Graphic

เคยได้ยินสำนวนว่า "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว" ไหมครับ?
เป็นการทำสิ่งหนึ่งในสถานที่และเวลาหนึ่ง แต่ส่งผลกระทบกับอีกสิ่งหนึ่งซึ่งอยู่ต่างที่หรือเวลากันได้


เมื่อวานได้อ่าน Entry  Hot แนะนำวิธีเลือกเมาส์ปากการสำหรับวาดรูป ของคุณ uza-usa
แล้วก็คิดว่า เออ ว่าจะซื้อไว้ใช้สักอันนี่หว่า ลืมไปแล้ว พออ่าน Entry จบทนไม่ไหว ออกไปซื้อเลยครับ -_-'

แต่เรื่องของเรื่องคือ มันมีเหตุครับ หลังๆผมต้องทำงานวาดๆกะคอมเยอะ เจอปัญหาปวดกล้ามเนื้อสะบัก
เลยคิดว่าต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ (การใช้เมาส์จะมีการถ่ายน้ำหนักวางผ่านข้อมือไปโดยที่เราไม่รู้ตัว
มันคล้ายเราค้ำยันร่างกายเอาไว้ตลอดเวลา .. วาดรูปทีคลิ๊กเป็นพันครั้ง ตายพอดี T-T)

ไปดูที่คาร์ฟูร์ใกล้บ้าน นึกว่าจะมีแต่กลับไม่มี!! (บอกไว้ เผื่อใครจะวิ่งตามไปดู)
เลยไปโป๊ะเจ๊ะ เจอที่พาวเวอร์บายใกล้บ้านแทน (บ้านห้างเยอะโฮก ^-^)


ไปเจอของ Genius ครับ มีหลายรุ่น กะลังลดราคาพอดี เลยเลือกเอารุ่น F350 นี้ เพราะดูหน้าตามัน
ไฮโซโห่ฮิ้วที่สุดล่ะ ตัวอื่นหน้าตาเบๆมาก ใช้แล้วเดี๋ยวไม่สมฐานะ (ยากจน -_-')


แกะออกมาโอ้ว .. หน้าตาเข้ากะมือถือ และ Notebook และ Netbook (ก็เล่นเลือกใช้แต่สีดำ -_-')
ขนาดพื้นที่ใช้วาดกว้าง 3x5 นิ้ว ถือว่าขยับมาจากเล็กสุดแค่สเกลเดียว (เห็นมี 3x4 นิ้วอยู่)
จริงๆตัวนี้ราคาถูกกว่ารุ่น 8x6 นิ้วแค่ร้อยเดียว แต่มันดูใหม่กว่ามาก เลยยอมจำนนต่อความฟุ้งเฟ้อครับ

ก่อนจะซื้อโทรไปถาม นกฮูกดีไซน์ และ ไซโลสตูดิโอ ได้ความเห็นดีๆมาพอสมควร
แม้จะได้รับคำแนะนำว่าให้รอซื้อของ Wacom เตอะ .. แต่ว่าผมปวดแขนมากไม่ไหวแล้ว (แถวบ้านเรียกตอแหล)
สุดท้ายคว้ามา .. จบ


พวกไอคอนที่เรียงอยู่รอบๆน่ะ เป็นแค่กระดาษสีดำพริ้นแล้วไปใส่ไว้หลังแผ่นรองเขียนสีขาวขุ่นครับ
ในแพ๊คมีแถมมาให้ 3 แบบ คือสำหรับ Mac, win XP และ win Vista มันจะเป็น shortcut ที่แตกต่างกัน
(เซ็ทใหม่ได้ ในโปรแกรมที่แถมมา)

โปรแกรมที่แถมมานั้นก็พวกลิงค่างครับ -_-' คือ ขอแค่ไดรว์เวอร์แล้วลดราคามาดีกว่าไหม ..

