2008/Jun/21

สวัสดี .. ผมโคตรคิดถึงกลุ่มเพื่อนๆที่นี่เลย 555
เนื่องจากย้ายบ้านไป ยังจัดการชีวิตไม่เรียบร้อยเลย แถมเข้านอนตอนเช้า
ทำงานแบบ Offline มาทั้งอาทิตย์ .. เข้า Net ทางมือถือ มันทรมานพิลึกๆ


ตอนย้ายชีวิตไปอยู่อีกที่ มันมีแต่เรื่องราวใหม่ๆ สนุกดี ..
บางวันเดินๆอยู่ก็คิดว่าถ้าเอาเรื่องนี้มาเล่า จะเป็นยังไงนะ .. อีกแป๊บก็มีเรื่องสนุกๆอันอื่นอีกแล่ะ 55
เอาว่า ไว้ชีวิตลงตัวเมื่อไร คงมีเรื่องหลากลายมาทยอยแบ่งปันกันเหมือนเคย ^-^

ช่วงนี้งานที่ทำๆส่วนใหญ่ก็จะเป็นงานเขียนโปรแกรมในอินเตอร์เน็ต
ก็เลยมีแต่เรื่องฐานข้อมูล กับโปรแกรมมิ่ง มันอาจจะเล่าไม่สนุกเท่าไร -_-'
แต่เมื่อ 3-4 วันก่อน มีเอเจนซี่บริษัททำงาน E-vent ติดต่อมา ให้เข้าไปคุยงาน
ผมเลยนึกๆได้ว่า ไม่ได้ทำงานกับเอเจนซี่มานานแล้วเหมือนกัน

ผมเล่าเรื่องงาน ทีวีดีกว่า ..
ผมเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทีวี (นอกจากกดรีโมทที่บ้าน) ไม่กี่ครั้ง
ครั้งนึงคือตอนที่ไปเล่นเกมส์วัดดวง ซึ่งก็นานมากแล้ว ประมาณ 2 ปีกว่าๆ ตอนนั้นเป็นเกมส์วัดดวงตอน
"คนรักหนัง" เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ กลุ่มคนที่รักภาพยนตร์ พอดีก่อนหน้านั้นผมเข้าไปติดต่องานที่ตึก
แกรมมี่บ่อยๆ แล้วทีมงานก็ไปโยงๆกะไอ่พี่น้าเน็ก (<จะเรียกท่านว่าอะไรดี -_-') แล้วพอทางน้าเน็ก
มีเกมส์วัดดวงตอนนี้ ก็เลยมีการโทรตามๆ แนวจิกๆกัน ระหว่างทีมเกมส์โชว์ สรุปว่า ไปก็ไป (วะ)
เพราะนอกจากจะมีข้าวฟรี น้ำฟรีแล้ว .. ยังมีโอกาสลุ้นแจ็กพอร์ตกลับบ้าน


เกมส์วัดดวง พิสูจน์แล้วว่าผมไม่มีดวงเสี่ยงโชคเอาเสียเลย -_-'

ไม่อยากจะบอกเลยว่า .. ผมตกรอบเพราะอะไร .. อะๆ เล่าก็ได้ ^-^'
หลังจากผ่านการคัดตัวไปสองรอบ .. (เล่นที่เมเจอร์ รัชโยธินจำได้แม่นเลย)
ก็พักทานข้าว กล่องข้าวนั้นมีทั้งแบบรัดหนังยางมา และไม่ได้รัด ผมอุตส่าห์เลือกแบบรัดหนังยางแล้วนะ
(กลัวเจอมุขไม่มีหนังยางถือว่าไม่รักหนัง) ที่ไหนได้ พอจะเปิดกล่องกินเท่านั้นแหล่ะ
ทีมงานบอกว่า ในกล่องมีข้าวมันไก่ กับข้าวขาหมู .. ข้าวของใครมีแต่เนื้อ (ไม่มีหนัง)
ถือว่าไม่รักหนัง .. ตกรอบ .. เฮ่ย!! เอาี้งี้เลยเหรอ .. แล้วอย่างนี้ ทำไมตูจะต้องมาเล่นเนี่ย
คือแบบว่า .. เข้ารอบแบบนี้ ให้เด็กแถวบ้านมาเล่นก็ได้ -_-'

นั่นแหล่ะครับ .. ตกรอบเพราะดันได้ข้าวขาหมูไม่มีหนัง ..
หลังจากนั้นผมก็เลิกกินหนังในข้าวขาหมู ตลอดมา T-T)


