Others

2009/May/09

ช่วงนี้มีงานออกแบบ Presentation งานแต่งมาบ่อยขึ้น ปรกติผมก็จะออกแบบงานบนกระดาษ
แต่ก็จะมีปัญหา เรื่องการจัดการข้อมูล, การนำเสนองานให้ลูกค้าดู และการรับ comment จากลูกค้า

พอมันบ่อยเข้าก็เลย เฮ้ย .. มันต้องง่ายกว่านี้สิ!! ระหว่าง ออกแบบงานให้ลูกค้านั้น
เลยลุกขึ้นมาเขียนโปรแกรมเล็กๆไว้จัดการงานแบบนี้ไปเลยน่าจะง่ายกว่า

ปล. Entry นี้ไม่ได้วาดรูป และยาว อาจจะทำให้ผิดหวังเพราะพูดถึงแต่เรื่องโปรแกรม คิดซะว่าลิงตัวปลอม
ฝั่งทำตัวหัววิทย์ แวะมาเยี่ยมเยียนแบบนานๆที ก็สมองมันมีสองซีก เราก็ควรใช้ทั้งสองข้างสิเนอะ  ;P


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

สิ่งที่คิดไว้สำหรับงานนี้คือ มันควรจะเป็น Story Board (รูปแบบการวางโครงดำเนินเรื่อง)
เพื่อ
1.ให้ลูกค้าดูสะดวก และง่ายที่สุด
2.ลูกค้า comment งานได้โดยตรง
3.เราเอาไว้ใช้อ้างอิงขณะทำงานได้
4.มีความปลอดภัยของระบบ และเรียกดูได้ตลอดเวลา

เหมือนเดิม ผมใช้ภาษาเก่ากึ๊ก ASP ที่ถนัดที่สุด แม้ใจจริงจะอยากเขียน PHP มากๆ
แต่ผมเร่งเอาที่ถนัดก่อน เดี๋ยวว่างๆค่อยมา re-coding เป็น PHP น่าจะทันใช้งานจริงที่สุด

ในงานสตอรรี่บอร์ดนั้น เหมือนภาพยนตร์ เราจะเรียกช่วงเวลาเดียวกันทางภาพที่ต่อเนื่องว่าซีน (Scene)
แล้วหนังก็คือ ซีนแต่ละซีนที่ต่อเนื่อง เอามารวมกันจนเป็นเรื่องยาว ดันนั้น หน่วยของหนังที่เรียกว่าซีนนี้
จึงสะดวกที่สุดในการอ้างอิง หรือวางแผนงานนั่นเอง

โดยรวมโปรแกรมที่คิดไว้ จะมีสิทธ์อยู่ 2 แบบ คือ ฝั่งผู้สร้างงาน และฝั่งลูกค้า
ผู้สร้างงาน คือคนที่มีสิทธ์ในการเพิ่ม ลบ แก้ไขข้อมูลทั้งหมด ส่วนลูกค้านั้นเข้ามาดูและ comment งาน

รูปแบบของข้อมูลที่ควรจะมี และ Form ในการ input ข้อมูล


*เนื่องจากเวลาสเก็ทช์งานลงกระดาษ ผมก็จะเขียนกำกับไว้ว่า ภาพเป็นไง เสียงเป็นไง
เลยเอารูปแบบเหล่านั้นมาออกแบบเป็น Form สำหรับ input นี้เอง


*ลักษณะของฐานข้อมูลที่ใช้ (เซ็นเซอร์ชื่อไว้นิดนึงเพื่อความปลอดภัย)


*เมื่อผู้สร้างงานกรอกข้อมูลไปปุ๊บ จะเป็นการเพิ่มซีนเข้าไป ทุกอย่างก็จะทำงานอัตโนมัติ
คือการเพิ่มเวลารวมของหนัง และซีนไหนที่ยังไมไ่ด้ใส่ภาพ จะมีปุ่มสำหรับอัพโหลดภาพขึ้นมา
(บางทีเราต้องมาคิดเรื่องก่อนจะคิดภาพภายหลัง)


*ในขณะที่ฝั่งลูกค้า ก็จะเห็นเฉพาะตัวรายละเอียดซีน และสามารถคลิ๊กที่ปุ่ม comment
เพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับซีนนี้ได้ ว่าควรจะปรับปรุงอะไร


