เนื้อหา Entry นี้จะ Advance หน่อย คนที่ไม่ได้วาดภาพอาจจะไม่สนใจ แต่ผมอยากเขียนเอาไว้
อ้างอิง เพราะไม่ค่อยเจอใครเผยแพร่เนื้อหาเรื่องเฟรมผ้าใบเท่าไรครับ ^-^
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
พอเลือกกระดาษกันเป็นแล้ว ในเนื้อหาก่อนหน้า อันนี้เราขยับขึ้นมาหน่อย
เราจะลองไปดูเฟรม (ภาษาเรียกติดปาก) หรือ canvas ผ้าใบสำหรับวาดภาพนั่นเอง
*ขอเตือนไว้นิดนึงครับ อันนี้เขียนจากประสบการณ์ นำไปอะแด๊บ แต๊บๆ กันตามความแตกต่าง
ของสภาพแวดล้อม และหน้าที่ใช้งานอีกทีนะครับ ^-^
เฟรมผ้าใบ สำหรับเขียนรูป
เฟรมบ้านเรานั้น มีอยู่ 2 แบบ ที่ต้องเกริ่นแบบนี้ก่อน เพราะป้องกันการเข้าใจผิดน่ะครับ
แบบแรกของฝรั่ง เค้าจะมีเฟรมผ้าใบแบบเดียว แต่จะต่างกันตามเกรดของผ้า หรือ canvas ที่เอามาขึงนั่นเอง

(เฟรมตัวอย่าง มีแต่ที่รองพื้นไว้แล้ว -_-' ก็เลยปิดนิดนึง ขออภัยเด้อ)
โดยลักษณะนั้น เฟรมก็คือกรอบไม้รูปสี่เหลี่ยม (อาจจะทำเป็นรูปอื่นได้ แล้วแต่ความต้องการ)
ที่นำผ้าใบ หรือ canvas มาขึงให้ตึง แล้วยิงด้วยแม๊กยิงเฟรม หรือตะปูตอก ก็ให้ผลเหมือนกัน
คือเพื่อขึงให้ตึง ยิ่งตึงมาก ก็จะยิ่งเขียนรูปได้ง่าย และภาพไม่บิดเบียว (อันอาจเกิดจากเฟรมหย่อน)
ชนิดของผ้าใบที่เอามาขึงนั้นก็มีหลายเกรด แตกต่างกันตั้งแต่ราคาเมตรละไม่กี่ร้อย ไปจนถึงหลายพันบาท
ผ้า canvas แท้ๆนั้น จะมีการเคลือบสารเคมีบนผิวผ้ามาแล้วด้านหนึ่ง อีกด้าน จะเป็นเนื้อผ้าล้วนๆ
ปรกติถ้าซื้อผ้ามาขึงเอง เราก็จะใช้ด้านที่ทำพื้นมาแล้วนั้น (ด้านเคมี) หันออกด้านนอก สำหรับไว้วาดครับ

(เฟรมแบบใช้แม๊กยิง ในการขึงผ้าใบ)
แบบที่สอง สำหรับชาวไทยแต๊ๆ ก็คือ .. ไปซื้อผ้าดิบ จากสำเพ็ง (หรือกาดหลวง ที่เชียงใหม่ ;P)
ผ้าดิบจะราคาเมตรละไม่กี่สิบบาท เหมือนที่เอามาเย็บถุงผ้าใส่ของลดโลกร้อนนั่นแล่ะครับ แต่เอาที่หนาๆหน่อย
แล้วเอามาขึงให้ตึงบนกรอบไม้เหมือนเฟรมฝรั่งทุกอย่าง เสร็จแล้วเราก็จะได้เฟรมเปล่าๆขึ้นมาหนึ่งอัน
จากนั้นก็มาดูว่า เราจะเอาเฟรมนั้น ไปวาดภาพด้วยสีอะไร เพื่อที่จะได้มาเลือกวัสดุ ในการรองพื้นกัน
โดยคร่าวๆ ก็มีดังนี้เด้อ

(สีอะครีลิค ใช้น้ำทำละลาย แต่เมื่อสีแห้งแล้วจะไม่ละลายอีก มีความคงทนสูง มักเป็นสเต็บถัดไปของคนวาดสีน้ำ)
