Graphic

2009/Oct/03

Entry ที่แล้วมีเรื่องบังเอิญอยู่ตรงที่ หนังสือเรื่อง "นพ.โหวเหวินหย่ง นักสร้างแรงบันดาลใจขั้นเทพ" นั้น
ผู้แปลหนังสือคือคุณเบียร์ ก็เป็นบล๊อคเกอร์อยู่ใน Exteen ด้วย ซึ่งตอนแรกผมไม่ทราบ เลยไม่ได้เขียนถึง
ใครชอบใจสำนวนคุณเบียร์ หรือต้องการติดตามผลงาน แวะไปดูบล๊อค คุณเบียร์ ได้เลยนะครับ
มีเรื่องน่าอ่านๆเยอะเชียว ;)

วันนี้มีผลงานมาแนะนำกันอีกเล่มหนึ่ง แปลโดยคุณเบียร์เช่นกัน เล่มนี้ต้นฉบับ ภ.ไต้หวัน มีการพิมพ์ซ้ำถึง 80 ครั้ง!
(พิมพ์ไปได้ยังไง!) เรียกได้ว่า ประสพความสำเร็จขั้นมหาศาล ที่ไต้หวันนั้นคุณหมอโหวแกดังราวพี่เบิร์ด
ของบ้านเราก็ว่าได้

เบื้องหน้าโรงงาน

เล่มนี้ภาพประกอบวาดโดยพี่อุ๋ยเช่นเคย (ภาพเยอะมาก ... ก ..ก) บางตอนดูภาพก็ขำไปก่อนแล้ว
อ้อ คุณเบียร์มาทักเลยนึกได้ พี่โตโต้ (หัวแตงโม) เป็น บก.รับเชิญด้วยนะครับ ;)

เล่มนี้คุณหมอโหวแกจะรวมสารพันปัญหาที่คนทางบ้านเขียนมาปรึกษาแกครับ ก็จะมีคำแนะนำเชิงวิเคราะห์
ทั้งในมุมของแพทย์ แกมจิตวิทยา เชิงกวนๆ แต่เข้าใจได้ง่าย และขำๆแบบยิงมุขประกอบกันไป

ตัวอย่างด้านใน


ผมโชคดี .. ^-^
ภาพวาดที่วาดแล้วไม่ได้ใช้ในครั้งกระโน้น คือภาพจากเนื้อเรื่องในหนังสือของคุณหมอโหวเล่มก่อน
ซึ่งทางผู้ใหญ่เห็นว่าเป็นโอกาสดี จึงได้ชวนผมไปพบกับคุณหมอโหว ตัวเป็นๆ เพื่อมอบภาพนี้ให้กับแก


(ภาพเก่าสแกนไว้ตอนยังวาดไม่เสร็จดี ;)


เห็นเค้าชอบ Censor คาดตากัน .. ผมเลยเอาบ้าง .. แต่สลับเป็นทำเบลอทั้งหมดยกเว้นตาแทน ;P

เมื่อมีโอกาสได้เจอกับคุณหมอโหว และได้ให้ภาพ ดูแกก็เซอร์ไพรซ์มาก แบบว่า "โอว อะไรเนี่ย
เอาอะไรมาให้ชั้นถืออีกเนี่ย" -_-' ไม่หรอกครับ จริงๆแกประทับใจมาก ส่วนชอบไม่ชอบนั้นอีกเรื่อง T-T
แกเลยเซ็นหนังสือให้ทั้ง 2 เล่ม แลกกัน ผมคุ้มนะเนี่ย ผมเซ็นแลกด้วยภาพเดียวแท้ๆ ;P

เบื้องหลังโรงงาน
หนังสือเล่มนี้ ใช้พลังงานเยอะกันมาก (โต้รุ่งกันถ้วนหน้า) แต่ก็เป็นทีมงานที่สนุกดี ;)

ช่วงนี้เลยเ้ข้ามาเป็นฟรีแลนซ์ประจำ ช่วยงานกับกองนี้เรื่อยๆ ก็เลยมีส่วนร่วมในผลงานหนังสือมากขึ้น
ทั้งที่มีโอกาสช่วยงานแค่เพียงเล็กๆน้อยๆ แต่พี่ๆ กอง บก. ก็ให้เครดิตร่วมงานไว้ ขอบคุณมากเลยนะคร๊าบ!