หลังจากนั้นก็จะเปิด Photoshop มาลอง ก็ไปเจอคนเขียนเรื่องโปรแกรมชื่อ Sai ซึ่งว่ากันว่า
เป็นคู่ขากะเจ้าเมาส์ปากกาดีนัก .. เลยลองหาโปรแกรมมาลองดู (เว็บผู้ผลิตโปรแกรมครับ)
โปรแกรม Crack มีเกลื่อนกลาดเลยครับ แต่ผมไม่รู้เรื่อง ไม่แนะนำ ไม่พูดถึงนะครับ ;P


ใครที่เคยใช้ Photoshop เปิดมาปุ๊บกจะร้องเจี๊ยกเลยครับ .. หมูมาเยือน ใช้งานง่ายมากเลยครับ
ในรูปตอนแรกเอาภาพเข้ามาวาง แล้วก็สร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมาไว้ข้างบน แล้วติ๊กเลือก select source
ภาพต้นแบบจะโปร่งใส ให้เราได้วาดเส้นก๊อบได้ครับ ในภาพเป็นรูปเจ้าเตย ขอยืมเป็นแบบวาดก่อน
(จริงๆขอน้องไว้แล้ว ว่าจะเอามาวาดทำ ART เดี๋ยวค่อยขยายความโปรเจคนี้ ;)


จากนั้นก็เป็นการ "เห่อ" อุปกรณ์ กับ "เห่อ" โปรแกรมรวมกันครับ ... สนุกเลย ลงสีผิวทั้งหมดก่อน
ปรกติจะเห็นคนนิยมเอาโปรแกรมนี้มาวาดการ์ตูนกัน แต่จริงๆจะวาดอะไรก็แล้วแต่เราล่ะครับ


เพนท์ผมอย่างเมาส์มันส์ เรื่องการใช้สีนี่ ไม่รู้จะบอกกันยังไง ชอบแบบไหนก็ไปแบบนั้น -_-'


ว่าแล้วก็ตบปากเพี๊ยะ!! เบาๆ ด้วยสีแดงเฉดเบสอ่อนๆ


พอแร่ะ .. ขี่เกียจ -_-'

โดยรวมเรื่องอุปกรณ์ :: สนุกครับ!! แต่ตอนแรกจะบ้าตายกับมัน คือ 10 นาทีแรก หาประโยชน์แทบไม่ได้เลย
เพราะมันจะเซ้นท์สิถีบ! มากๆ คือ การทำงานของมันก็จะมีแผ่นรองให้เขียน กับตัวปากกาไร้สาย (ใส่ถ่าน AAA)
แล้วพอขยับปากกาไปแถวๆที่รองเขียน พอยท์เตอร์มันก็ขยับล่ะ -_-' จะรีบไปไหน แต่ก็ซื้อมาแล้ว เสียดายตังค์
ก็ค่อยๆยอมมัน จนรู้สึกว่า เออ มันเหมือนกับเรากำลังใช้พู่กันที่ทำจากขนนก เราต้องเบากับมัน
มันไม่ใช่ดินสอหรือปากกามาให้เรากดๆๆ มันทำงานด้วย software! แค่ทะลึ่งเลียนแบบปากกา เท่านั้นเอง ;)

โดยรวมเรื่องโปรแกรม Sai :: สนุกกว่า!! เล็ก เบา รื่น เร็ว ครับ .. มันเหมือนเอา Photoshop มารวมกับ
Illustrator คือสร้างภาพ Bitmap ได้คล้าย Vector ความรื่นไหลของโปรแกรมอาจจะไม่คุ้น แต่โปรแกรม
ของญี่ปุ่นก็มักจะมีฟิวส์ประหลาดๆ หน้าตาโปรแกรมอาจจะมีบรรยากาศคล้ายๆ Gimp ประมาณนั้น
จุดเด่นคือในทุกๆฝีแปรง น้ำหนักของแรงกดจะมีผลต่อรอยป้าย ผมเลยรู้สึกเหมือนกำลังวาดสีอะครีลิค
ซ้อมมือซะมากกว่ากำลังใช้คอมพิวเตอร์ (อาจเพราะใช้ปากกาด้วย) ได้ฟิวส์ทำ Art ดีครับ

