Graphic

2010/Feb/15

วันนี้เข้าไปคุยงานกับ บ.บันลือสาส์น พอออกมาเสร็จ พึ่งเห็นสมุดไดอารี่ภาพที่ได้วาดสีน้ำให้ทางบริษัทฯ
เรียกได้ว่า ลืมกันไปแล้ว พอถามๆดูเลยพึ่งรู้ว่าออกมาตั้งแต่ต้นปีโน่นแล้ว .. เอ้า เราไม่รู้เรื่องเลย ;P


ชุดนี้มี 3 เล่ม เล่มแรกแพนด้า, เล่ม 2 cupcake, เล่ม 3 vintage ทั้งหมดเป็นสมุดไดอารี่ 4 สี โดยสำนักพิมพ์นัทตี้ (Natty) ในเครือ บันลือสาส์นเองครับ


ปกของเล่มคัพเค้ก รวมรูปภาพของข้าน้อย แต่จริงๆก็เห็นภาพอื่นแซมๆอยู่บ้างนะ ราวๆ 20-30% (ภาพของลิงคนเดียวคงขายยาก ฮา ;D)


ภาพปก .. ตอนนั้นวาดไว้ให้ Graphic ไปจัด Artwork และใส่ตัวหนังสืออีกที น้องแนนใน บ.บันลือฯ เป็นคนจัดหน้า สาวหวาน ใช้ได้เลย ;)


ภาพด้านใน จะใช้ลงไหม ;P


หน้านี้หวานมาก!!


มีหวังเบาหวานถามหาคนเขียนไดอารี่แน่ๆ


หน้านี้ก็สวย ;)


หน้านี้ไม่เลี่ยน กะลังดีเนอะ


เครดิต Lingjaidee เล็กๆที่ปกหลัง ราคาเล่มละ 139 บาทจ้า
โฆษณาให้เค้า หน่อย แต่หาซื้อค่อนข้างยากนะ ตอนนี้วางขายในแผนกเครื่องเขียนของ ห้าง the mall เป็นหลัก
ตอนแรกก็นึกว่าจะวางใน B2S แต่เห็นว่าทาง B2S นำเข้า Diary คล้ายกันจากเกาหลีพอดี เลยอดวางไป ..
มันเป็นเรื่องธุรกิจน่ะ ;P

จริงๆผมเองก็ได้รับค่าวาดภาพประกอบเป็นผลตอบแทนมาแล้ว (ใช้ไปแล้วด้วย -_-')
ยอดขายไม่ได้มีผลต่อข้าพเจ้าแต่อย่างใด แต่ก็อยากมาเชียร์ไว้นิด อย่างน้อยก็เป็นรูปเล่มของคนไทย
ขนาดหลายๆเจ้า ยังไป import สินค้าเกาหลีกันจนไม่มีที่ให้วางสินค้าไทย ซึ่งมีอีกลายๆชีวิตช่วยกันทำงาน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้า และความชอบของเราเองด้วย แต่ถ้าชอบแนวนี้
ลองดูที่แผนกเครื่องเขียนในห้างเครือเดอะมอล, พารากอน และ เอ็มโพเรียมได้เด้อ ;P

ปล. พักโฆษณา 1 entry ครั้งหน้า กุมภากะมีนาตอนใหม่จะมาแล้วจ้า ;)

2009/Dec/08

ช่วงนี้อัพเดทงานกันพักนึงดีกว่า .. เมื่อวานนำเสนองาน com แนวๆ animation ไปแล้ว วันนี้เปลี่ยนแนว ฮาๆ ;D

มีงานอยู่กลุ่มหนึ่ง ที่ติดพันในช่วงงานสัปดาห์หนังสือ แล้วไม่ค่อยไ่ด้อัพเดท ที่จริงก็เป็นส่วนงานเล็กๆน้อย
ที่ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมทำงานให้กับ บ.บันลือสาสน์ ครับ ที่จริงในบริษัท จะมี Graphic เก่งๆหลายคนอยู่แล้ว
แต่ถ้าช่วงเอาไม่ทัน ก็จะเรียกใช้บริการฟรีแลนซ์อย่างพวกผมบ้าง โชคดีที่ผมพอทำงานคอม และงานวาดรูปได้
ก็เลยเข้าทางกับที่นี่ ได้ทำงานมากหน่อย ;)