*เมื่อคลิ๊กที่ภาพ ก็จะแสดงภาพใหญ่ขึ้นมา ตรงนี้ใช้ script Ajax ของ Lightbox v.2 เข้าช่วย
ทำให้ไม่ต้องเขียนเอง แค่เอามาดัดแปลงประหยัดเวลาได้เยอะ นอกจากดูภาพแล้ว
เรายังวน Loop เอาข้อความใต้ภาพมาแสดงผลได้ด้วย

ตอนแรกคิดไว้ว่า พอทำเสร็จจะให้ฝั่งผู้สร้างงาน สามารถสร้าง user ขึ้นมาได้ เพื่อมาล๊อกอินเข้าเว็บ
มาดูงาน แต่รู้สึกว่ามันยุ่งยากไป เลยกำหนดให้ไฟล์ guest.asp เป็นไฟล์ดูข้อมูลของลูกค้าแทน
โดยที่มีการส่งตัวแปรแบบ Get เข้ามา ถ้ารหัสถูกต้องก็ดูได้เลย

ตรงนี้จะทำให้สะดวก เพราะส่ง link งานไปทาง e-mail ให้ลูกค้าหรือทีมงาน คลิ๊กมาดูได้เลย
เช่น frm_pass=05052009353246470
ตัวแปรชื่อ frm_pass รหัสคือ 05052009353246470 รหัสนี้มจากวันเดือนปี และการสุ่มส่วนที่เหลือ
โดยสุ่มจากเลข 0 ถึง 1000, 4 ครั้ง จึงคิดว่าไม่น่าจะซ้ำกันได้ (โอกาส = 1 ใน หมื่นสี่ครั้ง โดยอิสระจากกัน)

ตอนนี้ยังเป็นระบบปิด สำหรับใช้งานเองและใช้บริการลูกค้าอยู่ คือยังไม่แน่ใจว่าจะเปิดให้บริการทั่วไปดีไหม
เพราะเรื่องของการ อัพโหลดภาพ และการใช้งานที่อาจจะกินค่าใช้จ่าย (ผมเช่า host ไม่ได้มี server เอง)
แต่ถ้าใครคิดว่าจะมีประโยชน์ ถ้าได้ใช้งาน ก็ลอง ems มาดูได้ ถ้าคิดว่าพร้อมแล้วจะส่ง id ไปให้จ้า


*จำนวน Scene ด้านซ้ายจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอัตโนมัติ การระบุเวลาให้กับซีนก็จะถูกนำมาคำนวนด้วย
ถ้าใครเคยทำพรีเซ้นทฯ จะรู้ว่าตัวเลขนี้สำคัญเวลาตัดต่อเพลงจะได้สัมพันธ์กัน ไม่งั้นนั่งบวกกันตาย

ไอคอนต่างๆของโปรแกรม ผมออกแบบใหม่หมด Concept คล้ายๆทาง Mac Design มันดูสบายและไม่เบื่อดี
ไม่อยากออกแบบหวือหวา เพราะสิ่งที่ต้องเด่นคือภาพสเก็ทช์มากกว่า และเป็นครั้งแรกที่ใช้ภาพ .png
เกือบทั้งหมด มันสมูทกว่า .jpg หรือ .gif มาก และสีโทนที่ออกแบบนี้ทำให้ได้ png ขนาดไม่ใหญ่ด้วย
 
ผมคงไม่สามารถสอนเรื่องการ coding โปรแกรมได้ แต่อยากให้มองเรื่องของ concept การทำงานมากกว่า
สิ่งสำคัญไม่ใช่ code เพราะเราหาอ่านตามหนังสือทั่วไปได้ แต่ที่สำคัญคือการดัดแปลงสิ่งนั้นให้เหมาะ
เป็น application ที่ใช้งานได้ (อย่างน้อยก็เราใช้) น่าจะสำคัญกว่า

พ่อครัวอาจจะไม่ได้ปลูกผัก หรือเลี้ยงสัตว์เอง แต่เค้ารู้ว่าจะหามันได้ที่ไหน เพื่อมาสร้างอาหารที่ดีที่สุด
นานๆเด็กวิจิตรศิลป์ จะลุกขึ้นมา coding โปรแกรมไว้ใช้เอง .. อาจจะไม่ดีนัก แต่กินเองก็อร่อยนะ ;P


