2008/Aug/21

จากภาพนกเขาที่ผมเองก็ค่อนข้างชอบภาพนี้



จริงๆแล้วมันมีที่มามากมาย ..
ในทุก Entry เกี่ยวกับภาพถ่ายนั้น ผมไม่คิดว่าตัวเองถ่ายดีอะไรนัก (เล็งๆแค่ให้ชัดกะไม่มืด -_-')
เพราะแต่ละภาพบางทีผมกดเป็นสิบเลย แต่แน่นอน เอามาอวดแค่ใบเดียวให้ดูเก่งๆหน่อย 555

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

เรื่องถ่ายภาพ ผมว่า 50% มันอยู่ที่อุปกรณ์ เช่นถ้าเราอยากถ่ายซูมจากไกลๆ แต่กล้องเราเป็นระบบวิ่งซูม T-T)
มันก็น่าเจ็บใจ .. แต่ว่าอย่างไรก็ดี อีก 50% ที่เหลือคือตัวผู้ถ่ายก็เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความ "แตกต่าง"
ระหว่างคนที่ถืออุปกรณ์เหมือนกันนั่นเอง ..

ดังนั้น .. มาดูที่มาของภาพนี้กันหน่อยเถอะนะ ..
แล้วจะรู้ว่า ไอ่นี่มันมั่วมากเลย กว่าจะได้ภาพนึง (ตูยังเก่งกว่าอีก -_-') ประมาณนั้น

*ปล.ภาพทั้งหมด เป็นสีธรรมชาติครับ ไม่ได้ปรับแต่งเพิ่มเติม


ครั้งแรก .. นกมาเกาะอยู่ใกล้มุ้งลวดเลย .. โหย ถ่ายไงดีเนี่ย -_-') < ใช้ไส้ติ่งประมวลผลอยู่


นกได้ยินเสียงชัตเตอร์ไป 1 แกร๊ก เริ่มส่ายหัวดุ๊กดิ๊กๆ .. (เสียงอะไร หรือว่าตูเหยียบกับระเบิดไป!! *_*)
เนื่องจากปฏิกริยามันไวมากเลย .. กล้องอยู่ห่างประมาณ 1 เมตรครึ่ง คนถ่ายอยู่หลังม่าน .. ทำตัวเงียบกริบ


นกกระโดดลี้ภัยไปอยู่บนคอมเพรสเซอร์แอร์แล้ว พออยู่ห่างมุ้งลวดไปหน่อย เลนส์ซูมเริ่มทำหน้าที่ได้ดีขึ้น
อันนี้ไม่ได้เปิดมุ้งลวดนะครับ แต่นกอยู่ไกลจากมุ้งลวดราว 1 ฟุต เลนส์เลยผลักระยะให้มุ้งลวดหายไปได้ ..

ถ้านึกภาพไม่ออก ให้นึกว่าตอนเรามองภาพนี้อยู่ ทำไมเรามองไม่เห็นจมูกตัวเอง!! อ๊ะ .. อย่าพึ่งมองสิ
เห็นไหม พอเราโฟกัสจมูกตัวเอง เราจึงได้เห็นมัน ทั้งๆที่มันก็อยู่ตลอด ..
นั่นแหละ หลักการเดียวกันกับทีกล้องมองไม่เห็นมุ้งลวดครับ (หลักการแบบมั่วๆอีกแล้ว -_-)


ระยะได้แล้ว .. องค์ประกอบได้แล้ว .. (แต่เอียงไปนิด) .. อ่าว .. นกหันหลังทำไมอ่ะนั่น T-T)/
แต่ก็สังเหตุเห็นว่า โฟกัสไปอยู่กลางลำตัว .. คือ หัว กะตัว และก็หาง ต้องดูให้ดีครับ ว่าตรงไหนมันชัดสุด
ส่วนสีด้านหลังนี่ กะลังสวยเลย ที่เห้นสีฟ้าคือสระว่ายน้ำ (ของที่อื่น -_-') อยู่ไกลๆ ช่วยให้มีสีฟ้าแจมเข้ามา


ได้แล้วๆ .. ปรับโฟกัสแล้ว เช๊งกะเดะอยู่ตรงหัวพอดี .. แต่อย่าทำหัวดุ๊กดิ๊กนักสิ ..
คือมันจะทำท่านกเขาน่ะครับ .. เอ่อ คือท่าเหมือนไก่เดินน่ะครับ หัวกระดก ด่ก .. ทางซ้ายที ขวาที่
เหมือนหาเสียงชัตเตอร์ของปาปารัสซี่อยู่ .. ไอ่เราก็กลัวมันบินไปเหลือเกิน ..