หนังสือ the 39 CLUES วรรณกรรมเยาวชนแปลจากต่างประเทศ โปรเจคนี้จะออกหนังสือร่วม 10 ตอนทีเดียว

ใน 39 Clues มีโอกาสได้ช่วยงานภาพแค่ชิ้นเดียว และก็เสนอไอเดียเรื่องปกกับทางผู้ใหญ่ ซึ่งได้คุณมังกร
นักเขียนในบริษัทฯ มาวาดเส้นภาพตัวคาดนั่นแทน ส่วนปกนั้นใช้ปกเดิมของฝรั่ง แต่มีการ retouch ให้เหมาะสม
นิดหน่อย (คาดว่าคงไม่มีใครรู้ ฮาๆ)

เรื่องการทำงานหนังสือต่างประเทศ ที่มีลิขสิทธิ์นั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เช่นเดียวกับหนังสือเล่มนี้
ยกตัวอย่าง หากเราซื้อลิขสิทธิ์ "เรื่อง" มาตีพิมพ์ เราอาจไม่ได้ลิขสิทธิ์ "ภาพประกอบ" มาตีพิมพ์ด้วยกัน
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเจ้าของลิขสิทธิ์นั้นๆครับ (จุกจิกม๊าก!!)

the 39 clues เป็นยังไง?

หนังสือ the 39 clues นั้น เนื้อหาจะออกแนว โคนัน ผสมกับ แฮรี่พอร์ทเตอร์ คือเป็นสืบสวนสอบสวน
ประมาณทริลเลอร์ของวรรณกรรมเยาวชน ซึ่งในต่างประเทศจะ hot มาก เพราะหนังสือชุดนี้ได้วางโมเดลมาอย่างดี

การทำงานของฝรั่ง หนังสือเล่มนี้เค้าจะวางโครงเรื่องไว้ทั้งหมด แล้วแบ่งออกเป็นเรื่องย่อยๆ มีเรื่องหลักใน
เรื่องย่อยเป็น 10 ตอน โดยในแต่ละตอน จะมีสถานที่ ปริศนาต่างๆ ที่แตกต่างกัน โดยจะวางตัวนักเขียนไว้แล้ว
และมอบหมายให้นักเขียนแต่ละคน เขียนเรื่องจากโครงเดียวกันให้ได้อรรถรสที่แตกต่างกันไป

ฝรั่งเขียนหนังสือด้วยสมอง! ส่วนคนไทยส่วนใหญ่จะเขียนหนังสือด้วยหัวใจ! นั่นคือสิ่งที่แตกต่างกัน
(ความแตกต่าง ไม่ใช่เรื่องอย่างไหนดีหรือไม่ดีนะครับ) คนที่ซื้อหนังสือเล่มนี้ในต่างประเทศ จะได้การ์ดไอเทม
และรหัส สำหรับเข้าไปสมัครเล่นเกมส์และร่วมไขปริศนาในเว็บไซตด้วย ( http://www.the39clues.com )
โดยเกมส์ในเว็บ การเนื้อหาในหนังสือ จะมีบางส่วนที่เชื่อมโยงถึงกัน และในเว็บไซต์ จะตั้งเงินรางวัลไว้
สำหรับผู้ที่ไขปริศนาทั้งหมดได้ด้วยคะแนนสูงสุด ซึ่งจะสอดคล้องกับตัวละครในหนังสือ ที่จะเดินทางไข
ปริศนาไปพร้อมๆกับเรา

แต่เมื่อนำมาตีพิมพ์ในบ้านเรา ประเด็นเรื่องการทำการ์ด ข้อแรก คือต้องซื้อลิขสิทธิ์เพิ่มต่างหาก และข้อสอง
ประเทศเราไม่สามารถทำการ์ดแบบนี้ได้ เพราะเข้าข่ายผิดกฏหมาย เหมือนให้บริการเล่นพนันคือมีการ
ซื้อสิทธิ์เข้ามาเล่นชิงรางวัล ประมาณนั้น .. การทำการ์ด ก็เลยต้องหยุดไป

ภาพประกอบบางส่วน
ในหนังสือจะมีตอนนึงที่พูดถึงเอกสารเก่าแก่ในโลกชิ้นนึง ซึ่งมีอยู่จริงครับ ทั้งนี้เราต้องทำภาพประกอบเอาเอง
หน้านี้ผมเลยหาดูภาพเอกสารจริง แล้ววาดสีน้ำสร้างขึ้นใหม่ น่าเสียดายที่ตอนพิมพ์ไม่ได้ลงเป็นภาพสีเนอะ ;P



มาถึงเว็บไซต์บ้าง
งานนี้ ผมต้องทำเว็บไซต์ด้วย!