จะเอาเฟรมไปวาดสีอะครีลิค
การเอาไปวาดสีอะครีลิค เราอาจจะใช้ส่วนผสมด้วยการเอาสีน้ำอะครีลิค สำหรับทาบ้าน (ทาภายใน)
มาเป็นตัวรองพื้น แนะนำให้ซื้อที่แพงๆหน่อย มีราคาตั้งแต่ถังละ 200-500 บาท(ขนาดกลาง) เช่นของ TOA
หรือ BEGER (รูปเครื่องบินอ่ะ) หรือยี่ห้อที่พอคุ้นๆ อันแปลกๆ ถูกๆ ไม่แนะนำอย่างแรง เพราะในเนื้อสี
มักจะผสมแป้ง พวกนี้โดนน้ำแล้วร่อนครับ ผลงานศิลปะเราจะเละเปล่าๆ
เอาสีรองพื้นผสมกับกาวลาเท็กซ์ (กาวเนื้อดีเช่นกัน เช่นของ TOA หรือยี่ห้ออื่นๆ เนื้อกาวจะเหนียว ข้น)
โดยสัดส่วนประมาณ สีรองพื้น 80% เนื้อกาว 15% น้ำเปล่า 5% แล้วคนให้เข้ากัน เหมือนเตรียมทำ
แพนเค้ก .. ถ้ารู้สึกหนืดไปให้เติมน้ำเพิ่ม แต่เพิ่มทีละน้อย เมื่อคนได้ที่แล้วก็เอามาทาให้ทั่วบนผ้าใบ
ทาด้วยแปรงทาสีขนาดหัวแปรงยิ่งใหญ่ยิ่งทาง่าย แปรงควรจะขนาด 2.5 นิ้วขึ้นไปนะครับ
จะเอาเฟรมไปวาดสีน้ำมัน
การรองฟื้นสำหรับสีน้ำมัน จะแตกต่างกันนิดหน่อย ให้เพิ่มสัดส่วนของกาวลาเท็กซ์ครับ โดยจะประมาณ
เนื้อสีรองพื้น 50% เนื้อกาว 40% และน้ำเปล่า 10% ผสมแล้วหนืดไปก็เติมน้ำได้เช่นเดิม
ทำไมต้องผสมกาวลาเท็กซ์?
กาวนั้นนอกจากจะเพิ่มความหนาของการรองพื้นแล้ว เนื้อกาวจะเข้าไปอุดรอยถักทอของผ้าดิบ ซึ่งจะมี
ความหยาบสูง ให้เรียบขึ้น และเมื่อกาวแห้ง ผลที่ได้ก็คือความตึงของเนื้อผ้าจะเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนที่
ต่างกันก็เพราะสีอะครีลิค เป็นสีที่ผสมน้ำเปล่าในการวาด ถ้าเรารองพื้นแบบสีน้ำมัน คือใส่กาวเยอะ
แล้วเอามาวาดสีอะครีลิค พื้นที่รองสีไว้ อาจจะหลุดได้ เพราะน้ำจากพู่กัน ไปละลายกาวนั่นเอง
ในขณะที่สีน้ำมัน ก็จะไม่มีน้ำในกระบวนการวาดเลย จึงผสมกาวเยอะได้โดยไม่ต้องกังวล
ซึ่งเราจะต้องการเนื้อเฟรมที่แน่น และตึงเพื่อให้การวาดภาพสะดวกขึ้นนั่นเอง (ธรรมชาติของสีน้ำมัน
เราจะวาดกับผ้ารุนแรงกว่าสีอะครีลิคครับ พู่กันจะกระทุ้งแรงๆไปที่เฟรมหลายพันครั้ง ผ้าแข็งแรงจึงจำเป็น)

(ตัวอย่างภาพวาดสีอะครีลิครองพื้นด้วยวิธีดังกล่าว ของผู้เขียน)
สรุปเรื่องเฟรม
การรองพื้นเองนั้น เหมาะสำหรับขั้นตอนใช้ศึกษาครับ เพราะผลงานศิลปะจริงๆจังๆนั้น มักจะใช้ canvas