อ่ะ!! แช๊ะ!!!
^-^)/ นอนตายตาหลับล่ะครับ ... เหมือนปราบหัวหน้าใหญ่ได้แล้ว .. ประมาณนั้น

เราเองก็ไม่รู้มาก ว่าจริงๆควรจะถ่ายแบบไหน เคยไปอ่านในเว็บภาพถ่าย มีคนแนะนำไว้น่าสนใจว่า
การถ่ายภาพสัตว์นั้น จะให้ดีควรจะโฟกัสไปที่ "ดวงตา" .. อืม .. น่าจะจริงนะครับ ซึ่งจริงๆแล้ว
ไม่ว่าจะสัตว์ หรือคนถ้ามีโอกาสโฟกัสที่ดวงตาได้ ก็คงสามารถสื่อสารอะไรออกมาได้จริงๆ

ทุกเสต็บ ก็คงต้องค่อยๆเรียนรู้ไป .. ต้องเปิดใจอย่าทำตัวเป็นกาแฟเต็มแก้ว -_-' เอ๊ย ชาเต็มแก้วล่ะมั๊งครับ
จะได้รินสิ่งใหม่ๆเพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ ..

ปล.ขอบคุณนายแบบ (หรือนางแบบก็ตาม) มากๆ ไว้มีโอกาสมาเกาะใหม่นะ ^-^

2008/Aug/19

นั่งดูรูปแล้วรู้สึกว่าไม่ได้ไปอัดรูปนานแล้วเหมือนกันแฮะ
อยากจับเป็นใบๆ พลิกไปมามากกว่าดูตอนเสียบปลั๊กกับคอม

ก็เลยจัดรูปไว้ชุดนึง .. กะลังจะไปอัด .. เกิดนึกครึ้มใจ
อยากทำขาว - ดำขึ้นมา .. พอได้ภาพแล้ว .. เอามาพลิกๆดู ..

พึ่งสังเกตุว่าภาพมันออกแนวเหงาๆ โดดเดี่ยวๆพิกล
ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า .. จะส่งไปให้เพื่อน .. จะดีไหมหว่า

คิดไปคิดมา .. ยังแก้ปัญหา สีหน้าจอไม่ตรงกับร้านอัดไม่ได้ ลืมไปทุกที
ภาพออกมาติดสีเข้มกว่าที่คิดไป 20% .. คราวหน้าเปลี่ยนร้านอัดดีกว่าแฮะ
ดูจะแก้ปัญหาได้ง่ายกว่า .. มันคงมีสักร้านแหล่ะน่า ที่ตั้งสีหน้าจอใกล้เคียงกะเรา
-_-' (ปัญหานี้แก้มา 2 ปีแล้ว .. ลืมทุกที)


ปรกติจะถ่ายแต่แก้วกาแฟ .. จริงๆก็ชงชากินสลับกันไป .. ใบชาอูหลง ใบใหญ่ๆแบบนี้เลย
หอม .. สีชาอ่อนๆ รสชาติชงดื่มได้ทั้งวัน (ถ้าชอบเย็นๆแค่เติมน้ำแข็ง ไม่ต้องปรุง รสอ่อนๆของชา
ก็ช่วยให้สดชื่นได้แล้ว อ้อ .. อันนี้ชงไว้ถ่ายเล่นๆ ถ้ากินจริงจะเอาที่กรองกาแฟมารองก่อนรินใส่แก้ว
ตอนดื่มจะได้ไม่ติดใบชาให้น่ารำคาญ และก็ใบชาจะได้ไม่แช่ในน้ำนานจนมีพิษ และเสียรสชาติได้)


ภาพนี้ฟลุ๊กมากๆ .. มีนกเขา บินมาจุ๊กกรูๆ ตอนเช้าๆ ที่หน้าต่าง (เกาะคอมเพรสเซอร์แอร์อยู่)
เลยได้ภาพนี้มา .. จริงๆถ่ายทะลุผ่านมุ้งลวด แต่เลนส์ซูมจะช่วยขจัดตาข่ายของมุ้งลวดไป
เพราะเลนส์จะมีระยะชัดที่ติ้นมากๆ พ้นโฟกัสไปก็เบลอหมด .. ทั้งดีและไม่ดีนะนั่น ภาพนี้บังเอิญดี ^-^'


อ่ะ .. แก้วกาแฟของคราวก่อนโน้น .. ฟองมันเรียบดี เลยขอสักมุม


ภาพผีเสื้อ ตัวเล็กมากๆๆๆๆ ตัวสีขาวเนี่ยถ่ายยากอ่ะ แสงชอบส่อง detail ลายปีกมันหายหมด -_-'
(ถ้าให้ under ทั้งภาพก็ไม่สวยซะอีก .. เดี๋ยวปั๊ดจับปักหมุดแล้วสตาฟไว้ถ่ายซะเลย)


