ใครจะจำได้ ว่าเคยวาดรูปไปแล้วกี่รูป?
แน่ล่ะ คงไม่มีใครจำได้ ..
แต่เราก็คงมีภาพส่วนตัวบางภาพ .. ที่ปักหมุดเอาไว้กับเวลาบางช่วงของชีวิต
ที่พอเห็นแล้ว ความทรงจำของช่วงเวลานั้น ก็พร้อมจะไหลบ่าออกมาให้ระลึกถึง

^ ภาพวาดสีน้ำมัน ขนาด 90 x 120 cm. วาดตอนอายุ 19 กำลังเอาะๆ ไฟแรงๆ

^ มุมเดียวกันกับภาพวาด เมื่อเวลาผ่านไปร่วมสิบปี
สมัยเรียนที่ช่างศิลป์ฯลาดกระบัง .. ต้องนั่งรถไฟไปเรียน ทุกๆวันมีเรื่องราวสนุกไม่ซ้ำวัน
นั่งรถไฟจากสถานีมักกะสัน ค่ารถไปลงสถานีลาดกระบังเพียง 6 บาท
ตั๋วรถไฟเป็นแบบสีส้มๆ เล็กๆ มีแก๊บแมนเดินตรวจตั๋ว (แก๊บแมน คือพนักงานรถไฟ
ที่จะเดินตรวจตั๋วผู้โดยสาร พร้อมกับที่แก๊บตั๋วอันนึง แล้วทำเสียงแก๊บๆ ตลอดเวลา)
นักเรียนบางคนจะโชว์เก๋า ไม่ซื้อตั๋ว บ้างนั่งนิ่งๆ บ้างก็หลบในห้องน้ำ .. กับค่าตั๋วแค่ 6 บาท
บางคนหนีแก๊บแมน เอาชีวิตไปเสี่ยง โดดลงรถไปทั้งๆที่รถวิ่งอยู่ก็มี -_-'
เวลานั่งรถไปเรียนตอนเช้า ถ้าตกรถขบวนนึง ก็ยังมีอีกขบวนไล่ๆกัน .. ตั้งแต่หกโมง
ไล่ไปถึง 7 โมง แต่ถ้าสายกว่านั้น ก็จะสายไปเลย (เพราะจำนวนรถไฟไม่ได้ถี่เหมือนรถเมล์)
ใครตื่นสาย ก็คือความซวยของชีวิต ความเสี่ยงในการ มส. (ไม่มีสิทธ์สอบ) จึงสูง
แต่ส่วนใหญ่ เราก็จะแกล้งกัน .. ใครนอนหลับบนรถ เราจะไม่ปลุก .. ปล่อยให้มันนั่งเลยป้ายไปซะงั้น
แต่รถไฟ ไม่เหมือนรถเมล์ .. การเลยป้ายไปนิดหน่อย รึสึกตัวทีก็เป็นปราจีนบุรี -_-'
ที่มักจะมาตื่นเอาสถานีนี้เพราะที่นี่แม่ค้าจะขนผักขนปลากันเสียงดัง ใครหลับมาตื่นที่นี่กันหมด
ตอนเช็กชื่อ .. เพื่อนๆก็จะนั่งขำ ป่านนี้ไอ่พวกที่เลย คงจะได้กลิ่นปลาช่อนที่ปราจีนกันถ้วนหน้า
เสาร์อาทิตย์ เด็กโรงเรียนนี้ก็จะไปโรงเรียนกัน
ไปนั่งวาดรูป ไปวาดรูปแข่งกัน (แข่งกันโดยไม่รู้ตัว) ที่โรงเรียน จะมีระบบ ได้ A ติดบอร์ด
(คล้ายๆ Hot Post ใน Exteen) การได้ติดบอร์ด ถือเป็นเรื่องเท่ห์โคตร .. บอร์ดสีน้ำของปีหนึ่ง
ถ้าได้ติดบอร์ด จะเป็นที่รู้จักของสาวๆ และพี่ๆปีโตๆจะมาดูหน้า เก็งชื่อว่าเด็กในบอร์ด
จะไปเอ็นติดที่ไหน เป็นวัฒนธรรมของสถาบัน ที่สนุก .. ดังนั้น เวลาเรียนเท่ากัน โอกาสเท่ากัน
ทุกคนจึงแข่งขันกันทั้งกับตัวเอง และเพื่อนๆ โดยไม่รู้ตัว ..