ปล.2 ตอนนี้อาจจะพยายามต่อยอดโปรแกรมสตอรี่บอร์ดนี้ ไปเป็นพวก presentation หรือ slide online
แต่อาจจะเอาไปฝั่งใช้งานมากกว่าเป็นแนว slide แปะใน hi 5 นะ หุๆ และก็ลูกค้าคู่บ่าวสาวชอบมากเลย
บอกว่าสะดวกมาก .. อย่างน้อยก็ไม่ต้องเดินทางมาดูงานไกลๆแถมยังเรียกพ่อและแม่ มาช่วยกันดูได้ด้วย
กลัวแต่จะ comment กันกระจายนี่สิ 55 ;)

ตัวอย่างโปรแกรมนี้ สามารถคลิ๊กเล่นดูได้ที่นี่จ้า ให้ใช้ในลักษณะของฝั่งลูกค้าดูนะ
http://www.sketchroom.com/demo/guest.asp?frm_pass=05052009435876957
โปรแกรมนี้ออกแบบ และ coding ในเวลา 2 วัน ถ้าพบว่าควรปรับปรุงอะไร ก็แนะนำกันไว้บ้างเน้อ
เผื่ออีกหน่อยมีทุนให้ได้ใช้จริงกัน 55

2009/Apr/24

นั่งดูสมุดบันทึก .. ยิ่งเหลือพื้นที่ให้เขียนน้อยคุณค่ายิ่งมาก
แต่ก็แอบกังวล .. สมุดเล่มใหม่จะใช้ได้คุ้นเหมือนเล่มเดิมไหมนะ?


ก่อนหน้านี้ ผมไม่ค่อยใช้สมุดบันทึกอยู่นาน .. ช่วงทำงานประจำ ใช้แต่คอมพิวเตอร์
กับกระดาษ A4 เคยพยายามจะใช้สมุดบันทึก แต่ก็เหมือนมีไว้พกไปอย่างนั้น
คล้ายๆเป็นตัวแทนของโลกอนาล๊อค ที่ยังอยากมีไว้ .. แต่กลับไม่ได้ใช้งาน

พอเป็นฟรีแลนซ์ อยู่บ้าน .. รับงาน ไปหาลูกค้า .. สมุดบันทึกเล่มแล้วเล่มเล่าจึงได้ถูกใช้
ปัญหาก็คือ .. พอใช้ไปแล้วกลับอยากได้เล่มใหม่ที่สวยกว่า -_-' หรือไม่ก็รู้สึกว่า
จดงานจนมันปนกันมั่ว .. ดูไม่ดีเลย เดี๋ยวซื้อเล่มใหม่มาจดให้สวยๆดีกว่า

ทำไมพอเปรียบเทียบเรื่องแบบนี้ทีไร นึกถึงความรักทุกที ว่ามันคล้ายๆกัน 55

ตอนนี้สมุดใกล้จะหมดเล่มอีกแล้ว ..
รู้สึกเสียดายนิดๆ .. ทำไมตอนนั้นเราไม่ซื้อมาหลายๆเล่มนะ
แต่ถึงไปเจอที่ถูกใจ ก็คงคิดอีกว่า จะซื้อหลายเล่มไปทำไม
เดี๋ยวหมดก็ซื้อเล่มใหม่ จะได้เปลี่ยนบ้าง ..

เฮ้อ .. ไร้สาระจริงๆ


*ตลกดี เริ่มใช้ตอนช่วงซีรีย์ coffee prince เพราะวาดรูปไว้ในหน้าแรกเลย 55
(เหมือนตอนเด็กที่แอบวาดรูปไว้ในสมุด -_-' คิดกันได้เนอะ ทำยังกะครูจะไม่เห็น)

ด้านขวาเป็นภาพที่ sketch หนังสือทำมือ Love series ว่าจะเก็บ postcard ยังไง
รูปเล่มยังไง .. พอตอนนี้มันเลยมาแล้วก็แอบขำความคิดตัวเองดี