จริงในการทำงาน เนื่องจากมีความคงทนสูง เพราะเราไม่รู้ว่าภาพวาดนั้น จะถูกนำไปใช้ในสภาพแวดล้อม
แบบไหน (ถ้ารองพื้นด้วยกาว แล้วไปแขวนที่แจ้ง .. ไม่อยากนึกภาพเลย) อีกอย่างถ้าเราวาดแบบค้าขาย
ฝรั่งเวลาเค้าซื้อภาพ บางครั้งเค้าจะขอให้แกะโครงไม้ออก คือเค้าจะเอาแต่ภาพจริงๆเลย ถ้าเราใช้
ผ้าดิบ การแกะมักจะตามมาด้วยคำว่า "เละ" มันจะเป็นรูพรุนตามรอยแม๊กยิงน่ะครับ .. แย่เลย
*ฝรั่งเค้าไม่เอาโครงไม้ เพราะไม่สะดวกในการพกพา, เช่นโหลดภาพขึ้นเครื่องบิน, และในบางประเทศ
การนำไม้เข้าประเทศต้องตรวจสอบหลายขั้นตอน เค้าป้องกันการนำปลวก หรือมอด เข้าประเทศเค้าน่ะครับ
อีกอย่าง ตัวผ้าใบ canvas ก็มีความคงทนสูงกว่าด้วยนั่นเอง
ปล. การหาซื้อเฟรมสำหรับวาดภาพ แนะนำให้ไปเดินแถวๆ ม.ศิลปากรครับ โดยเฉพาะในสหกรณ์
ของมหา'ลัย ราคาจะไม่แพง และได้สินค้ามีคุณภาพ ไม่ต้องกลัวหาไม่เจอครับ เพราะมหา'ลัย มีขนาดย่อม
ถามคนขายว่าวที่สนามหลวงยังรู้จักเลย ^-^' ส่วนที่อื่นก็ตามสวนจตุจักร ก็มี แต่เค้ามักจะกั๊กๆ และ
ต้องวางเงินมัดจำก่อน ยุ่งยากครับ และก็ตามร้านหนังสือ B2S แต่ราคาโคตรแพงครับ เป็นของนำเข้า
เอาเงินไปซื้อที่ศิลปากร ได้คุ้มกว่าจริงๆ
อ้างอิง เพราะไม่ค่อยเจอใครเผยแพร่เนื้อหาเรื่องเฟรมผ้าใบเท่าไรครับ ^-^
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
พอเลือกกระดาษกันเป็นแล้ว ในเนื้อหาก่อนหน้า อันนี้เราขยับขึ้นมาหน่อย
เราจะลองไปดูเฟรม (ภาษาเรียกติดปาก) หรือ canvas ผ้าใบสำหรับวาดภาพนั่นเอง
*ขอเตือนไว้นิดนึงครับ อันนี้เขียนจากประสบการณ์ นำไปอะแด๊บ แต๊บๆ กันตามความแตกต่าง
ของสภาพแวดล้อม และหน้าที่ใช้งานอีกทีนะครับ ^-^
เฟรมผ้าใบ สำหรับเขียนรูป
เฟรมบ้านเรานั้น มีอยู่ 2 แบบ ที่ต้องเกริ่นแบบนี้ก่อน เพราะป้องกันการเข้าใจผิดน่ะครับ
แบบแรกของฝรั่ง เค้าจะมีเฟรมผ้าใบแบบเดียว แต่จะต่างกันตามเกรดของผ้า หรือ canvas ที่เอามาขึงนั่นเอง

(เฟรมตัวอย่าง มีแต่ที่รองพื้นไว้แล้ว -_-' ก็เลยปิดนิดนึง ขออภัยเด้อ)
โดยลักษณะนั้น เฟรมก็คือกรอบไม้รูปสี่เหลี่ยม (อาจจะทำเป็นรูปอื่นได้ แล้วแต่ความต้องการ)
ที่นำผ้าใบ หรือ canvas มาขึงให้ตึง แล้วยิงด้วยแม๊กยิงเฟรม หรือตะปูตอก ก็ให้ผลเหมือนกัน