ครั้งแรกที่ได้ติดบอร์ด .. ตื่นเต้นโคตร .. มีเพื่อนๆมาแซว ..
แอบตื่นเต้นว่าสาวที่แอบชอบจะเห็นชื่อเราไหม
แต่ในบอร์ดเดียวกัน เราก็จะเห็นงานอื่น ที่เรารู้สึกว่า "ดีกว่า" งานเรา ให้เราต้องพัฒนา
หลังจากติดบอร์ดแล้ว .. การรักษาพื้นที่ในบอร์ดไว้ ให้มีงานเราสม่ำเสมอ ก็ยากไม่แพ้กัน
ดังนั้น แต่ละคนจึงเริ่มหา "สไตล์" สีน้ำ ของตัวเอง เพื่อให้งานโดดเด่น และแตกต่าง
พอวาดเยอะๆ .. แต่ละคนเริ่มจับทางได้ .. อาจารย์ เริ่มจับทางได้
เรารู้ขนาดที่ว่า ถ้าเพื่อนคนหนึ่ง แอบช่วยเพื่อนอีกคนวาด เราจะดูกันออกได้เลย
เช่นว่า ภาพกล้วยหวีเดียวกัน มีลูกนึง เจือกออกมาสวยกว่าลูกอื่น ไอ่ลูกนี้ มีรุ่นพี่มาวาดให้แน่ๆ
แถมระบุได้เลยว่าเป็นพี่คนไหนวาด เพราะรูปแบบการใช้สีและน้ำ ที่เป็นเอกลักษณ์นั่นเอง
แต่สีน้ำ ก็เป็นแค่วิชาหนึ่ง .. ในการเรียน เรายังต้องมีการใช้ สีน้ำมันฯ สีอะครีลิค
การวาดเส้น และอื่นๆอีกมากมาย .. ตอนปลายเทอมของปี 2 ปวช. (ราว ม.5)
มีวิชาหนึ่ง ที่ต้องส่งผลงาน ที่ต้องวาดจริงๆ (คือวาดลงเฟรม และใช้สีน้ำมัน ซึ่งราคาแพง
สำหรับสถานะ นักศึกษา) แต่ละคน ก็พยายามหาแบบสวยๆ บางคนเจาะจงแบบยากๆ
เพื่อโชว์พาวเดอร์เวอร์ ภาพสีน้ำมันด้านบน .. ผมเดินหาแบบจากตึกในซอย ใกล้บ้าน
เป็นช่วงเวลาที่สนุก .. เรานั่งวาดใกล้กันกับเพื่อน ได้เห็นพัฒนาการผลงานของคนอื่น
เราก็จะยิ่งอยากทำของเราให้ดี อยากวาดสวยๆ ไปอวดอาจารย์ ไปอวดเพื่อนๆ
ผมจำไม่ได้แล้ว .. ว่าผลงานได้คะแนนเท่าไร .. แต่ภาพวาดชิ้นนี้ ปัจจุบันแขวนหราอยู่ที่บ้าน
ผ่านเวลามาร่วมสิบปี ..
ผมเดินเล่นในซอยละแวกบ้าน .. หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป ทั้งสถานที่ และผู้คน
มุมเล็กๆมุมหนึ่ง ที่ผมจำได้ .. มันเปลี่ยนไปมากแล้ว แต่มุมนี้ใความทรงจำของผม
ยังคงชัดเจน ยังเหมือนเดิมและพร้อมจะหวนให้ระลึกถึง .. ตลอดเวลา
แน่ล่ะ คงไม่มีใครจำได้ ..