สรุป .. งานเสร็จ ได้ของเล่นใหม่ .. เดี๋ยวคงได้ทำอะไรใหม่ๆได้อีกบ้าง .. น่าเอามาวาดการ์ตูนเนาะ! ;)
ปล.ใครมีรูปพอร์ทเทรด์ (ภาพครึ่งตัว) ของตัวเอง แบบสวยๆ เท่ห์ๆ เห็นชัดๆ แล้วสนใจอยากมีส่วนร่วม
ในงานศิลปะเล็กๆของผม รบกวนช่วยส่งให้ทาง lingjadee@hotmail.com หน่อยนะครับ คงไมไ่ด้วาดทุกรูป
แต่เป็นโปรเจคที่จะค่อยๆวาดเก็บไว้ Exhibition ในช่วงต้นปีหน้าครับ ;)
คงไม่ได้ถึงกับจะมาสอนการใช้โปรแกรม หรือสอนวาดอะไร
แค่อยากให้เห็นตรรกะกระบวนการพอสังเขป เผื่อว่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง ในวิธีคิด
หรือการทำงาน เป็นลักษณะลองจับ Concept ไปดัดแปลงกันมากกว่าครับ

กระบวนการมีหลากหลาย ร้อยคนก็ร้อยแบบ นี่ก็เป็นแค่แบบหนึ่งที่คนหนึ่งใช้นะครับ ;)


ร่างภาพด้วยดินสอ แล้ว Scan เข้า Com ปรื๊ดๆ ..


เทสีพื้นทั้งหมดก่อน พอเต็มภาพแล้วเหมือนงานเสร็จแล้วดี ;P


ลงสีผิว ตอนทำงานแยกระบายสีละเลเยอร์ก่อน คือน้ำหนักกลาง - เงา และแสง พอคิดว่าได้ชัวส์แล้วค่อยรวมกัน
(ถ้าวาดเล็กๆไม่ต้องรวมเลเยอร์ก็ได้ พอดีวาดใหญ่ก็เลยต้องรวมเพื่อลดขนาดงาน จะได้ทำงานได้ราบรื่น)


สร้างเลเยอร์ใหม่ ระบายปาก (ปากก็มี 3 น้ำหนัก คือสีพื้น เงา และแสง พอเสร็จก็รวมเป็นเลเยอร์นึง)


ตา กับแว่น อันนี้แว่นใสกิ๊กเลย (ไม่ลงสีในเลนส์เลย -_-') ใช้วิธีเดียวกันหมด คือ
ลงสีกลางให้ทั่วๆ แล้วทำเลเยอร์ใหม่เพื่อลงน้ำหนักเข้มขึ้น เสร็จแล้วสร้างเลเยอร์บนสุดเป็นน้ำหนักแสง


ลงสีจีวร การทำงานทั้งหมด ไม่ได้ใช้ Brush แปลกๆอื่นใดเลย ใช้หัว Brush กลมๆ ธรรมดา (ขอบ Brush Soft ๆ)
งานจะได้เอาไปใช้หลากหลาย (เพราะยังไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้กับภาพวิวแบบไหน)


ดูรายละเอียด .. ทำแค่ไม่มาก แต่ก็กินเวลานานเหมือนกัน -_-'

ปล.ช่วงนี้คำเทศน์ของท่าน ว.เป็นที่นิยมดีนะครับ การให้เวลากับเรื่องดีๆ ย่อมดีกว่าเรื่องไม่ดี
ต่อให้กระแสแรงแค่ไหน ก็ยังอยากให้แรงขึ้นๆไปอีก ไม่ว่าจะเป็นความนิยมในศาสนาใดก็ตาม
ขอให้คนฟังได้เอาไปคิด และถือปฏิบัติในทางที่ดี ก็ย่อมดีอยู่แล้ว