เว็บของไทยครับ http://www.the39cluesthailand.com

เราต้องทำเว็บไซต์เองหากต้องการ เพราะไม่งั้นต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์อีกไม่ใช่น้อยๆ งานเว็บผมก็จะร่วมทำงานกับ
IT ของทางบริษัท โดยส่วนใหญ่ ผมจะวางโครง html ออกแบบหน้าเว็บแต่ละหน้า ทำเป็น template โดยใช้
source graphic จากทางต่างประเทศ ทำให้คล้ายของเค้าแหล่ะครับ เหมือนเค้าให้วัตถุดิบ แล้วให้เราเอาไป
ปรุงเอง ประมาณนั้น ทีหนักหน่อยก็เป็นพวกภาพเคลื่อนไหว ส่วนโปรแกรมทั้งก้อนนั้น ยกให้ IT ไปทำ

เรื่อง ฐานข้อมูลก็ให้ IT สร้าง แล้วไปดูว่าน่าจะเพิ่ม หรือปรับปรุงกันเป็นแบบไหน เรื่อง concept เว็บ ก็จะมี
คนจาก บริษัท บันลือฯ มาดูให้ว่าควรทำอะไรบ้าง โดยในเว็บก็ให้มีตอบคำถามบ้าง แต่ไม่ทำหนักเท่าของฝรั่ง
ต้องไม่ลืมว่า เว็บนี่เป้นของแถมครับ ทางบริษัทอยากทำให้ เพราะฝรั่งเค้าไม่ได้ให้มาด้วยนั่นเอง

ปล.อย่ามาถามเรื่องการเพิ่มคะแนนในเว็บ หรือการ hack database นะครับ ผมไม่ได้ดูแลแล้ว ฮาๆ ;D

จุกจิกเนอะ!! แต่ผมพยายามเรียบเรียงการทำงานให้เห็น เผื่อว่าน้องๆ ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานทางนี้
หรือว่าจะได้เป็นข้อมูลว่าการทำงานพวกนี้นั้น จริงๆแล้ว มันยังไงบ้าง กว่าจะออกมาอย่างที่เราเห็นได้

สำหรับ the 39 clues พอหนังสือพิมพ์เสร็จ ทีมงานลืมใส่เครดิตให้ เพราะหลังจากเล่มนี้ ผมก็ไปทำอูลูมูชิต่อ
เลยไปก้มหน้าก้มตากับเล่มโน้นจนโงหัวไม่ขึ้น ฮาๆ ;D ไม่เป็นไร งานเสร็จก็ดีถมถืดแล้วครับ

เล่มถัดมา ธรรมะมหาสนุก เล่ม 2



หนังสือเล่มนี้ทำกันหลายคนมาก เพราะมีการวาดรูปเยอะ โดยทางบริษัทฯ ก็จะให้นักเขียนในสังกัด มาวาดรูป
การ์ตูนต่างๆ แล้วนักเขียนทุกคนจะวาดการ์ตูนจนงานล้นมือ พวกภาพเหมือนจริง ก็จะมีผมเข้าไปช่วยวาดบ้าง
เล็กๆน้อยๆ ไม่กี่ภาพครับ ตอนทำหนังสือจำได้ว่ารีบมาก ช่วงนั้นไม่ได้สแกนภาพดินสอเก็บไว้เลย และเอางาน
จริงไปส่ง เลยได้มาเห็นอีกที ก็ตอนเสร็จแล้ว เล่มนี้พึ่งพลิกดูว่าบริษัทใส่เครดิตไว้ให้ในกองฯ ก็ขอบคุณมากครับ


เท่าที่ดูจะมีอยู่ 2 ภาพดังนี้ครับ ทีไ่ด้วาดเส้นดินสอไปให้ และทีมงานลงสีเอง (ในคอม) อีกที ขอบอกว่าลงสี
สวยมาก!!! ภาพดูดีขึ้นมาในทันที คนลงสีน่าจะเป็นพี่โกวิท Graphic ของ บันลือฯ ทำงานเร็ว และเก่งมากครับ

