Others

*วันนี้ขอฉีกแนว เขียนอะไรหนุกๆหน่อยครับ
สืบเนื่องจากไปซื้อ DVD ลดราคามาหลายเรื่อง และหนึ่งในหลายเรื่องนั้นคือเรื่อง Enigma
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เคท วินสเล็ท นางเอกไทเทนิคมาเล่น .. อาจจะดูอวบไปนิด  -_-'
แต่ก็น่ารักดี ..

enigma

หนังพูดถึงเครื่องเข้ารหัสชื่อว่า อีนิคม่า (ตามรูป) หน้าตาคล้ายเครื่องพิมพ์ดีดธรรมดา
แต่เครื่องนี้ถือเป็นสุดยอมคอมพิวเตอร์ในสมัยนั้น .. กล่าวคือ เราจะมีวิธีซ่อนข้อความผ่านเจ้าเครื่องนี้

เริ่มจากเซ็ทเฟืองใหม่ทุกวันๆละ 3 ตัว เฟืองนี้ก็จะมีตัวแปร A-Z ค่าของเฟืองจะแปรผันกับคีย์บอร์ด
เช่น เมื่อพิมพ์ตัว Z ในเฟืองที่ตัวแรกที่หันด้าน Z เอาไว้ ก็อาจจะได้ตัว Z แต่ถ้าหันเป็นด้านอื่นเอาไว้
พิมพ์ตัว Z ก็อาจจะได้ผลเป็นอย่างอื่น ซึ่งความน่าจะเป็นๆไปได้เยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีเฟืองถึงสามตัว

ในภาพยนตร์ได้ชี้แจงไว้ว่าความน่าจะเป็นต่อ 1 ตัวอักษร อยู่ที่ 1.5 ล้าน,ล้าน รูปแบบเลยทีเดียว

เจ๋งไหมครับ ^-^

ทีนี้พอดูๆไป ไอ่เราก็อยากจะมีอะไรแบบนี้ไว้เล่นมั่งสิ
แต่จะไปหาเครื่งจักรหน้าตาดีแบบนี ก็คงยาก ..
ก็เลยเปิดหนังสือการโปรแกรมมิ่งแล้วคิดวิธีง่ายๆ ในการลองเข้ารหัสดูแทน


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ออกตัวไว้ก่อนว่า .. ผมเรียนสายศิลป์วาดแต่รูปมาเพียวๆ หากอธิบายอะไรไม่เข้าใจก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้
และรบกวนผู้รู้ ช่วยแจงไว้ด้วย ก็จะเป็นพระคุณมากครับ



ผมคิดง่ายๆว่า ถ้าเอาแค่ให้ข้อความมันไม่เหมือนเดิม = อ่านไม่ออก
ดังนั้น concept ของผมคือ ต้องการนำข้อความมาขยับไป 1 step พยัญชนะครับ
เช่น A ก็จะกลายเป็น B    เช่นหากพิมพ์ข้อความว่า ANT เมื่อเข้ารหัสแล้วก็จะได้ข้อความว่า BOU
แน่นอน .. อ่านไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ ^-^ 

ผมเขียนโดยใช้ script ASP classic นะครับ สามารถ copy ไปทดลอง ปรับปรุงกันได้ตามอัธยาศัย
เริ่มจากก็ต้องมีช่องสำหรับพิมพ์ข้อความครับ (form)

<form name="form1" method="post" action="input.asp">

<textarea name="frm_source" cols="50" rows="12" id="frm_source"></textarea>
<input type="submit" name="Submit" value="เข้ารหัส  &gt;">

</form>


จาก script ก็เป็นการส่งข้อมูลไปที่ไฟล์ input.asp นะครับ เป็น form แบบพิมพ์ได้หลายๆบรรทัดหน่อย
ส่วนไฟล์เข้ารหัสก็มีข้อมูลดังนี้

'รับค่ามาจาก form ก่อน
frm_source=request.Form("frm_source")
' จากนั้นนำจำนวนข้อความที่ส่งมาว่ามีกี่ตัวอักษร
len_source=len(frm_source)
' วนลูปเท่าจำนวนตัวอักษร
for i=1 to len_source

        ' ตัดข้อความมาทีละตัวให้เริ่มต้นตัดตามลูป เพราะจะได้ขยับเข้าไปทีละตัวครับ
        mid_source=mid(frm_source,i,1)
        ' แปลงข้อความที่ตัดมาเป็น Ascii code ก่อน จะได้นำไป + หรือ - เพื่อขยับตัวอักษรได้
        asc_source=asc(mid_source)
  
        ' นำค่า Ascii ที่ได้ไป + 1 เพื่อขยับตัวอักษรขึ้นครับ    
        end_source=asc_source+1
        ' แปลงกลับมาเป็นข้อความครับ
        chr_source=chr(end_source)
       