ปล.เตรียมตัวพบกับหนังสือและเล่มใหม่  ที่ตอบโต้กับคุณได้! มีโอกาสได้ร่วมงานสนุกอีกชิ้น แล้วจะมาเล่าเด้อ

2009/Sep/29

กลายเป็นธรรมเนียมไปซะแล้ว ว่าเมื่อทำงานเสร็จชิ้นนึง จะต้องเอามาอวดในบล๊อคกัน
แต่งานนี้ต่างออกไปนิดหน่อย .. ตรงที่มีชาว Exteen มาช่วยงานกันถึง 4 บล๊อค!!


เริ่มจากเข้าไปเป็นฟรีแลนซ์ ช่วยงานบริษัทหนึ่งทำงานภาพประกอบวาดด้วยมือ เล็กๆน้อยๆ
จนลามมาทำงานลงสีการ์ตูนกับโปรแกรมในคอมฯ แล้วเลยเถิดมาช่วยแก้ไข Artwork
หลังจากนั้นก็มีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บางชิ้นทำไม่ทัน จนต้องหาคนมาช่วย
ก็คิดๆไป ว่าใครบ้างนะพี่พอจะช่วยได้ .. แล้วก็นึกถึงยอดฝีมือใน Exteen ที่มีอยู่มากมาย
หยิบได้มาอีก 3 คน หลังจากนั้นเราเลยรวมทีม ไปสู้กับงานกัน ;P

เสร็จออมาเป็นหนังสือเล่มนี้ครับ ;)


*ภาพปก และ รายละเอียด ภาพนี้วาดโดยพี่อุ๋ย กอง Graphic ของทางบริษัทฯ ครับ
(พี่เค้าวาดเก่งมากเลย แสดง Character ได้ชัดมากๆ ปกจัดวางโดยทีมงาน ชื่อพี่โกวิทย์ คนนี้ก็เก่ง)


ปกหลังมีภาพพอร์ทเทรดของนักเขียน ซึ่งวาดโดยพี่ "ยุง" นักวาดการ์ตูนในขายหัวเราะครับ ;)


รายชื่อทีมงานจัดทำหนังสือเล่มนี้ .. แทบจะตั้งเป็น บริษัท Exteen's Bloger Design อยู่แล้วครับ ;P
ในนี้ก็จะมี ลิงย้วย (โอ) pixelmonkey , ท๊อปซ่า (ท๊อป) topzza , ลิงใจดี (ลิง) starbucks , และ
เบอร์เซิกค์-แร๊บบิท (ปอ) berserk-rabbit และคุณ be-breer (เบียร์) ซึ่งเป็นผู้แปลหนังสือเล่มนี้ครับ เป็นดรีมทีม
แบบกองโจรมากมาย -_-'


ผมโชคดี เข้าไปคุยงานกับบริษัท ในช่วงวันที่นักเขียนเดินทางมาจากไต้หวันพอดี เลยมีโอกาสได้หนังสือ
พร้อมลายเซ็นท์คุณหมอนักเขียนมาด้วยเล่มหนึ่ง ขอบคุณทางบริษัทบันลือสาสน์ด้วยครับ ;)

คุณหมอโหว (โหว เหวิน หย่ง) เป็นนักเขียนที่มีชื่อมากในไต้หวันครับ แกเป็นหมอ ที่เลือกจะผันตัวมาเป็น
นักเขียน แบบเป็นอาชีพนะครับไม่ใช่เขียนเอาสนุกๆ หนังสือของแกก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่ตีพิมพ์ซ้ำ
กับยอดขาย 3 แสนกว่าเล่ม ไม่ธรรมดานะครับเนี่ย