พิมพ์เยอะมาก .. เรื่องที่อยากเล่ามันเยอะ ฮาๆ ..
การทำงานภาพประกอบนั้นเป็นเรื่องสนุก แต่ก็เหมือนงานสร้างสรรค์ชิ้นอื่นๆ ที่เบื้องหลังนั้นก็ยากลำบากกันพอควร
นักวาดเดี๋ยวนี้ หากมีโอกาสพยายามอย่าทิ้งความสนใจอื่นๆนะครับ เทคโนโลยีก็จำเป็น ฝีมือจริงๆก็จำเป็น
ถ้าทำได้ทั้งคู่ ก็จะสนุกขึ้น ;)

 http://www.sketchroom.com/yimlamai/img_event/3_h.jpg
ปล. ปั้นน้ำเป็นรูป 3 เปิดลงทะเบียนแล้วนะครับ [ รายละเอียด ] และ [ ลงทะเบียน ] ส่วนงานสีสรรค์บางกอกนั้น
เดี๋ยวได้เจอกันครับ อาทิตย์หน้าจะหยุดคอร์สวาดรูป 1 week แล้วไปเจอกันที่สวนสันติชัยปราการครับ ;)

2009/Dec/07

คิดแล้วคิดอีก ว่าอัพ Entry นี้ดีไหม แต่ก็เอาไว้หน่อยล่ะกัน แบ่งปันประสบการณ์ครับ ;)
(*วาดสีน้ำจนลืมไปแล้วว่าทำงาน Graphic ฮาๆ ;P )

อาทิตย์ก่อนเอา Presentation งานแต่งไปส่งลูกค้าที่โรงแรมหญ่าย!!แห่งหนึ่ง  กว่าจะเสร็จเล่นเอาฉิวเฉียด
เพราะเวลาจำกัด รับงานตอนใกล้แล้ว แถมช่วงที่ผมเองก็งานเยอะ แต่ก็พยายามทำให้เต็มที่
ช่วงนั้นนอนเช้าถี่ๆเลยเชียว .. จนงานเสร็จตัวงานก็ ok ส่วนตัวแล้วชอบ แต่เจ้าสาวได้ดูแค่ตอนยังไม่เสร็จ
เลยไปวัดดวงเอาในวันแต่งเลยล่ะกัน ;(

ตอนรับบรีฟมา ได้รับข้อมูลมาประมาณนี้
1. ช. หนุ่มไต้หวัน ชอบเล่นวินเซิฟ
2. ญ. สาวไทย ทำงานส่วนตัว รับโทรศัพท์วุ่นๆ
3. เจอกันในงานออกบูธ ช. มาแลกนามบัตร (เข้ามาจีบ)
4. จากนั้นโทรคุยกันเรื่อยๆ มีส่ง sms มาปลุกไปวิ่งจ๊อกกิ้ง
5. ช.อยู่ต่างจังหวัด ญ.อยู่ในเมือง
6. ผ่านไป 3 เดือน ช. ต้องกลับไต้หวัน เลยให้แหวนฝ่าย ญ.ไว้
7. จนวันเวลาผ่านไป ...

ตอนทำงาน ไม่ได้เจอทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเลยครับ มาเจอเอาก่อนแต่ง 2-3 วันสุดท้ายครั้งนึง
ต่อไปผมคิดว่า ถ้ารับงานแบบนี้ คงต้องเจอตัวกันสักรอบ ไม่งั้นมันแปลกๆ ยังไงไม่รู้ -_-'

ปล.1* เนื้อหาใน entry ให้มอง concept การทำงานนะครับ ไม่ได้สอนในรายละเีอียดของการใช้ software ครับ

การทำงาน


เริ่มแรกก็วาด Character ตัวละครขึ้นมาก่อน ใช้โปรแกรม illus ในการวาดครับ เพราะต้องการภาพแบบ vector
(*สามารถขยายขนาดได้โดยที่ภาพไม่แตก) อีกอย่าง เดี๋ยวจะเอาภาพไปทำต่อในโปรแกรม Flash โปรแกรม
illus จึงเหมาะสมกันที่สุด ส่วนเรื่องการวาด พยายามอย่าให้ละเอียดเกินไป เพราะต่อไปจะแก้ไขยาก
วาดภาพหลักไว้ประมาณนี้