        ' นำข้อความที่ตัดมาทีละตัว มารวมเข้าเป็นประโยคใหม่อีกครั้ง
        if answer="" then
                answer=chr_source
            else
                answer=answer+chr_source
        end if
        ' วนไปทำใหม่มาให้ครบประโยคเดี๋ยวนี้!!
next


เป็นไงมั่งครับ code จริงๆมีนิดเดียวเอง (แต่ตอนคิดอ่ะนาน -_-')
ส่วนที่ธีแปลงกลับก็เช่นกันครับ ทำให้กลับค่ากันเท่านั้นเอง
เหล่านี้เป็นวิธีง่ายๆครับ จริงๆถ้าจะให้สมบูรณ์ คงต้องมีการสุ่มวิธีเข้ารหัส
แล้วมันจะยาวไปถึงอัลกอรึทึ่ม .. ซึ่งมันก็จะเกินสมองทึ่มๆของผมไปแล้วล่ะ 55

ผมได้ทดลอง upload code ไว้เล่นที่
http://www.yimlamai.com/test/index_form.asp
ใครสนใจก็ลองดูได้ครับ


ปล.ข้อเสียของมันก็คือ -_-' ถ้าพิมพ์ว่า 11111 มันก็จะได้ 22222 อ้าว ..
คนอื่นก็รู้หมดอ่ะสิ ว่าเราเขียนวิธีเข้ารหัสไว้ยังไง .. เจ๊ย!!

ประกาศสำนักพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จประทับรักษาพระอาการประชวร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น

แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ พระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ และสิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 2 นาฬิกา 54 นาที วันที่ 2 มกราคม 2551 รวมพระชันษา 84 ปี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาประสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักไว้ทุกข์มีกำหนด 100 วัน ตั้งแต่วันสิ้นพระชนม์เป็นต้นไป

อนึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักษณ์ ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 13 นาฬิกา ถึงเวลา 16 นาฬิกา วันพุธที่ 2 มกราคม 2551

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ข้าพพุทธเจ้า ขอร่วมไว้ทุกข์ให้กับพระองค์ท่านด้วยครับ

edit @ 3 Jan 2008 11:06:51 by ★ STARBUCKS! no coffee,no me and no you!

ผมบ่นมากเลย .. ใครไม่ได้วาดรูปอ่านแล้วอาจจะเข้าใจคนวาดรูปมากขึ้นครับ ^-^

 ผมเริ่มตระหนักว่ามีน้องๆเข้ามาดูบล๊อกพอสมควร และส่วนใหญ่ก็จะเป็นน้องๆที่สนใจงานออกแบบ
หรือเรียน เกี่ยวกับการวาดภาพ ก็เลยมีอะไรเทือกนี้ มาแนะนำกันหน่อย

งานออกแบบ หรือโดยตำแหน่ง Graphic Designer ปัจจุบัน แทบไม่ต้องฝึกฝีมือแนว Academy
คือ ไม่ต้องวาดรูปเป็น เอาแค่ทฤษฏี และดูงานเยอะๆ และใช้ Software เป็นก็อยู่

แน่นอน ผมไม่เถียง -_-' เพราะผมไม่ได้เรียนคอมพิวเตอร์ หรือออกแบบ ผมโชคดีกว่านั้น
ที่เรียนมาด้วยพู่กัน และเฟรมผ้าใบ คุณครูไม่สอนให้ทำงานออกแบบ และสาย Pure Art จะตรงข้าม
กับพานิชย์ศิลป์ กลุ่มภาพประกอบฯลฯ ความภูมิใจของวิชาแขนงนี้คือ สูงสุดเป็น Artist

ทำยังไงดี .. ชอบวาดรูป แต่ไม่อยากเป็น Artist -_-' ไม่ยากเลย .. ก็ไม่ต้องเป็น 55

ผมมีเพื่อน ที่ทุกวันนี้ยังเขียนรูป และยังต้องขอเงินทางบ้าน มารองรับการวาดภาพ
แต่ละคน มีตัวแปรในชีวิตต่างกัน ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ .. ไม่ได้บอกว่าสิ่งไหนดีหรือไม่ดี
แต่เมื่อเราแตกต่างกัน .. เราก็ต้องกรุยทางของเรา ..