คือเพื่อขึงให้ตึง ยิ่งตึงมาก ก็จะยิ่งเขียนรูปได้ง่าย และภาพไม่บิดเบียว (อันอาจเกิดจากเฟรมหย่อน)
ชนิดของผ้าใบที่เอามาขึงนั้นก็มีหลายเกรด แตกต่างกันตั้งแต่ราคาเมตรละไม่กี่ร้อย ไปจนถึงหลายพันบาท
ผ้า canvas แท้ๆนั้น จะมีการเคลือบสารเคมีบนผิวผ้ามาแล้วด้านหนึ่ง อีกด้าน จะเป็นเนื้อผ้าล้วนๆ
ปรกติถ้าซื้อผ้ามาขึงเอง เราก็จะใช้ด้านที่ทำพื้นมาแล้วนั้น (ด้านเคมี) หันออกด้านนอก สำหรับไว้วาดครับ

(เฟรมแบบใช้แม๊กยิง ในการขึงผ้าใบ)
แบบที่สอง สำหรับชาวไทยแต๊ๆ ก็คือ .. ไปซื้อผ้าดิบ จากสำเพ็ง (หรือกาดหลวง ที่เชียงใหม่ ;P)
ผ้าดิบจะราคาเมตรละไม่กี่สิบบาท เหมือนที่เอามาเย็บถุงผ้าใส่ของลดโลกร้อนนั่นแล่ะครับ แต่เอาที่หนาๆหน่อย
แล้วเอามาขึงให้ตึงบนกรอบไม้เหมือนเฟรมฝรั่งทุกอย่าง เสร็จแล้วเราก็จะได้เฟรมเปล่าๆขึ้นมาหนึ่งอัน
จากนั้นก็มาดูว่า เราจะเอาเฟรมนั้น ไปวาดภาพด้วยสีอะไร เพื่อที่จะได้มาเลือกวัสดุ ในการรองพื้นกัน
โดยคร่าวๆ ก็มีดังนี้เด้อ

(สีอะครีลิค ใช้น้ำทำละลาย แต่เมื่อสีแห้งแล้วจะไม่ละลายอีก มีความคงทนสูง มักเป็นสเต็บถัดไปของคนวาดสีน้ำ)
จะเอาเฟรมไปวาดสีอะครีลิค
การเอาไปวาดสีอะครีลิค เราอาจจะใช้ส่วนผสมด้วยการเอาสีน้ำอะครีลิค สำหรับทาบ้าน (ทาภายใน)
มาเป็นตัวรองพื้น แนะนำให้ซื้อที่แพงๆหน่อย มีราคาตั้งแต่ถังละ 200-500 บาท(ขนาดกลาง) เช่นของ TOA
หรือ BEGER (รูปเครื่องบินอ่ะ) หรือยี่ห้อที่พอคุ้นๆ อันแปลกๆ ถูกๆ ไม่แนะนำอย่างแรง เพราะในเนื้อสี
มักจะผสมแป้ง พวกนี้โดนน้ำแล้วร่อนครับ ผลงานศิลปะเราจะเละเปล่าๆ
เอาสีรองพื้นผสมกับกาวลาเท็กซ์ (กาวเนื้อดีเช่นกัน เช่นของ TOA หรือยี่ห้ออื่นๆ เนื้อกาวจะเหนียว ข้น)
โดยสัดส่วนประมาณ สีรองพื้น 80% เนื้อกาว 15% น้ำเปล่า 5% แล้วคนให้เข้ากัน เหมือนเตรียมทำ
แพนเค้ก .. ถ้ารู้สึกหนืดไปให้เติมน้ำเพิ่ม แต่เพิ่มทีละน้อย เมื่อคนได้ที่แล้วก็เอามาทาให้ทั่วบนผ้าใบ
ทาด้วยแปรงทาสีขนาดหัวแปรงยิ่งใหญ่ยิ่งทาง่าย แปรงควรจะขนาด 2.5 นิ้วขึ้นไปนะครับ
จะเอาเฟรมไปวาดสีน้ำมัน
การรองฟื้นสำหรับสีน้ำมัน จะแตกต่างกันนิดหน่อย ให้เพิ่มสัดส่วนของกาวลาเท็กซ์ครับ โดยจะประมาณ
เนื้อสีรองพื้น 50% เนื้อกาว 40% และน้ำเปล่า 10% ผสมแล้วหนืดไปก็เติมน้ำได้เช่นเดิม
ทำไมต้องผสมกาวลาเท็กซ์?
