอังกฤษเลย
พอได้เรียนที่โรงเรียนศิลปะผมอยากเรียนคณิตบ้าง .. กลัวโง่ เพราะที่โรงเรียนแทบไม่มีวิชาสอน
ไปลงสมัครเรียนกวดวิชา .. โอ้แม่เจ้า .. ยากมากมาย
เป็นความทรงจำดีๆที่เลวร้ายกับคณิตศาสตร์ .. ตอนนี้เลยต้องใช้กรรม
งานที่ทำพอถึงเรื่องตัวเลขเมื่อไร .. เป็นงงกว่าชาวบ้านเค้าทุกที
ผมไม่แน่ใจว่าที่วิทยาลัยช่างศิลป์ตอนนี้สอนแบบไหน
แต่ช่างศิลป์ที่ผมเรียน .. สอนตั้งแต่ วาด พิมพ์ ปั้น สถาปัตย์ ตกแต่งภายใน อนาโตมี่ ประวัติศาสตร์ศิลป์
ศิลปะไทย ฯลฯ .. เรียกได้ว่าอัดมาหมด .. สนุกมากเลย .. เป็นโรงเรียนที่สนุกมาก ..
แล้วดันแปลกที่เราแทบทุกคนจะอยากวาดให้ได้ทั้งหมด ..
อยากวาดแข่งกับเพื่อน อยากวาดอวดหญิง มีรูปแปะบอร์ด อะไรประมาณนั้น ^-^'
การที่อยู่ตั้งลาดกระบัง .. แทบไม่มีเรื่องต่อยตีกะใครเพราะอยู่ไกลสุดๆ .. เจอแต่ตัวตะกวด(จริงๆ)เดินตามทาง
กะชาวบ้านจูงวัวเข้าไปกินหญ้าในโรงเรียน -_-'
จำได้ว่า เวลาจะชวนเพื่อนๆไปโรงเรียน ผมจะบอกเพื่อนว่านั่งรถไปแค่ 5 ป้ายก็ถึงแล้ว
แต่เป็นป้ายรถไฟนะ ^-^' มีหลายครั้งที่จะมีนักเรียนหลับบนรถไฟ ใครไม่ถูกปลุก ไปรู้สึกตัวอีกทีก็ปราจีนฯล่ะ
ผมเลยค่อนข้างติดรถไฟ .. ติดแบบ นั่งไปคนเดียวไกลๆจนชิน รู้สึกว่า ถ้าเจอทางรถไฟเราไม่ตายแล้ว
เพราะนั่งเป็นพันๆเที่ยว ตลอดที่เรียนที่นั่น ..
เฮ้อ .. แก่แล้วก็เงี๊ยะเนอะ
รำลึกอดีต .. ^-^

ภาพสมัยดรออิ้ง .. วาดกันซะจนแบบว่าเห็นเป็นสีได้เลยทีเดียว
สังเกตุว่ายังมีเบี้ยวๆอยู่ แต่หัวข้อนี้เป็นการวาด "พื้นผิววัตถุ" ให้แยกแยะได้ว่า อะไรเป็นแก้ว
อะไรเป็นดินเผา .. ตอนนั้นขยันมากเลย
ดรออิ้งอีกภาพ .. ภาพนี้จริงๆแบล๊คกราวถือว่ารุนแรงไป .. คือหลายๆภาพเราจะไม่ได้วาดเสร็จในวันเดียว
แบบจะถูกตั้งไว้ประมาณ 1สัปดาห์ให้กลับไปวาดได้เรื่อยๆ ..บางคนพึ่งจีบหญิงติด ก็จะวาดละมุนละไม
บางคนพึ่งเลิกกะแฟน ก็จะวาดแบบ ... อืม .. นะ

อันนี้เป็นภาพลายไทย เราอาจจะเรียกว่าไทยประยุกต์ครับ เพราะผมไปวัดพระแก้ว ถ่ายภาพที่อยากวาดมา
แล้วนำมาวาดใหม่ ในท่าทางแบบเดิม แต่เปลี่ยนพื้นหลัง เปลี่ยนฉากเป็นสมัยใหม่ขึ้นนิดนึง
สมัยนั้นเพื่อนๆก็จะอยากวาดอันที่ยากๆ แล้วเอามาอวดกัน .. ผมก็ฝีมือกลางๆ ดันชอบวาดวิวมากกว่า 55
*เพิ่มเติม ภาพลายไทยจะวาดยากกว่าแบบอื่นตรงที่ต้องศึกษาวาดลายให้เป็นก่อน เหมือนหัดเขียน ก. ข.
จะสนุกตรงที่เราจะใช้พู่กันขนยาวๆวาด แล้วขนมันต้องเส้นเล็กจริงๆ (เอาไว้เขียนตัดเส้น เหมือนวาดการ์ตูน)
บางทีเราต้องตัดเส้นพู่กันออก เพื่อให้เหลือไม่กี่เส้น จะได้เส้นเล็กๆตอนวาด .. ศิลปะไทยละเมียดละไมมากเลย

มาที่มหาลัย .. ออกแนวขี้เกียจ .. อันนี้เป็นจริงๆนะมันคล้ายว่า เราเรียนไปเยอะมากแล้วก่อนหน้านี้
แล้วมันเหมือนหมด ... อาจจะเรียกว่าหมดไฟ ..ไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้ตัวเลยว่าทำตัวสบายขึ้นมากเกินไป

ภาพนี้ชอบมากเลยครับ .. วาดที่ประจวบ .. จะเป็นการเหมือนทัศนศึกษา แต่เดินทางมาวาดรูป
รูปนี้จริงๆเสร็จแค่ 80% ภาพนี้ยังไม่ถูกเก็บรายละเอียดอย่างที่ควรจะเป็น .. ผมจำได้แม่นเลย
ไปถึงประจวบ .. วาดได้เท่านี้ แล้วผมก็ .. โดดเรียน ไปเดินเล่นในเมือง เดินหาโรงหนังแล้วตีตั๋วเข้าไปดูเฉยเลย
แล้วใส่รองเท้าแตะคุณครูไปด้วยนะครับ .. มาถึงก็เจอครูฝรั่งเลย .. เพราะแกไม่มีรองเท้าใส่ โดนผมมั่วไป
เพราะของผมก็โดนคนอื่นมั่วไปอีกที -_-'
เหมือนเป็นชีวิตวัยรุ่น ซนๆสนุกๆตามประสา .. พอแก่ๆแล้วก็คิดถึงดีนะครับ (เป็นกันไหม)
แต่ผมดีใจนะ ที่ได้เหลวไหล แต่ไม่ถึงกับเละ .. ทำให้แก่ๆมา ได้มีเรื่องเอาไว้อวดกันบ้าง
ไม่งั้นจืดชืดแย่เลย .. ^-^
สวยทุกภาพเลยค่ะ ชอบภาพของคุณมันดูเย็นๆ สบายๆ
ดูจากภาพที่พี่วาดที่ประจวบเเล้วพวกผมตกกระป๋องเเน่ๆเลยครับ (ฮา)