ผมหัดคอมพิวเตอร์เพิ่มเติม จำได้ว่าสมัยเรียนหนังสือคอมเล่มละ 2-3 ร้อย ผมไม่มีเงินขนาดมาซื้ออ่านเล่นๆ
ต้องเลือกแล้ว เลือกอีก เล่มนี้ละเอียด แต่แปลจาก help สำนวนอ่านไม่เข้าใจ .. กว่าจะหาได้
กว่าจะซื้อ .. หรือบางเล่มก็ไม่ซื้อ ทำอะไรไม่ได้ ก็จดๆไว้ แล้วไปยืนเปิดที่ร้านจำเอา -_-'

คอมพิวเตอร์ก็ไม่มี โชคดีที่ทำกิจกรรม นศ. จึงได้ใช้คอมใน สโมสรฯ นศ.
ผมเป็นคนในมีแผ่นดิสเก็ต (แผ่นไดว์ A น่านแหล่ะ) พกอยู่เป็นสิบๆแผ่น
เคยหยุดเสาร์-อาทิตย์ แล้วไม่ได้ไปไหนเลย เพราะหัดคอมสโมฯ อยู่
โชคดีที่ตอนนั้นไม่มีใครสนใจคอมพิวเตอร์ นอกจากพิมเอกสารโครงงานต่างๆ
เมื่อผมรับผิดชอบโครงงานไปด้วย .. คอมพิวเตอร์ จึงตกเป็นของผมในบัดดล ^-^

ดีหน่อยถ้าอยู่ใกล้ห้องสมุด ระดับมหาวิทยาลัย .. ผมมีหนังสือจากการถ่ายเอกสาร เก็บไว้เป็นเล่มๆ
เรื่องไหนหัวช้า โง่หน่อย เราก็อ่านมันซ้ำๆ .. จำได้ว่า กว่าจะเขียนโปรแกรมได้
ท้อไปเป็นร้อยรอบ ชอบหาข้ออ้างให้ตัวเองประมาณว่า "เราไม่ได้เรียนคอมมา ทำไม่ได้ก็คงไม่เป็นไร"

ส่วนหนึ่งเพราะดันไปเรียนเรื่องสมอง แยกการทำงานซ้าย-ขวา ขวาคือศิลป์ ซ้ายคือตรรกะ
เรื่องเบสิค ที่ทำให้คนเรียนศิลป์หลายคน ภูมิใจในความโตของสมองซีกขวา
โดยไม่เคยเอาความแฟ่บ ของสมองอีกข้างมาคิด (ผมสังเกตุจากทัศนะของคนศิลปะรอบตัว)

แต่จะดีกว่านั้นไหม ถ้าเราทำได้ 555 มีความโลภทางวิชาการ
ทุกวันนี้ เดินไปซื้อ hardware มาเปล่าๆก็หาทางเอาตัวรอดได้
แกะโน๊ตบุ๊ค เปลี่ยน hardisk ลงวินโดวส์ หา driver ในเน็ต เดินเลือกซื้อแรมยามเงินเหลือ
และเขียนโปรแกรมไว้ใช้เองได้ .. ลดต้นทุนชีวิตไปพอสมควร (แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาของคนเรียนคอม -_-')

ส่วนหนึ่งเพราะ .. ผมอยากเอาชนะ
บางคนก็เอาความรู้สึกนั้น ไประเหิดกับการเอาชนะในเกมส์ หรือไปเล่นกีฬา
โชคดีที่ผมเล่นกีฬาไม่เก่ง และเมื่ออยู่ในห้อง จะวาดรูป หรือทำงานคอม .. มันก็มือซ้ายมือขวาอยู่ข้างที่นอน
ก็เลยถือเป็นโชค .. ที่ได้ทำมัน

นี่ผมบ่นเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย .. ตั้งใจจะแนะนำ concept วาดภาพคนในคอมแท้ๆ
ปรกติผมจะไม่อยากเอาเรื่องวิชาชีพมาลงใน blog นัก เพราะกลัวว่าคุณลูกค้า จะมาเห็น
เดี๋ยวจะรู้ทัน .. ว่าผมแอบเล่น ไม่ยอมทำงาน 55

ภาคปฏิบัติ

โปรแกรม Graphic มีเงื่อนไขการทำงานเยอะ สมัยผมไปซื้อหนังสือมา ร้อยทั้งร้อยในหนังสือทุกเล่ม
จะสอนว่า .. อันนี้ทำอะไร อันโน้นทำอะไร .. แต่ผมจะไม่เข้าใจ concept การทำงานหลัก
ทำให้กลายเป็น "มนุษย์คลิ๊กตาม แต่ไม่ได้คิดตาม" แน่ล่ะ หนังสือก็มีเงื่อนไขของเค้า

ดังนั้นผมเลยอยากจะ capture ภาพการทำงานคร่าวๆ มาให้หา concept กันคร่าวๆ
อาจจะไม่ได้ประโยชน์เลยก็ได้ .. แต่มันคงได้บ้าง แหล่ะน่า 55 อ้อ ผมใช้ Illus CS2 ในการวาดครับ