*sketch Love Series 5 ชุดความรักหลังฝนโปรย ที่ชอบมาก .. sketch แบบเร็วๆ กลัวลืม 55


*บางครั้ง ก็ใช้วางแผนเดินทาง .. (ในบางกอกก็ยังแอบทำไว้ ประมาณว่า อย่าลืมหน้านี้ เอ็งต้องไปที่นี่!!)
เอาไว้แอบดูตอนเดินเที่ยว ถ่ายรูปตามตรอกตามซอยได้ไม่หลง


*จดเพลง จดเนื้อ .. จดคอร์ด .. จะว่าไป .. สมุดเล่มนี้เป็น มินิคอมพิวเตอร์เลยนะเนี่ย
เก็บข้อมูลได้หลายคิด .. ไม่ใช่หลายกิ๊ก(กะไบท์) 55

เกือบทั้งเล่ม ตั้งแต่เริ่มจด .. ใช้ดินสอหมดเลย
จำได้ว่า ตอนนั้นรู้สึกว่า ถ้าไม่ชอบ จะได้ลบได้ .. แต่จนแล้วจนรอด ไอ่ที่ไม่ชอบ ก็ยิ่งไม่ได้ลบ

คงใกล้เวลาจะได้ไปหาใหม่ล่ะ ..
สมุดนะ .. ไม่ใช่ความรัก ไม่ต้องเปรียบเทียบ ^-^'



2009/Apr/20

อยู่ในช่วงเวลาที่คิดถึง "เจ้าชายน้อย" ขึ้นมาเป็นระยะๆ
แม้บางทีจะรู้สึกว่าเป็นหนังสือที่ popular เกินกว่าจะเขียนถึงก็ตาม ..





'ฝึกให้เชื่อง' แปลว่าอะไร " เจ้าชายน้อยถาม

"มันเป็นสิ่งซึ่งมักจะถูกหลงลืม มันคือการ 'สร้างความผูกพัน'" สุนัขจิ้งจอกตอบ
"สร้างความผูกพันหรือ"
"ใช่แล้ว สำหรับฉัน เธอก็เป็นเพียงเด็กชายเล็กๆ เหมือนเด็กอื่นๆ เป็นร้อยเป็นพัน ฉันไม่ต้องการ
เธอ เธอก็ไม่ต้องการฉันเหมือนกัน และสำหรับเธอ ฉันก็เหมือนสุนัขจิ้งจอกอื่นๆ นับร้อยนับพันนั่น
แต่ถ้าเธอฝึกให้ฉันเชื่อง เราก็จะต้องการกันและกัน เธอจะเป็นหนึ่งเดียวในโลกสำหรับฉัน และฉันก็
จะเป็นหนึ่งเดียวในโลกสำหรับเธอ" สุนัขจิ้งจอกกล่าว



"...  ดูสิ เธอเห็นทุ่งข้าวสาลีไหมฉันไม่กินขนมปัง ข้าวสาลีจึงดูไร้ค่าสำหรับฉัน ทุ่งข้าวสาลี
จะไม่ทำให้ฉันนึกถึงอะไรเลย และนั่นเป็นเรื่องน่าเศร้ามาก แต่ผมของเธอเป็นสีทอง ดังนั้น
มันจะเป็นที่น่ามหัศจรรย์ขนาดไหน ถ้าเธอจะผูกสัมพันธ์กับฉัน ทุ่งข้าวสาลีสีทองจะทำให้ฉัน
หวนคิดถึงเธอ และฉันก็จะชอบฟังเสียงสายลมหยอกล้อต้นข้าว"

สุนัขจิ้งจอกนิ่งเงียบ และจ้องมองเจ้าชายน้อยอยู่นาน
"ช่วยฝึกให้ฉันเชื่องด้วยเถิด" เขาพูด

ปล2. เดี๋ยว Entry ก่อนหน้านี้จะน้อยใจ .. พอดีอัพติดๆกันมันเลยหลุดไป เผื่อใครอยากดูคลิ๊กได้เด้อ


ให้ความสำคัญ .. กับสิ่งที่ไม่สำคัญ | postcard


2009/Apr/12

ผมมักจะไม่ค่อยได้ทำ TAG เพราะทั้งลืม และก็ลืม .. -_-' จนเพื่อนระอาไปแล้ว
น้อ