ภาพนี้ซูมกล้องอยู่แล้วแพนซ้าย - ขวาไปเรื่อย .. << แนวถ้ำมอง -_-'
มองไปเจอมุมเล็กๆ ของอากาศตอนจะเช้านี้เข้า .. จริงๆก็คัดทิ้งได้
แต่ทำไมชอบก็ไม่รู้ ^-^'


ภาพหอยตอนไปหัวหิน .. เรียกว่า "หอยเหงา" ล่ะกัน -_-'
มัน .. นิ่งๆ อารมณ์นั้นดี (ก็มีแต่เปลือกนิ)


กาแฟ No.2 .. ดึกแล้ว .. หิวปิดท้าย .. สรุปว่าได้มาขาว - ดำล้วนๆ
ดูรูปขาวดำ แล้วก็อยากได้ภาพสีขึ้นมา .. เออเนาะ .. ที่จริงน่าจะเอาไปทำทั้ง 2 แบบ
ทำไมไม่คิดตอนนั้นก็ไม่รู้แฮะ 55

ปล.2ภาพหลัง edit เพิ่มเข้ามา .. จริงๆอยากลงภาพสีด้วยนะเนี่ย .

2008/Aug/15

เป็นการนำทฤษฏีแม่สี และสีตรงข้ามที่เคยนำเสนอไปมาปัดฝุ่นอีกครั้ง แบบ interactive ครับ

เรื่องของทฤษฏีทางศิลปะนั้น สีตรงข้าม นับเป็นเรื่องสำคัญ ที่ควรจะรู้อย่างลึกซึ้ง เพราะสามารถนำไปใช้ได้ ตลอดเวลาและจริงๆแล้ว สีตรงข้าม เป็นเรื่องสนุกมาก

โดยมากสีตรงข้ามมักถูกนำไปใช้อยู่ 2 แง่ คือ 1 เรื่องของการจัดองค์ประกอบ (จัดวางรูปทรงต่างๆ หรือที่ว่างให้เหมาะสม กับภาพที่กำลังจะวาด) เช่นการดูสมดุลย์ โดยความรู้สึกว่าภาพนี้ ควรจะเติมสีอะไรลงไปเพิ่มดี การใส่สีที่ตรงข้ามกับสีเพลนใหญ่ๆที่มีอยู่แล้ว ก็จะช่วยให้องค์ประกอบในภาพดูเติมเต็มขึ้นเป็นต้น และ 2 การนำตัวสีมาผสมกัน เพื่อควบคุมโทนสีไปในทิศทางที่ต้องการ ไม่ว่าจะโทนเน่า หรือโทนสด หรือรู้จักเลือกหยิบสีตรงข้ามมาใช้ผสม ก็จะได้เฉดสีแปลกๆ ช่วยให้งานดูน่าสนใจขึ้นได้

ก่อนจะมึน .. ลองไปดูตารางสีกันดีกว่า

ถ้าลองสังเกตุดูดีๆ จะเห็นว่า ทฤษฏีสีตรงข้าม ถูกนำไปดัดแปลงใช้อย่างเหมาะสมในหลายๆเรื่อง แม้กระทั่งในเรื่องรอบๆตัวเรา เช่น ไฟเขียว-ไฟแดง (ตรงข้ามกันทั้งในแง่คุณสมบัติของสีที่ตัดกัน ช่วยให้แยกแยะชัดเจน และตรงข้ามในความรู้สึกทางอารมณ์) และเมื่อผ้าสักหลาดบนโต๊ะสนุกเกอร์มีสีเขียว ลูกสนุกเกอร์ที่เยอะที่สุดจึงมีสีแดง เพื่อจะได้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น, กรวยกั้นเลนส์บนท้องถนน จึงได้มีสีส้ม เพราะถูกมองเห็นได้ง่ายที่สุด ท่ามกลางท้องฟ้าโทนน้ำเงินยามค่ำคืน ..

โอกาสหน้า จะมายกตัวอย่างการนำทฤษฏีนี้ไปใช้กับงานศิลปะนะครับ ^-^

ปล.คุณนกทักมาว่า บล๊อกจะออกแนววิชาการเกินไปแล้ว ^-^' ผมก็เริ่มเห็นด้วยซะด้วยสิ 55
เดี๋ยวพักเป็นหารูปสวยๆมาแบ่งปันกันดีกว่าแฮะ

 



ลิงใจดี
View full profile