จากนั้นก็วางแผนการทำงานเป็นซีนๆ (Scene) หรือจะเรียกว่าเป็นตอนๆ ก็ได้ พยายามคิดเรื่องความต่อเนื่อง
ทางด้านภาพมาแบ่ง จะได้ทำงานทางเทคนิคง่าย เช่นการ copy ภาพไป-มา ถ้าทำในซีนเดียวกันจะได้ไม่งง
แล้วก็วาดภาพต่างๆ ในซีนนั้นๆ เหมือนเราจะทำหนัง เราก็ต้องหาอุปกรณ์ประกอบฉากมาให้ครบก่อน

ส่วน character ตัวละครนั้น วาดแยกเป็นชิ้นๆ แยกแขน แยกขา ตามข้อต่อต่างๆ แล้ว group รวมกัน
จะได้ขยับเป็นชิ้นๆไปครับ เหมือนพวกตุ๊กตากระดาษ หรือ ตัวละครในหนังตะลุง นิ่งหน๋องๆๆ นั่นเอง


วาดตัวละครแล้ว ก็วาด background ความละเอียดก็พอประมาณ ปล่อยๆได้บ้าง เพราะบางอย่างดูไม่ทันครับ


จากนั้นก็มาโปรแกรม Flash กำหนดขนาดหน้างาน (640x480) แล้วทำ scene แรกเลย การแบ่งซีนนี้
จะทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นครับ เพราะเวลาแก้ไขในรายละเีอียด เราก็แก้เฉพาะในซีนนั้น ไม่กระทบกับซีนอื่นๆ
เพราะแยกเป็นอิสระต่อกัน (คิดให้เหมือนการทำหนังที่ต้องถ่ายทีละซีนๆครับ)

การทำงานแยกกันเป็นซีนๆ จะทำให้เราไม่มีปัญหาเรื่อง Time line ของ object แต่ละตัว เพราะหากทำงาน
โดยเพิ่มงานเข้าไปเรื่อยๆ ไม่แบ่งซีนเลยตลอดเวลา 3-4 นาที เสร็จแล้วต้องมาแก้ตอนต้นๆเนี่ย ต้องไปตาม
ขยับภาพทุกอย่างใหม่อีกครั้งให้ตรงกับช่วงเวลาที่เพิ่มเข้าไปใหม่ นรกแน่ๆ

เตรียมตัว Present!
จากนั้นทุกอย่างก็ ok ดูไม่น่ามีปัญหาอะไรแล้ว จนกระทั่งเข้าไปในโรงแรม อีกไม่กี่ ชม. งานแต่งจะเริ่ม
ผมกับพิธีกรก็มาคุยกัน และให้ดูงานทุกอย่างก็ ok พอเข้าไป set งานในห้องช่างเท่านั้นแหล่ะครับ!! บรรเจิด!!


สภาพคอมที่ใช้ฉาย presentation ครับ -_-'ปวดหัวเลย
คือ งานแต่งครั้งนึง โรงแรมเก็บตังค์ลูกค้าเป็นแสนๆ แต่บริการเบื้องหลังนี่ .. สุดๆไปเลย
แถมพี่พนักงานก็ทำงานมาตั้งแต่ยุคเปิดเพลงทั่วไป พอมายุคคอมแกก็ต้องรับผิดชอบอีก (พี่ช่างเค้ากด Ctr+C
เพื่อ copy งานไม่เป็น ต้องไปที่ menu > Edit > copy ทุกครั้ง และดึงทรัมไดรว์ออกโดยไม่รู้ว่าต้อง save& remove)

คือ ผมเองก็ไม่ได้อยากโทษพี่ช่างเค้านะครับ เพราะการทำ wedding presentation ก็มีมาไม่นาน
แต่ผมคิดว่า โรงแรมกลางกรุงใหญ่ๆ ที่เบื้องหน้าไฮโซโก้ระเบิดเนี่ย .. ควรจะดูแลเบื้องหลังให้มากกว่านี้
โดยเฉพาะขากลับ ผมไม่อยากเดินผ่านโต๊ะแขกในห้องบอลรูม เลยถามทางออกของพนักงาน และลัดเลาะออก
ทางนั้น .. ก็จะเจอเบื้องหลังอีกพอสมควร ..