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


โฆษณางานแสดงสินค้า 15 วินาที อย่างน้อยเราก็เอาชนะโจทย์ที่ตัวเองตั้งไว้ได้

สำหรับงาน TV อีกตัวที่ได้ทำคือ โฆษณางานแสดงสินค้าของ Thailand Bestbuys เมื่อสองปีที่แล้วครับ
จริงๆแล้วงานแบบนี้จะมีบริษัทเข้าไปประมูลงานกันหลายบริษัท ตอนนั้นผมก็เป็น 1 ในนั้น
(เป็นฟรีแลนซ์อาชีพนี่ไม่หมูนะครับ ต้องทำเอกสารประมูลต่างๆเหมือนระบบบริษัทเลย)
หลังจากนั้นก็ได้งานมา แล้วเข้าใจไหมครับว่างานแสดงสินค้าส่วนใหญ่ เวลาทำโฆษณาทีวี
ก็ต้องเป็นเอาสินค้ามาโชว์ใหญ่ๆหน้าทีวี แล้วมีเสียงดังๆประมาณว่า ... "งานแสดงสินค้าครั้งยิ่งหญ่ายๆๆๆๆ"
คือ ว่ากันตรงๆ เหมือนโฆษณาโทนาฟ .. แบบ "แผลไฟไหม้ .. (แล้วก็ภาพกองหนังสือพิมพ์ไหม้ -_-')
น้ำร้อนลวก (แล้วก็มีเด็กวิ่งไปชนกาน้ำร้อน T-T) .. " ตอนนั้นผมคิดว่า งบประมาณจำกัดก็จริง
แต่อยากทำแบบอื่นบ้าง .. ด้วยความเป็นฟรีแลนซ์มั๊งครับ พอเสนออะไรแปลกๆ แรกๆก็งงๆกัน
ทีมผม (ตอนนั้นมีกัน 2 คน -_-' อย่าไปบอกลูกค้านะ) เลยทำงานออกมาเป็น Animation
ออกมาก็สนุกดี .. ตอนนั้นผมกับเพื่อนก็แบ่งงานกัน งานกราฟฟิคทั้งหมดผมทำ ส่วนงานด้านเสียง
ก็ให้เพื่อนไปหานักพากษ์มาอัดเสียง และไปเช่าห้องอัด เสร็จแล้วก็เอามารวมกับภาพที่เสร็จแล้ว
ออกมาทำเป็นเทป ไปส่งเซ็นเซอร์ส่วนเรื่องซื้อเวลาออกอากาศนั้น ลูกค้าทำ ..

(เบื้องหลังจริงๆงานหนักโคตรๆเลยครับ -_-') หลังจากนั้นผมก็เลยถอยๆออกมาจากงาน TV
เพราะรู้แล้วว่า งานบางอย่าง มันต้องการคนมากกว่าแค่คนสองคน ออกมาทำงานสิ่งพิมพ์
กับเขียนโปรแกรมก็สนุกดี เพราะจัดการได้เพียงลำพัง ง่ายกว่ากันเยอะ ..
แต่งานทีวี เงินเยอะกว่าครับ ^_^' เสียดายเหมือนกัน

สำหรับใครทีมีเสียงดีๆ ผมอยากแนะนำให้ไปทำอาชีพนักพากษ์เสียงมากเลย
เพราะตอนผมใช้บริการนักพากษ์มาอ่านสปอตโฆษณานั้น ประมาณ 15 วินาที
นักพากษ์รับเงินสดไปเลยครับ 1 หมื่นบาท -_-' ไม่ต้องหักภาษีใดๆด้วย
เล่นเอา ..คนทำโฆษณาทั้งตัวอย่างผมกับเพื่อนยังอิจฉาเลยครับ .. 55



และนี่ คืองานโฆษณาที่ผมกับเพื่อนทำกันเพียง 2 คนในตอนนั้น .. บรรยากาศอดหลับอดนอนนี่
ลอยมาเลยครับ พอคิดถึงช่วงเวลานั้น .. แต่ก็ภูมิใจที่ทำกันมาจนได้ แม้ว่าลูกค้าจะมีเวลาน้อย
(ได้ยิงโฆษณาแค่ 2 อาทิตย์สุดท้ายก่อนเริ่มงาน) เพราะตอนนั้นมีอีกหลายงานที่ต้องทำกัน
แต่ก็สนุกดี ที่ได้เห็นงานของตัวเอง บนจอทีวีที่บ้าน ^-^


เอาไว้คราวหน้า หาอะไรมาเล่าใหม่เน้อ ..
ปล.เจอ EMS ของ Exteen กองโตเลย ชีวิตออฟไลน์นี่ก็สนุกดีนะครับ 555

2008/Jun/09

มีไม่บ่อย ที่ผมจะเจอข่าวกระแทกให้จุกอก .. ซึ่งข่าวนี้เป็นอย่างนั้น

แทบไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริง เมื่อชายหนุ่มคนหนึ่ง กำลังรายงานเหตุฆาตรกรรม
ที่ตัวเองกำลังจะไปก่อออนไลน์สดๆไปยังเว็บไซต์ และตัดสินใจกระทำการเหล่านั้นกับคนที่ไม่รู้จัก
ไม่เคียดแค้น .. ไม่ผูกพันใดๆ .. มันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลยจริงๆ ..