หนังสือเล่มนี้ เนื้อในเป็น text Book คือมีภาพประกอบแทรกเล็กๆน้อยๆ (วาดโดยปอ berserk-rabbit)
เนื้อหาในเล่มจะลำดับชีวิตของหมอตั้งแต่เด็ก แต่จะเล่าแบบแทรกมุข และมีชั้นเชิงพอสมควร บางเรื่อง
ก็ทำให้เราเอะใจกับชีวิตตัวเอง ว่าเราเป็นแบบนี้ไหม .. อ่านหนังสือแล้วก็ย้อนดูตัวน่ะครับ

ถ้าอ่านแล้วไม่ชอบภาพก็โทษปอนะครับ ถ้าอ่านแล้วไม่ชอบการจัดข้อความ ก็โทษ ลิงย้วย กับ ท๊อป
อ่านแล้วไม่ชอบสำนวน ก็โทษคุณเบียร์นะครับ ;P อิอิ
ส่วนผมทำอะไรน่ะเหรอ .. อืม .. ยังคิดไม่ออกเลยครับ -_-'

ช่วงนี้เป็นช่วงงานสุกงอม มีผลงานมาแนะนำกันเรื่อยๆ อย่าพึ่งเบื่อกันนะครับ ;)
ปล.เพิ่มเติมนะครับ เป็นเรื่องบังเอิญคือผมพึ่งรู้ว่าคุณเบียร์ ผู้แปลหนังสือเล่มนี้เป็นภาค ภ.ไทย
ให้เราได้อ่านกันก็เขียนบล๊อคอยู่ใน Exteen สุดยอดจริงๆครับ ;)

2009/Sep/19

มีโอกาสได้เข้าไปเป็นฟรีแลนซ์ ช่วยงานบริษัทเครือบันลือกรุ๊ป
(กลุ่มบริษัทของบันลือสาสน์ ผู้จัดพิมพ์หนังสือ "ขายหัวเราะ")

หนังสือ "หลินปิง ด.ญ.แพนด้าน้อย"



จริงๆหนังสือเล่มนี้ผมมีส่วนร่วมไม่มากนัก ทำหน้าที่เพียงวาดภาพประกอบนิดหน่อย
แต่ทางทีมงานก็ได้ให้เครดิตไว้ในกองฯด้วย ต้องขอบคุณทีมงานมากมาย


(มีลิงในหนังสือแพนด้า ;P)

ตัวอย่างในส่วนงานของผมก็เช่น วาดภาพลายเส้นที่จะใช้เป็นภาพประกอบหนังสือขึ้นมา
เป็นการวาดด้วยกระดาษและดินสอนี่แหละ แล้วทีมงานก็จะส่งให้ Graphic นำไปลงสีในคอมฯ ต่อเอง


ตัวอย่างภาพที่วาดเส้นไว้


จากนั้นทีมงานก็จะทำไปลงสีในคอมฯ และนำไปจัด Artwork ต่อไป

หนังสือ "หลินปิง ด.ญ.แพนด้าน้อย" เล่มนี้ สี่สีทั้งเล่มจำหน่าราคา 89 บาท ได้มีการขอลิขสิทธิ์
ทั้งชื่อ และภาพจากทางสวนสัตว์เชียงใหม่ถูกต้องแล้ว (ชื่อ "หลินปิง" ก็มีลิขสิทธิ์นะครับ
ค่าสิขสิทธิ์ทางสวนสัตว์ฯ ก็จะนำไปเป็นรายได้เพื่อบำรุงสัตว์ต่างๆต่อไป)