อ้อ .. ตอนฉายจริง 15 วินาทีแรก เสียงเบามาก (อยู่ในห้องช่างจะไม่รู้ว่าเสียงเบาหรือดัง)
จนพิธีกรต้องวิ่งจากเวทีมาบอกช่างให้เปิดเสียง เพราะนึกว่าปิดเสียงอยู่ ..
เฮ้อ .. เลยได้แต่จากมาแบบปลงๆ

ดูงานกัน
ตัวงานมีขนาด 3 เมกนิดๆยังไงก็รอแป๊บนึง เมื่อขึ้นข้อความว่า "ดูได้แล้วเน้อ" ก็คลิ๊กดูได้เลยจ้า
ปล.งานจริงจะยาวกว่านี้ครับ เพราะจะปิดท้ายด้วยการสไลด์ภาพที่ถ่ายจาก สตูฯ ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วย
แต่ผมตัดออกดีกว่า เพราะส่วนนั้นจะเป็นรูปจริงของเค้า และถ่ายมาจากที่อื่น ดูไม่เหมาะๆ ;)
 

นานๆจะเอางาน Graphic มาบ่น & ให้ดูกัน แปลกตาไปบ้างดีนะครับ ;P

*ปล2.พรุ่งนี้จะเปิดลงทะเบียนคอร์สสีน้ำสำหรับอาทิตย์นี้ครับ โดยอาทิตย์นี้เราจะวาด "ดอกไม้" ด้วยกัน ;)

2009/Oct/12

เคยได้ยินสำนวนว่า "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว" ไหมครับ?
เป็นการทำสิ่งหนึ่งในสถานที่และเวลาหนึ่ง แต่ส่งผลกระทบกับอีกสิ่งหนึ่งซึ่งอยู่ต่างที่หรือเวลากันได้


เมื่อวานได้อ่าน Entry  Hot แนะนำวิธีเลือกเมาส์ปากการสำหรับวาดรูป ของคุณ uza-usa
แล้วก็คิดว่า เออ ว่าจะซื้อไว้ใช้สักอันนี่หว่า ลืมไปแล้ว พออ่าน Entry จบทนไม่ไหว ออกไปซื้อเลยครับ -_-'

แต่เรื่องของเรื่องคือ มันมีเหตุครับ หลังๆผมต้องทำงานวาดๆกะคอมเยอะ เจอปัญหาปวดกล้ามเนื้อสะบัก
เลยคิดว่าต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ (การใช้เมาส์จะมีการถ่ายน้ำหนักวางผ่านข้อมือไปโดยที่เราไม่รู้ตัว
มันคล้ายเราค้ำยันร่างกายเอาไว้ตลอดเวลา .. วาดรูปทีคลิ๊กเป็นพันครั้ง ตายพอดี T-T)

ไปดูที่คาร์ฟูร์ใกล้บ้าน นึกว่าจะมีแต่กลับไม่มี!! (บอกไว้ เผื่อใครจะวิ่งตามไปดู)
เลยไปโป๊ะเจ๊ะ เจอที่พาวเวอร์บายใกล้บ้านแทน (บ้านห้างเยอะโฮก ^-^)


ไปเจอของ Genius ครับ มีหลายรุ่น กะลังลดราคาพอดี เลยเลือกเอารุ่น F350 นี้ เพราะดูหน้าตามัน
ไฮโซโห่ฮิ้วที่สุดล่ะ ตัวอื่นหน้าตาเบๆมาก ใช้แล้วเดี๋ยวไม่สมฐานะ (ยากจน -_-')


แกะออกมาโอ้ว .. หน้าตาเข้ากะมือถือ และ Notebook และ Netbook (ก็เล่นเลือกใช้แต่สีดำ -_-')
ขนาดพื้นที่ใช้วาดกว้าง 3x5 นิ้ว ถือว่าขยับมาจากเล็กสุดแค่สเกลเดียว (เห็นมี 3x4 นิ้วอยู่)
จริงๆตัวนี้ราคาถูกกว่ารุ่น 8x6 นิ้วแค่ร้อยเดียว แต่มันดูใหม่กว่ามาก เลยยอมจำนนต่อความฟุ้งเฟ้อครับ

ก่อนจะซื้อโทรไปถาม นกฮูกดีไซน์ และ ไซโลสตูดิโอ ได้ความเห็นดีๆมาพอสมควร
แม้จะได้รับคำแนะนำว่าให้รอซื้อของ Wacom เตอะ .. แต่ว่าผมปวดแขนมากไม่ไหวแล้ว (แถวบ้านเรียกตอแหล)
สุดท้ายคว้ามา .. จบ


พวกไอคอนที่เรียงอยู่รอบๆน่ะ เป็นแค่กระดาษสีดำพริ้นแล้วไปใส่ไว้หลังแผ่นรองเขียนสีขาวขุ่นครับ
ในแพ๊คมีแถมมาให้ 3 แบบ คือสำหรับ Mac, win XP และ win Vista มันจะเป็น shortcut ที่แตกต่างกัน
(เซ็ทใหม่ได้ ในโปรแกรมที่แถมมา)

โปรแกรมที่แถมมานั้นก็พวกลิงค่างครับ -_-' คือ ขอแค่ไดรว์เวอร์แล้วลดราคามาดีกว่าไหม ..