(*ภาพนี้เป็นรูปที่วาดเพื่อนำไปทำเป็นภาพประกอบในหนังสือของท่านน่ะครับ ส่งงานก่อนล่ะเด้อ ;)
Entry ที่แล้วมีเรื่องบังเอิญอยู่ตรงที่ หนังสือเรื่อง "นพ.โหวเหวินหย่ง นักสร้างแรงบันดาลใจขั้นเทพ" นั้น
ผู้แปลหนังสือคือคุณเบียร์ ก็เป็นบล๊อคเกอร์อยู่ใน Exteen ด้วย ซึ่งตอนแรกผมไม่ทราบ เลยไม่ได้เขียนถึง
ใครชอบใจสำนวนคุณเบียร์ หรือต้องการติดตามผลงาน แวะไปดูบล๊อค คุณเบียร์ ได้เลยนะครับ
มีเรื่องน่าอ่านๆเยอะเชียว ;)

วันนี้มีผลงานมาแนะนำกันอีกเล่มหนึ่ง แปลโดยคุณเบียร์เช่นกัน เล่มนี้ต้นฉบับ ภ.ไต้หวัน มีการพิมพ์ซ้ำถึง 80 ครั้ง!
(พิมพ์ไปได้ยังไง!) เรียกได้ว่า ประสพความสำเร็จขั้นมหาศาล ที่ไต้หวันนั้นคุณหมอโหวแกดังราวพี่เบิร์ด
ของบ้านเราก็ว่าได้

เบื้องหน้าโรงงาน

เล่มนี้ภาพประกอบวาดโดยพี่อุ๋ยเช่นเคย (ภาพเยอะมาก ... ก ..ก) บางตอนดูภาพก็ขำไปก่อนแล้ว
อ้อ คุณเบียร์มาทักเลยนึกได้ พี่โตโต้ (หัวแตงโม) เป็น บก.รับเชิญด้วยนะครับ ;)

เล่มนี้คุณหมอโหวแกจะรวมสารพันปัญหาที่คนทางบ้านเขียนมาปรึกษาแกครับ ก็จะมีคำแนะนำเชิงวิเคราะห์
ทั้งในมุมของแพทย์ แกมจิตวิทยา เชิงกวนๆ แต่เข้าใจได้ง่าย และขำๆแบบยิงมุขประกอบกันไป

ตัวอย่างด้านใน


ผมโชคดี .. ^-^
ภาพวาดที่วาดแล้วไม่ได้ใช้ในครั้งกระโน้น คือภาพจากเนื้อเรื่องในหนังสือของคุณหมอโหวเล่มก่อน
ซึ่งทางผู้ใหญ่เห็นว่าเป็นโอกาสดี จึงได้ชวนผมไปพบกับคุณหมอโหว ตัวเป็นๆ เพื่อมอบภาพนี้ให้กับแก


(ภาพเก่าสแกนไว้ตอนยังวาดไม่เสร็จดี ;)


เห็นเค้าชอบ Censor คาดตากัน .. ผมเลยเอาบ้าง .. แต่สลับเป็นทำเบลอทั้งหมดยกเว้นตาแทน ;P

เมื่อมีโอกาสได้เจอกับคุณหมอโหว และได้ให้ภาพ ดูแกก็เซอร์ไพรซ์มาก แบบว่า "โอว อะไรเนี่ย
เอาอะไรมาให้ชั้นถืออีกเนี่ย" -_-' ไม่หรอกครับ จริงๆแกประทับใจมาก ส่วนชอบไม่ชอบนั้นอีกเรื่อง T-T
แกเลยเซ็นหนังสือให้ทั้ง 2 เล่ม แลกกัน ผมคุ้มนะเนี่ย ผมเซ็นแลกด้วยภาพเดียวแท้ๆ ;P

เบื้องหลังโรงงาน
หนังสือเล่มนี้ ใช้พลังงานเยอะกันมาก (โต้รุ่งกันถ้วนหน้า) แต่ก็เป็นทีมงานที่สนุกดี ;)

ช่วงนี้เลยเ้ข้ามาเป็นฟรีแลนซ์ประจำ ช่วยงานกับกองนี้เรื่อยๆ ก็เลยมีส่วนร่วมในผลงานหนังสือมากขึ้น
ทั้งที่มีโอกาสช่วยงานแค่เพียงเล็กๆน้อยๆ แต่พี่ๆ กอง บก. ก็ให้เครดิตร่วมงานไว้ ขอบคุณมากเลยนะคร๊าบ!