ได้แต่หวังว่า ความพัฒนาคงไม่ทำให้วิวัฒนาการของมนุษย์ต้องบิดเบี้ยวไปกว่านี้
ดูแลตัวเองและคนใกล้ชิดทั้งร่างกาย และจิตใจกันไว้ด้วยนะครับ ..

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ภาพเหตุการณ์ชุลมุนที่อากิฮาบาระ เที่ยงวันที่ 8 มิถุนายน 2551


เลือดไหลรินบนถนน

ต่อไปนี้คือข้อความที่"มือฆ่าอากิฮาบาระ" รายงานวีรกรรมขับรถบรรทุกเข้าปะทะและกระหน่ำแทงฝูงที่เดินอยู่
ในย่านอากิฮาบาระ (Akihabara) ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น
และวีดีโอเกมขนาดใหญ่ในกรุงโตเกียวไว้ในกระทู้ออนไลน์ของเว็บไซต์ญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง


โทโมฮิโร คาโตะ มือแทงอากิฮาบาระ

05.21 น. เช้าวันอาทิตย์ "ผมกำลังไปที่อากิฮาบาระเพื่อฆ่าคน ถ้ารถของผมถูกทำลาย
ผมจะใช้มีดแทน ลาก่อนทุกคน" จากนั้นไม่กี่วินาทีถัดมาก็ปรากฏข้อความนี้ "ผมเหนื่อย"

06.31 น. "ได้เวลาแล้ว ผมกำลังไป"

09.48 น. "เริ่มเข้าเขตคานางาวะ (Kanagawa) แล้ว ผมกำลังพักผ่อน"

11:45 น. "ถึงอากิฮาบาระแล้ว วันนี้มันเป็นถนนคนเดิน คิดว่านะ"

12:10 น. "ได้เวลาแล้ว" เป็นข้อความสุดท้ายที่โทโมฮิโร คาโตะ มือแทงอากิฮาบาระรายงานแผนฆ่าหมู่อย่างโหดร้าย


ขณะตำรวจเข้าคุมสถานการณ์



ภาพการไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตในวันนี้

รายงานระบุว่า เวลา 12.30 น. คือช่วงที่รถบรรทุกสำหรับเช่าถูกขับเข้ามาปะทะฝูงชน
ที่กำลังข้ามถนน ปกติย่านอากิฮาบาระที่ถูกปิดเป็นถนนคนเดินนั้นถือเป็นสวรรค์ของนักช้อป แต่สำหรับวันอาทิตย์ที่ผ่านมากลับเป็นนรกที่ไม่ว่าใครก็ต้องผวา โดยผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้
มีอายุตั้งแต่ 19-74 ปี เป็นชาย 6 คนและหญิง 1 คน ได้รับบาดเจ็บเกิน 10 คน

การโพสต์แผนฆ่าคนบนโลกออนไลน์ของฆาตกรโหดรายนี้บนกระทู้ ถือเป็นการแสดงอิทธิพล
มหาศาลของโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของชีวิตสำหรับคนตัวคนเดียวในอพาร์ตเมนท์
รูปแบบชีวิตที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยไม่มีการติดต่อกับเพื่อนบ้านหรือบุคคลอื่นนอกจากเรื่องงาน

จากการประเมิน พบว่าชาวญี่ปุ่นมากกว่า 1 ล้านจาก 128 ล้านคนที่ปิดตัวเองจากโลกภายนอก
อยู่ในห้องนอน ชาวญี่ปุ่นกลุ่มนี้โดยเฉพาะเด็กมักจะใช้ชีวิตออนไลน์ เล่นเกม และดูทีวีในห้อง
การออกจากห้องจะเกิดขึ้นกลางดึกเพื่อไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน

ญี่ปุ่นนั้นเป็นหนึ่งในประเทศพัฒนาแล้วที่มีอาชญากรรมน้อยที่สุด ซึ่งมีอัตราฆาตกรรม
ประมาณการที่ 1.1 ต่อ 100,000 คน (ตัวเลขปี 2005) ต่ำกว่าตัวเลข 3.2 ของสหราชอาณาจักร,
2.9 ของเยอรมนี และ 5.6 ของสหรัฐอเมริกา โดยเหตุสลดใจที่เกิดขึ้นในย่านจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยี
ชื่อดัง ของญี่ปุ่นอย่างอากิฮาบาระ ทำให้เว็บไซต์เทคโนโลยีหลายแห่งของญี่ปุ่นร่วมลงข่าว
เพื่อไว้อาลัยต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ผมถือว่าการร่วมเสนอข่าวนี้ ก็เพื่อกระตุ้นเตือนอะไรบางอย่าง ในตัวเราๆ ที่ใช้อินเตอร์เน็ตกันครับ
และเชื่อว่า .. สาเหตุไมไ่ด้มาจากอินเตอร์เน็ตตามข่าวแน่นอน แต่ก็ถือเป็นความบกพร่องของสังคม
และครอบครัวด้วย จริงๆ ครับ


ขอขอบคุณแหล่งที่มา ผู้จัดการออนไลน์

2008/Jun/08

สวัสดีจ้า ..