พอดีต้องวาดเด็ก ใช้เป็นภาพประกอบ ใน Back drop (ฉากหลังของบูธขนาดใหญ่ๆ)
ข้อดีของภาภ Illustrate คือ นำไปขยายเท่าไรก็ได้ นั้นเป็นสิ่งดี สำหรับงานขนาดใหญ่
เพราะภาพ jpg (หรือ bitmap) จะแตกเป็น pixel ตาม resolution ที่ละเอียดน้อยๆ

Tip :: งานสิ่งพิมพ์ ควรตั้งค่าไว้ที่ 300 dpi นะครับแต่ Illustrator ไม่ต้องสนใจตรงนั้นเลย



ผมกำหนดกลุ่มสีไว้ (ทางซ้าย) สีจะได้ไม่หลุด Theme จนเกินไป
จากนั้นขึ้นรูปเด็กด้วยพื้นที่หน้า ตรงนี้ผมมีแบบจากภาพเด็กหลายๆคน เอามาดูประกอบกัน
จากภาพวาดตาแค่ข้างเดียว แล้ว copy ไปอีกข้าง แต่ต้องเปลี่ยน hi-light ในลูกตาให้ถูกด้านนะครับ
ไม่งั้นจะตาเหล่ มีตาหามีแววไม่


ปากวาดยากมากครับ โดยเฉพาะปากที่มีฟัน สังเกตุได้เลยว่า คนวาดภาพแนวนี้จะเลี่ยงปาก
เป็นยิ้มๆกันแทน แต่เนื่องจากภาพนี้จะนำไปประกอบสินค้าอาหารครับ .. ต้องเอาชนะปากให้ได้ 55
ผมแยกเป็น สิ่งที่ต้องวาดให้ดู ส่วนสีปากนั้น แนะนำให้ตั้งต้นจากสีผิวก่อน แล้วปรับเฉดเป็นแดงนิดๆ
อย่าไปเริ่มจากแดงก่อน เพราะเนื้อตรงปากคน มันก็มาจากผิวนั่นเอง สีจะได้ไม่หลุดไปครับ


จากนั้นผมวาดจมูก ใส่รอยยิ้ม และแก้มแดงลงไป ให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ตรงนี้ทักษะการวาดภาพจริงจะได้ใช้แล้วครับ การวาดภาพคนนอกเหนือแบบนั้น หมายความว่า
เบื้องต้น เราตวรจะศึกษา Anatomy กระดูก และกล้ามเนื้อ เมื่อเรารู้มาบ้างแล้ว
เราก็จะวาดได้อิสระมากขึ้น ไม่จำเป็นว่าทุกอย่างต้องถูก .. แต่ถ้าเราจะวาดให้ไม่ถูกแล้ว
เรายิ่งต้องรู้ละเอียดว่าอย่างไหนถูก .. และที่เราปรับนั้น ให้ผลอย่างไร น่าเชื่อแค่ไหน


วาดใบหู และผมแล้วโยนไปไว้ไว้หลังสุดครับ สังเกตุว่าใบหน้าจะทับใบหู


เสร็จแล้วใส่ผมก้อนข้างหน้า (ไว้หน้าสุด) ผมก้อนนี้จะทับทุกอย่าง เท่านี้ ทั้งภาพก็เรียบร้อย ..


ตกแต่งด้วยจงอยผมเพิ่มเติม ให้ดูเป็นธรรมชาติขึ้น และอย่าลืม drop เส้นผมบางกลุ่มให้ดูจางๆ (ซัก 50%)
เพราะธรรมชาติของผม ควรจะมีแสงตกประทบบ้าง ..

น้องๆหลายคน มีปัญหากับ software ตัวนี้ ว่าวาดรูปไม่ได้บ้าง Tool มีมาไม่ถนัดบ้าง
แต่ว่าทั้งนี้และทั้งนั้น .. มันอยู่กับเราน่ะครับ ที่จะทำมันให้ได้ดูสักครั้ง

อ่อ การวาดภาพด้วย software มันคือการวาดภาพด้วยคณิตศาสตร์ เช่นการคำนวนจุดที่แสงจะกระทบ
ควรจะลงตำแหน่งนั้นตรงไหน และเมื่อลงไปแล้ว น้ำหนักสีมันจะวิ่งไปถึงจุดไหน หรือควรจะ add จุดดัดเพิ่มมาดักไว้อะไรแบบนั้น .. แรกๆ อาจจะยาก .. แต่หลังๆจะยากกว่าครับ -_-'

งานทั้งหมด ผมใช้เวลาไปพอสมควร ประมาณครึ่งวัน ดังนั้น สู้ๆจ้า
(ปล.เป็น entry ที่เหนื่อยๆกับเสียงบ่นตัวเอง .. พักกินกาแฟดีกว่า 55)



ลิงใจดี
View full profile