แต่เราก็คงมีภาพส่วนตัวบางภาพ .. ที่ปักหมุดเอาไว้กับเวลาบางช่วงของชีวิต
ที่พอเห็นแล้ว ความทรงจำของช่วงเวลานั้น ก็พร้อมจะไหลบ่าออกมาให้ระลึกถึง

^ ภาพวาดสีน้ำมัน ขนาด 90 x 120 cm. วาดตอนอายุ 19 กำลังเอาะๆ ไฟแรงๆ

^ มุมเดียวกันกับภาพวาด เมื่อเวลาผ่านไปร่วมสิบปี
สมัยเรียนที่ช่างศิลป์ฯลาดกระบัง .. ต้องนั่งรถไฟไปเรียน ทุกๆวันมีเรื่องราวสนุกไม่ซ้ำวัน
นั่งรถไฟจากสถานีมักกะสัน ค่ารถไปลงสถานีลาดกระบังเพียง 6 บาท
ตั๋วรถไฟเป็นแบบสีส้มๆ เล็กๆ มีแก๊บแมนเดินตรวจตั๋ว (แก๊บแมน คือพนักงานรถไฟ
ที่จะเดินตรวจตั๋วผู้โดยสาร พร้อมกับที่แก๊บตั๋วอันนึง แล้วทำเสียงแก๊บๆ ตลอดเวลา)
นักเรียนบางคนจะโชว์เก๋า ไม่ซื้อตั๋ว บ้างนั่งนิ่งๆ บ้างก็หลบในห้องน้ำ .. กับค่าตั๋วแค่ 6 บาท
บางคนหนีแก๊บแมน เอาชีวิตไปเสี่ยง โดดลงรถไปทั้งๆที่รถวิ่งอยู่ก็มี -_-'
เวลานั่งรถไปเรียนตอนเช้า ถ้าตกรถขบวนนึง ก็ยังมีอีกขบวนไล่ๆกัน .. ตั้งแต่หกโมง
ไล่ไปถึง 7 โมง แต่ถ้าสายกว่านั้น ก็จะสายไปเลย (เพราะจำนวนรถไฟไม่ได้ถี่เหมือนรถเมล์)
ใครตื่นสาย ก็คือความซวยของชีวิต ความเสี่ยงในการ มส. (ไม่มีสิทธ์สอบ) จึงสูง
แต่ส่วนใหญ่ เราก็จะแกล้งกัน .. ใครนอนหลับบนรถ เราจะไม่ปลุก .. ปล่อยให้มันนั่งเลยป้ายไปซะงั้น
แต่รถไฟ ไม่เหมือนรถเมล์ .. การเลยป้ายไปนิดหน่อย รึสึกตัวทีก็เป็นปราจีนบุรี -_-'
ที่มักจะมาตื่นเอาสถานีนี้เพราะที่นี่แม่ค้าจะขนผักขนปลากันเสียงดัง ใครหลับมาตื่นที่นี่กันหมด
ตอนเช็กชื่อ .. เพื่อนๆก็จะนั่งขำ ป่านนี้ไอ่พวกที่เลย คงจะได้กลิ่นปลาช่อนที่ปราจีนกันถ้วนหน้า
เสาร์อาทิตย์ เด็กโรงเรียนนี้ก็จะไปโรงเรียนกัน
ไปนั่งวาดรูป ไปวาดรูปแข่งกัน (แข่งกันโดยไม่รู้ตัว) ที่โรงเรียน จะมีระบบ ได้ A ติดบอร์ด
(คล้ายๆ Hot Post ใน Exteen) การได้ติดบอร์ด ถือเป็นเรื่องเท่ห์โคตร .. บอร์ดสีน้ำของปีหนึ่ง
ถ้าได้ติดบอร์ด จะเป็นที่รู้จักของสาวๆ และพี่ๆปีโตๆจะมาดูหน้า เก็งชื่อว่าเด็กในบอร์ด
จะไปเอ็นติดที่ไหน เป็นวัฒนธรรมของสถาบัน ที่สนุก .. ดังนั้น เวลาเรียนเท่ากัน โอกาสเท่ากัน
ทุกคนจึงแข่งขันกันทั้งกับตัวเอง และเพื่อนๆ โดยไม่รู้ตัว ..