หลังจากนั้นก็จะเปิด Photoshop มาลอง ก็ไปเจอคนเขียนเรื่องโปรแกรมชื่อ Sai ซึ่งว่ากันว่า
เป็นคู่ขากะเจ้าเมาส์ปากกาดีนัก .. เลยลองหาโปรแกรมมาลองดู (เว็บผู้ผลิตโปรแกรมครับ)
โปรแกรม Crack มีเกลื่อนกลาดเลยครับ แต่ผมไม่รู้เรื่อง ไม่แนะนำ ไม่พูดถึงนะครับ ;P


ใครที่เคยใช้ Photoshop เปิดมาปุ๊บกจะร้องเจี๊ยกเลยครับ .. หมูมาเยือน ใช้งานง่ายมากเลยครับ
ในรูปตอนแรกเอาภาพเข้ามาวาง แล้วก็สร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมาไว้ข้างบน แล้วติ๊กเลือก select source
ภาพต้นแบบจะโปร่งใส ให้เราได้วาดเส้นก๊อบได้ครับ ในภาพเป็นรูปเจ้าเตย ขอยืมเป็นแบบวาดก่อน
(จริงๆขอน้องไว้แล้ว ว่าจะเอามาวาดทำ ART เดี๋ยวค่อยขยายความโปรเจคนี้ ;)


จากนั้นก็เป็นการ "เห่อ" อุปกรณ์ กับ "เห่อ" โปรแกรมรวมกันครับ ... สนุกเลย ลงสีผิวทั้งหมดก่อน
ปรกติจะเห็นคนนิยมเอาโปรแกรมนี้มาวาดการ์ตูนกัน แต่จริงๆจะวาดอะไรก็แล้วแต่เราล่ะครับ


เพนท์ผมอย่างเมาส์มันส์ เรื่องการใช้สีนี่ ไม่รู้จะบอกกันยังไง ชอบแบบไหนก็ไปแบบนั้น -_-'


ว่าแล้วก็ตบปากเพี๊ยะ!! เบาๆ ด้วยสีแดงเฉดเบสอ่อนๆ


พอแร่ะ .. ขี่เกียจ -_-'

โดยรวมเรื่องอุปกรณ์ :: สนุกครับ!! แต่ตอนแรกจะบ้าตายกับมัน คือ 10 นาทีแรก หาประโยชน์แทบไม่ได้เลย
เพราะมันจะเซ้นท์สิถีบ! มากๆ คือ การทำงานของมันก็จะมีแผ่นรองให้เขียน กับตัวปากกาไร้สาย (ใส่ถ่าน AAA)
แล้วพอขยับปากกาไปแถวๆที่รองเขียน พอยท์เตอร์มันก็ขยับล่ะ -_-' จะรีบไปไหน แต่ก็ซื้อมาแล้ว เสียดายตังค์
ก็ค่อยๆยอมมัน จนรู้สึกว่า เออ มันเหมือนกับเรากำลังใช้พู่กันที่ทำจากขนนก เราต้องเบากับมัน
มันไม่ใช่ดินสอหรือปากกามาให้เรากดๆๆ มันทำงานด้วย software! แค่ทะลึ่งเลียนแบบปากกา เท่านั้นเอง ;)

โดยรวมเรื่องโปรแกรม Sai :: สนุกกว่า!! เล็ก เบา รื่น เร็ว ครับ .. มันเหมือนเอา Photoshop มารวมกับ
Illustrator คือสร้างภาพ Bitmap ได้คล้าย Vector ความรื่นไหลของโปรแกรมอาจจะไม่คุ้น แต่โปรแกรม
ของญี่ปุ่นก็มักจะมีฟิวส์ประหลาดๆ หน้าตาโปรแกรมอาจจะมีบรรยากาศคล้ายๆ Gimp ประมาณนั้น
จุดเด่นคือในทุกๆฝีแปรง น้ำหนักของแรงกดจะมีผลต่อรอยป้าย ผมเลยรู้สึกเหมือนกำลังวาดสีอะครีลิค
ซ้อมมือซะมากกว่ากำลังใช้คอมพิวเตอร์ (อาจเพราะใช้ปากกาด้วย) ได้ฟิวส์ทำ Art ดีครับ