ปล.เตรียมตัวพบกับหนังสือและเล่มใหม่  ที่ตอบโต้กับคุณได้! มีโอกาสได้ร่วมงานสนุกอีกชิ้น แล้วจะมาเล่าเด้อ
กลายเป็นธรรมเนียมไปซะแล้ว ว่าเมื่อทำงานเสร็จชิ้นนึง จะต้องเอามาอวดในบล๊อคกัน
แต่งานนี้ต่างออกไปนิดหน่อย .. ตรงที่มีชาว Exteen มาช่วยงานกันถึง 4 บล๊อค!!


เริ่มจากเข้าไปเป็นฟรีแลนซ์ ช่วยงานบริษัทหนึ่งทำงานภาพประกอบวาดด้วยมือ เล็กๆน้อยๆ
จนลามมาทำงานลงสีการ์ตูนกับโปรแกรมในคอมฯ แล้วเลยเถิดมาช่วยแก้ไข Artwork
หลังจากนั้นก็มีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บางชิ้นทำไม่ทัน จนต้องหาคนมาช่วย
ก็คิดๆไป ว่าใครบ้างนะพี่พอจะช่วยได้ .. แล้วก็นึกถึงยอดฝีมือใน Exteen ที่มีอยู่มากมาย
หยิบได้มาอีก 3 คน หลังจากนั้นเราเลยรวมทีม ไปสู้กับงานกัน ;P

เสร็จออมาเป็นหนังสือเล่มนี้ครับ ;)


*ภาพปก และ รายละเอียด ภาพนี้วาดโดยพี่อุ๋ย กอง Graphic ของทางบริษัทฯ ครับ
(พี่เค้าวาดเก่งมากเลย แสดง Character ได้ชัดมากๆ ปกจัดวางโดยทีมงาน ชื่อพี่โกวิทย์ คนนี้ก็เก่ง)


ปกหลังมีภาพพอร์ทเทรดของนักเขียน ซึ่งวาดโดยพี่ "ยุง" นักวาดการ์ตูนในขายหัวเราะครับ ;)


รายชื่อทีมงานจัดทำหนังสือเล่มนี้ .. แทบจะตั้งเป็น บริษัท Exteen's Bloger Design อยู่แล้วครับ ;P
ในนี้ก็จะมี ลิงย้วย (โอ) pixelmonkey , ท๊อปซ่า (ท๊อป) topzza , ลิงใจดี (ลิง) starbucks , และ
เบอร์เซิกค์-แร๊บบิท (ปอ) berserk-rabbit และคุณ be-breer (เบียร์) ซึ่งเป็นผู้แปลหนังสือเล่มนี้ครับ เป็นดรีมทีม
แบบกองโจรมากมาย -_-'


ผมโชคดี เข้าไปคุยงานกับบริษัท ในช่วงวันที่นักเขียนเดินทางมาจากไต้หวันพอดี เลยมีโอกาสได้หนังสือ
พร้อมลายเซ็นท์คุณหมอนักเขียนมาด้วยเล่มหนึ่ง ขอบคุณทางบริษัทบันลือสาสน์ด้วยครับ ;)

คุณหมอโหว (โหว เหวิน หย่ง) เป็นนักเขียนที่มีชื่อมากในไต้หวันครับ แกเป็นหมอ ที่เลือกจะผันตัวมาเป็น
นักเขียน แบบเป็นอาชีพนะครับไม่ใช่เขียนเอาสนุกๆ หนังสือของแกก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่ตีพิมพ์ซ้ำ
กับยอดขาย 3 แสนกว่าเล่ม ไม่ธรรมดานะครับเนี่ย

หนังสือเล่มนี้ เนื้อในเป็น text Book คือมีภาพประกอบแทรกเล็กๆน้อยๆ (วาดโดยปอ berserk-rabbit)
เนื้อหาในเล่มจะลำดับชีวิตของหมอตั้งแต่เด็ก แต่จะเล่าแบบแทรกมุข และมีชั้นเชิงพอสมควร บางเรื่อง
ก็ทำให้เราเอะใจกับชีวิตตัวเอง ว่าเราเป็นแบบนี้ไหม .. อ่านหนังสือแล้วก็ย้อนดูตัวน่ะครับ