กาวนั้นนอกจากจะเพิ่มความหนาของการรองพื้นแล้ว เนื้อกาวจะเข้าไปอุดรอยถักทอของผ้าดิบ ซึ่งจะมี
ความหยาบสูง ให้เรียบขึ้น และเมื่อกาวแห้ง ผลที่ได้ก็คือความตึงของเนื้อผ้าจะเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนที่
ต่างกันก็เพราะสีอะครีลิค เป็นสีที่ผสมน้ำเปล่าในการวาด ถ้าเรารองพื้นแบบสีน้ำมัน คือใส่กาวเยอะ
แล้วเอามาวาดสีอะครีลิค พื้นที่รองสีไว้ อาจจะหลุดได้ เพราะน้ำจากพู่กัน ไปละลายกาวนั่นเอง
ในขณะที่สีน้ำมัน ก็จะไม่มีน้ำในกระบวนการวาดเลย จึงผสมกาวเยอะได้โดยไม่ต้องกังวล
ซึ่งเราจะต้องการเนื้อเฟรมที่แน่น และตึงเพื่อให้การวาดภาพสะดวกขึ้นนั่นเอง (ธรรมชาติของสีน้ำมัน
เราจะวาดกับผ้ารุนแรงกว่าสีอะครีลิคครับ พู่กันจะกระทุ้งแรงๆไปที่เฟรมหลายพันครั้ง ผ้าแข็งแรงจึงจำเป็น)

(ตัวอย่างภาพวาดสีอะครีลิครองพื้นด้วยวิธีดังกล่าว ของผู้เขียน)
สรุปเรื่องเฟรม
การรองพื้นเองนั้น เหมาะสำหรับขั้นตอนใช้ศึกษาครับ เพราะผลงานศิลปะจริงๆจังๆนั้น มักจะใช้ canvas
จริงในการทำงาน เนื่องจากมีความคงทนสูง เพราะเราไม่รู้ว่าภาพวาดนั้น จะถูกนำไปใช้ในสภาพแวดล้อม
แบบไหน (ถ้ารองพื้นด้วยกาว แล้วไปแขวนที่แจ้ง .. ไม่อยากนึกภาพเลย) อีกอย่างถ้าเราวาดแบบค้าขาย
ฝรั่งเวลาเค้าซื้อภาพ บางครั้งเค้าจะขอให้แกะโครงไม้ออก คือเค้าจะเอาแต่ภาพจริงๆเลย ถ้าเราใช้
ผ้าดิบ การแกะมักจะตามมาด้วยคำว่า "เละ" มันจะเป็นรูพรุนตามรอยแม๊กยิงน่ะครับ .. แย่เลย
*ฝรั่งเค้าไม่เอาโครงไม้ เพราะไม่สะดวกในการพกพา, เช่นโหลดภาพขึ้นเครื่องบิน, และในบางประเทศ
การนำไม้เข้าประเทศต้องตรวจสอบหลายขั้นตอน เค้าป้องกันการนำปลวก หรือมอด เข้าประเทศเค้าน่ะครับ
อีกอย่าง ตัวผ้าใบ canvas ก็มีความคงทนสูงกว่าด้วยนั่นเอง
ปล. การหาซื้อเฟรมสำหรับวาดภาพ แนะนำให้ไปเดินแถวๆ ม.ศิลปากรครับ โดยเฉพาะในสหกรณ์
ของมหา'ลัย ราคาจะไม่แพง และได้สินค้ามีคุณภาพ ไม่ต้องกลัวหาไม่เจอครับ เพราะมหา'ลัย มีขนาดย่อม
ถามคนขายว่าวที่สนามหลวงยังรู้จักเลย ^-^' ส่วนที่อื่นก็ตามสวนจตุจักร ก็มี แต่เค้ามักจะกั๊กๆ และ
ต้องวางเงินมัดจำก่อน ยุ่งยากครับ และก็ตามร้านหนังสือ B2S แต่ราคาโคตรแพงครับ เป็นของนำเข้า
เอาเงินไปซื้อที่ศิลปากร ได้คุ้มกว่าจริงๆ