สรุป .. งานเสร็จ ได้ของเล่นใหม่ .. เดี๋ยวคงได้ทำอะไรใหม่ๆได้อีกบ้าง .. น่าเอามาวาดการ์ตูนเนาะ! ;)
ปล.ใครมีรูปพอร์ทเทรด์ (ภาพครึ่งตัว) ของตัวเอง แบบสวยๆ เท่ห์ๆ เห็นชัดๆ แล้วสนใจอยากมีส่วนร่วม
ในงานศิลปะเล็กๆของผม รบกวนช่วยส่งให้ทาง lingjadee@hotmail.com หน่อยนะครับ คงไมไ่ด้วาดทุกรูป
แต่เป็นโปรเจคที่จะค่อยๆวาดเก็บไว้ Exhibition ในช่วงต้นปีหน้าครับ ;)

2009/Oct/07

คงไม่ได้ถึงกับจะมาสอนการใช้โปรแกรม หรือสอนวาดอะไร
แค่อยากให้เห็นตรรกะกระบวนการพอสังเขป เผื่อว่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง ในวิธีคิด
หรือการทำงาน เป็นลักษณะลองจับ Concept ไปดัดแปลงกันมากกว่าครับ

กระบวนการมีหลากหลาย ร้อยคนก็ร้อยแบบ นี่ก็เป็นแค่แบบหนึ่งที่คนหนึ่งใช้นะครับ ;)


ร่างภาพด้วยดินสอ แล้ว Scan เข้า Com ปรื๊ดๆ ..


เทสีพื้นทั้งหมดก่อน พอเต็มภาพแล้วเหมือนงานเสร็จแล้วดี ;P


ลงสีผิว ตอนทำงานแยกระบายสีละเลเยอร์ก่อน คือน้ำหนักกลาง - เงา และแสง พอคิดว่าได้ชัวส์แล้วค่อยรวมกัน
(ถ้าวาดเล็กๆไม่ต้องรวมเลเยอร์ก็ได้ พอดีวาดใหญ่ก็เลยต้องรวมเพื่อลดขนาดงาน จะได้ทำงานได้ราบรื่น)


สร้างเลเยอร์ใหม่ ระบายปาก (ปากก็มี 3 น้ำหนัก คือสีพื้น เงา และแสง พอเสร็จก็รวมเป็นเลเยอร์นึง)


ตา กับแว่น อันนี้แว่นใสกิ๊กเลย (ไม่ลงสีในเลนส์เลย -_-') ใช้วิธีเดียวกันหมด คือ
ลงสีกลางให้ทั่วๆ แล้วทำเลเยอร์ใหม่เพื่อลงน้ำหนักเข้มขึ้น เสร็จแล้วสร้างเลเยอร์บนสุดเป็นน้ำหนักแสง


ลงสีจีวร การทำงานทั้งหมด ไม่ได้ใช้ Brush แปลกๆอื่นใดเลย ใช้หัว Brush กลมๆ ธรรมดา (ขอบ Brush Soft ๆ)
งานจะได้เอาไปใช้หลากหลาย (เพราะยังไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้กับภาพวิวแบบไหน)


ดูรายละเอียด .. ทำแค่ไม่มาก แต่ก็กินเวลานานเหมือนกัน -_-'

ปล.ช่วงนี้คำเทศน์ของท่าน ว.เป็นที่นิยมดีนะครับ การให้เวลากับเรื่องดีๆ ย่อมดีกว่าเรื่องไม่ดี
ต่อให้กระแสแรงแค่ไหน ก็ยังอยากให้แรงขึ้นๆไปอีก ไม่ว่าจะเป็นความนิยมในศาสนาใดก็ตาม
ขอให้คนฟังได้เอาไปคิด และถือปฏิบัติในทางที่ดี ก็ย่อมดีอยู่แล้ว

(*ภาพนี้เป็นรูปที่วาดเพื่อนำไปทำเป็นภาพประกอบในหนังสือของท่านน่ะครับ ส่งงานก่อนล่ะเด้อ ;)


ลิงใจดี
View full profile
บอกเล่าเนื้อหา blog ลิงใจดีนี้สู่เพื่อนๆ