ครั้งแรกที่ได้ติดบอร์ด .. ตื่นเต้นโคตร .. มีเพื่อนๆมาแซว ..
แอบตื่นเต้นว่าสาวที่แอบชอบจะเห็นชื่อเราไหม
แต่ในบอร์ดเดียวกัน เราก็จะเห็นงานอื่น ที่เรารู้สึกว่า "ดีกว่า" งานเรา ให้เราต้องพัฒนา
หลังจากติดบอร์ดแล้ว .. การรักษาพื้นที่ในบอร์ดไว้ ให้มีงานเราสม่ำเสมอ ก็ยากไม่แพ้กัน
ดังนั้น แต่ละคนจึงเริ่มหา "สไตล์" สีน้ำ ของตัวเอง เพื่อให้งานโดดเด่น และแตกต่าง
พอวาดเยอะๆ .. แต่ละคนเริ่มจับทางได้ .. อาจารย์ เริ่มจับทางได้
เรารู้ขนาดที่ว่า ถ้าเพื่อนคนหนึ่ง แอบช่วยเพื่อนอีกคนวาด เราจะดูกันออกได้เลย
เช่นว่า ภาพกล้วยหวีเดียวกัน มีลูกนึง เจือกออกมาสวยกว่าลูกอื่น ไอ่ลูกนี้ มีรุ่นพี่มาวาดให้แน่ๆ
แถมระบุได้เลยว่าเป็นพี่คนไหนวาด เพราะรูปแบบการใช้สีและน้ำ ที่เป็นเอกลักษณ์นั่นเอง
แต่สีน้ำ ก็เป็นแค่วิชาหนึ่ง .. ในการเรียน เรายังต้องมีการใช้ สีน้ำมันฯ สีอะครีลิค
การวาดเส้น และอื่นๆอีกมากมาย .. ตอนปลายเทอมของปี 2 ปวช. (ราว ม.5)
มีวิชาหนึ่ง ที่ต้องส่งผลงาน ที่ต้องวาดจริงๆ (คือวาดลงเฟรม และใช้สีน้ำมัน ซึ่งราคาแพง
สำหรับสถานะ นักศึกษา) แต่ละคน ก็พยายามหาแบบสวยๆ บางคนเจาะจงแบบยากๆ
เพื่อโชว์พาว
เป็นช่วงเวลาที่สนุก .. เรานั่งวาดใกล้กันกับเพื่อน ได้เห็นพัฒนาการผลงานของคนอื่น
เราก็จะยิ่งอยากทำของเราให้ดี อยากวาดสวยๆ ไปอวดอาจารย์ ไปอวดเพื่อนๆ
ผมจำไม่ได้แล้ว .. ว่าผลงานได้คะแนนเท่าไร .. แต่ภาพวาดชิ้นนี้ ปัจจุบันแขวนหราอยู่ที่บ้าน
ผ่านเวลามาร่วมสิบปี ..
ผมเดินเล่นในซอยละแวกบ้าน .. หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป ทั้งสถานที่ และผู้คน
มุมเล็กๆมุมหนึ่ง ที่ผมจำได้ .. มันเปลี่ยนไปมากแล้ว แต่มุมนี้ใความทรงจำของผม
ยังคงชัดเจน ยังเหมือนเดิมและพร้อมจะหวนให้ระลึกถึง .. ตลอดเวลา
หลอนมากกก ถ้าไม่มีตั๋วเหมือนคนทำผิดTT คนมองทั้งรถ..