เป็นการร่วมงานที่สนุกดี .. งานนี้ทำให้พบได้พบไอดอลส่วนตัว และได้สะสางคำตอบที่ค้างคาใจ
นั่นคือ คุณ บก.วิธิตไม่ได้ "อ้วน" หรือ "ดุ" ดังคำร่ำรือ ผมว่าออกจะเป็นผู้ใหญ่ใจดี เก่ง และมีเหตุผล
คือ มองปราดเดียวก็เห็นว่าจุดไหนที่ต้องแก้ เลยมีดัชนีอรหันต์ที่ทีมงานสะพรึงกลัวขึ้นมาให้ได้กล่าวขาน ;P

ปล.ขอบคุณพี่ยุง คุณน้อยหน่า นักเขียนขายหัวเราะ และคุณนก(ภรย.บก.วธ.) ที่ได้ชักชวน และให้โอกาส
ในการทำงานครับ ;)

2009/Aug/22

ช่วงนี้งานเข้าครับ เป็นช่วงปั่นงาน เลยพักหายหน้าหายตา หลบเจ้าหนี้ไปทำงานก่อน ;P
แต่ก็ยังว่างพอจะทยอยทำ E-Book ของหนังสือทำมือ (Love Series 1) มาเป็นช่องทางใหม่ๆ
ในการนำเสนอ


ผมว่าได้อารมณ์ดีกว่าเล่าเรื่องเป็น .jpg และตัวอักษรธรรมดาดีนะ เพราะมันจะเป็น E-Book ที่ตัวหนังสือน้อย
ไม่ทรมานในการอ่านกับมอนิเตอร์ดี ใครสนใจลองดูเน้อ ;)


*ภาพตัวอย่างปก


*ภาพตัวอย่างหน้าใน

คิดว่า ต่อๆไปคงทำแบบนี้มา Present ดีกว่า ;)
http://www.sketchroom.com/yimlamai/ebook_01/pages/logo.png [ คลิ๊กดูได้เด้อ ]

*เนื่องจากการทำเป็น E-Book นั้น ทั่วไปมักจะเอาภาพ .jpg มาทำเป็นเนื้อหา ดังนั้นจึงทำให้ตัวหนังสือ
เป็นยึกๆ อ่านไม่ค่อยชัด ใน E-Book เล่มนี้จึงใช้ Flash แทน เพราะจะได้ใส่ตัวหนังสือแบบ Vector ลงไป
(ตัวหนังสือแบบ Vector จะชัด ไม่แตกเหมือน Bitmap ครับ)

เล่มอื่นๆรอให้ทำงานเคลียส์หนี้ได้ก่อน แล้วเจอกันเด้อ ;P

** แถมท้าย ทางทีม Thaiopensource.org (โปรแกรมใช้งานเสรี) ได้เอาหนังสือ 2 เล่มมาให้โหลดไปอ่านกัน
ฟรีๆ สามารถโหลดและแจกจ่ายกันได้ 100% ซึ่งถ้าไปหาซื้อราคารวมกันก็ 4-500 แล้วครับ นั่นคือหนังสือสอน
ใช้โปรแกรม Gimp (โปรแกรมกราฟฟิค 2D เที่ยบเท่า Photoshop) และหนังสือโปรแกรม Blender (สำหรับทำ 3D งานไม่น้อยหน้า 3Dmax)

gimp-cover.png                          blender-cover.png
[ หน้าดาวส์โหลดหนังสือ Gimp ]            [ หน้าดาวส์โหลดหนังสือ Blender ]
ใครทำซุ้มรับงานออกแบบเล็กๆ แล้วต้องระวังเรื่องค่าลิขสิทธิ์ซอฟส์แวร์ แค่มีเจ้า 2 ตัวนี้ก็ทำงานได้ครอบ
จักรวาลแล้วครับ ตัว Gimp นั้นเปิดไฟล์ Photoshop ได้ด้วย แต่ก็อย่างว่า เราอย่าคาดหวังความ 100%
จากโปรแกรมคนละค่ายกันเลยนะครับ (ค่ายเดียวกันต่างเวอร์ชั่นมันยังเปิดกันไม่ค่อยรู้เรื่องเลย) แค่มีคนใจดี
พัฒนาโปรแกรมมาให้ใช้ฟรีๆ และยังมีหนังสือคู่มือมาให้อีก ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วครับ ;)