ถ้าอ่านแล้วไม่ชอบภาพก็โทษปอนะครับ ถ้าอ่านแล้วไม่ชอบการจัดข้อความ ก็โทษ ลิงย้วย กับ ท๊อป
อ่านแล้วไม่ชอบสำนวน ก็โทษคุณเบียร์นะครับ ;P อิอิ
ส่วนผมทำอะไรน่ะเหรอ .. อืม .. ยังคิดไม่ออกเลยครับ -_-'

ช่วงนี้เป็นช่วงงานสุกงอม มีผลงานมาแนะนำกันเรื่อยๆ อย่าพึ่งเบื่อกันนะครับ ;)
ปล.เพิ่มเติมนะครับ เป็นเรื่องบังเอิญคือผมพึ่งรู้ว่าคุณเบียร์ ผู้แปลหนังสือเล่มนี้เป็นภาค ภ.ไทย
ให้เราได้อ่านกันก็เขียนบล๊อคอยู่ใน Exteen สุดยอดจริงๆครับ ;)

มีโอกาสได้เข้าไปเป็นฟรีแลนซ์ ช่วยงานบริษัทเครือบันลือกรุ๊ป
(กลุ่มบริษัทของบันลือสาสน์ ผู้จัดพิมพ์หนังสือ "ขายหัวเราะ")

หนังสือ "หลินปิง ด.ญ.แพนด้าน้อย"



จริงๆหนังสือเล่มนี้ผมมีส่วนร่วมไม่มากนัก ทำหน้าที่เพียงวาดภาพประกอบนิดหน่อย
แต่ทางทีมงานก็ได้ให้เครดิตไว้ในกองฯด้วย ต้องขอบคุณทีมงานมากมาย


(มีลิงในหนังสือแพนด้า ;P)

ตัวอย่างในส่วนงานของผมก็เช่น วาดภาพลายเส้นที่จะใช้เป็นภาพประกอบหนังสือขึ้นมา
เป็นการวาดด้วยกระดาษและดินสอนี่แหละ แล้วทีมงานก็จะส่งให้ Graphic นำไปลงสีในคอมฯ ต่อเอง


ตัวอย่างภาพที่วาดเส้นไว้


จากนั้นทีมงานก็จะทำไปลงสีในคอมฯ และนำไปจัด Artwork ต่อไป

หนังสือ "หลินปิง ด.ญ.แพนด้าน้อย" เล่มนี้ สี่สีทั้งเล่มจำหน่าราคา 89 บาท ได้มีการขอลิขสิทธิ์
ทั้งชื่อ และภาพจากทางสวนสัตว์เชียงใหม่ถูกต้องแล้ว (ชื่อ "หลินปิง" ก็มีลิขสิทธิ์นะครับ
ค่าสิขสิทธิ์ทางสวนสัตว์ฯ ก็จะนำไปเป็นรายได้เพื่อบำรุงสัตว์ต่างๆต่อไป)

เป็นการร่วมงานที่สนุกดี .. งานนี้ทำให้พบได้พบไอดอลส่วนตัว และได้สะสางคำตอบที่ค้างคาใจ
นั่นคือ คุณ บก.วิธิตไม่ได้ "อ้วน" หรือ "ดุ" ดังคำร่ำรือ ผมว่าออกจะเป็นผู้ใหญ่ใจดี เก่ง และมีเหตุผล
คือ มองปราดเดียวก็เห็นว่าจุดไหนที่ต้องแก้ เลยมีดัชนีอรหันต์ที่ทีมงานสะพรึงกลัวขึ้นมาให้ได้กล่าวขาน ;P

ปล.ขอบคุณพี่ยุง คุณน้อยหน่า นักเขียนขายหัวเราะ และคุณนก(ภรย.บก.วธ.) ที่ได้ชักชวน และให้โอกาส
ในการทำงานครับ ;)