*เว็บไซต์ของ Gimp สำหรับดาวส์โหลดโปรแกรมและแหล่ง Community
http://www.gimp.org/downloads/

*เว็บไซต์ของ Blender สำหรับดาวส์โหลดโปรแกรมและแหล่ง Community
http://www.blender.org/download/get-blender/

Entry E-Book จริงๆ ;)

2009/Aug/17

หยิบงานสมัยวัยรุ่นมาดู ..
ตอนนั้นยังเป็น นศ. อยู่ มีเพื่อนไฟแรง ลุกขึ้นมาหนังสือเล่มเล็กๆ พิมพ์ขายในเชียงใหม่ ชือพอดีตัวว่า
ซับแม๊กกาซีน {SUB} Magazine ซึ่งปัจจุบัน ปิดตัวไปแล้ว แต่เพื่อนกลุ่มนี้ก็ได้ไปสานต่อเป็นกลุ่ม
Graphic House ที่เชียงใหม่ ใช้ชื่อว่า "โฮะ ดีไซน์เน้อ"

ตอนนั้นผมรับผิดชอบคอลัมน์เล็กๆ มี 2 หน้า บก.ท๊อป จัดให้หน้านี้ต้องพิมพ์สีตลอด เนื่องจากจะขาย Graphic
นั่นเป็นยุคแรกๆที่ได้ทำงานสิ่งพิมพ์เป็นเรื่องเป็นราว (นอกจากพวกหนังสือรับน้อง และงานพิมพ์ในมหา'ลัย)
ตอนนี้เอามาดู ก็รู้สึก ขำๆความคิดตัวเอง

งานคนอื่นจะส่งต้นฉบับเป็นเวิร์ด หรือเป็นกระดาษ แต่คอลัมน์ผมของจัดหน้าวาง Layout เอง (ใช้ Illustrator 9!)
และในเล่ม 3 ของหนังสือ ตอนนั้นได้มีคาแรคเตอร์ตัวนึงออกมาทำความรู้จักกับผู้อ่าน นั่นคือ "ระรื่นยนตร์"
ผมคิดเอาเองว่าระรื่น คือความทันสมัยของยุค และหลังจากนั้นก็ใช้มันเรื่อยมา เพื่อตอบบางสิ่งกับคนอ่าน
แล้วจะรู้ว่า .. เอ่อ ผมไม่ใช่คนโรแมนติกครับ แหะๆ

ปล.เล่มนี้เนื้อในลดต้นทุนมาพิมพ์ 2 สีคือแดงและดำ ภาพในคอลัมน์จึงเล่นกับแดงที่ผสมดำหลายๆเฉด
เป็นข้อจำกัดที่สนุกดีเหมือนกันนะ ;)

คอลัมน์ S.O.S. ย่อมาจาก See Other Side (เป็นการชวนมองมุมต่าง คิดชื่อเสี่ยวๆนี้เอง ในยุคนั้น ;P)





เนื่องจากจำได้ว่า โกษปีที่แล้ว มีน้องนุ กับน้องโน๊ต หรือเปล่าไม่แน่ใจ เคยส่ง Tag วาดคาแรคเตอร์
มาแล้วผมไม่ได้วาด เลยขอหาทางออกด้วย Entry นี้แหล่ะเน้อ ;P


จะว่าไป น่าเอาเจ้าระรื่นมาวาดเล่นอีกเหมือนกันแฮะ ;)
(พึ่งเห็นว่าตีพิมพ์เมื่อ กพ. 2546 โอ้ แม่เจ้า!! มิน่าหนังสือเจ๊ง ล้ำเกิน ฮ่าๆ)



ลิงใจดี
View full profile
บอกเล่าเนื้อหา blog ลิงใจดีนี้สู่เพื่อนๆ