หายไปหลายวันทีเดียว นอกจากเรื่องที่บ้าย้ายบ้านแล้ว -_-' ก็ยังมีเรื่องงาน วุ่นพอดู
แต่ก็สนุกดี .. ถ้าริอยากจะมีความฝันหลายอย่างให้ไล่ตาม ก็คงต้องเพิ่มความเหนื่อยให้มาก
ตามความฝันไปด้วย ..

ได้รับโปสการ์ดจากเพื่อนๆพอดูสำหรับอาทิตย์ที่ผ่านมา .. แปลกดี บางใบส่งวันเดียวก็มาถึง
บางใบก็ข้ามอาทิตย์ วันที่หมกมุ่นอยู่กับอะไรบางอย่าง พอมีโปสการ์ดมาถึงสักใบ
มันเยียวยาหัวใจได้ดีเชียวล่ะ ^-^


จริงๆมีเรื่องจะอัพเดทเยอะ .. แต่ว่าที่บ้านโทรมๆหลังใหม่ ยังไม่ได้ต่ออินเตอร์เน็ตเลย (น้ำ-ไฟ เข้าก็บุญแล้ว)
ก็เลยต้องเก็บไว้ทยอยๆไป ..

เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนโน้น .. น้อง i-phan ได้แนะนำการทำ E-book ไป ซึ่งผมเองก็สนใจพอสมควร
หลังจากนั้นก็ลองค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ดูพบว่า E-book นั้นมีหลายแบบมากๆ แต่ก็พอจะหาอะไร
มาแนะนำกันได้น่าสนุกดี

E-book นั้น ก็คือ หนังสือดิจิตอล ถ้าใครอยู่กับฐานข้อมูลอาจจะพบว่ามันก็ไม่สำคัญเท่าไร
เพราะฐานข้อมูลก็สามารถเขียน report ออกมาลักษณะนี้ได้ E-book ง่ายๆนั้น นอกจาก MS word แล้ว
ไฟล์ Acrobat (.pdf) ก็ถือเป็น E-book ที่ดีได้เหมือนกัน

จริงๆเรื่องมันยาว .. เอาย่อๆก็ตั้งแต่ Adobe (บริษัททำ Photoshop) ซื้อ Macromedia ซึ่งเป็นคู่แข่งไปซะ
จึงมีการควบรวมโปรแกรมระหว่าง 2 บริษัทนี้ออกมา ทำให้โปรแกรมหลายๆตัวลงตัวมากขึ้น
เช่น Adobe มี Photoshop, Illustrator, Acrobat และ Premier (โปรแกรมตัดต่อ) ฯลฯ เป็นตัวเก่ง
Macromedia ก็มี Dreamweaver (ทำเว็บ), Flash , Firework , Authorware ฯลฯ

เมื่อ 2 บริษัทผสมกัน จึงมีการตัด และเพิ่ม ซอล์ฟแวร์ดีๆออกมาเยอะ และก็เริ่มดีขึ้น เมื่อเว็บดู Movie ออนไลน์
อย่าง Youtube ตัดสินใจใช้ Flash ในการแก้ปัญหาการสตรีมมิ่งไฟล์ Vdo (ทำให้โหลดและดู Movie ออนไลน์
ได้ และป้องกันการ copy โดยตรงจากตัวไฟล์ ทำให้แก้ปัญหาเรื่องลิขสิทธ์) ซึ่งเป็นทางออกใหม่ๆให้กับ
Application Online หลายๆตัว โดยเฉพาะในยุคที่ Vdo online ตอนนั้นอยุ่ระหว่างจะไปทาง
Windows Movie Player หรือ .rm ของ Real Player ดี จึงทำให้การใช้ Flash พัฒนาเป็นโปรแกรม
ออนไลน์ น่าสนใจมากขึ้น (เพราะความสามารถในการเขียน Action Script เพิ่มเติมทำให้ Flash
ขยายขอบเขตตัวเองไปมากพอดู)

มาถึง e-book (-_-' ไปซะยาวอีกแล้ว) เริ่มมีบริษัทหัวใสมองเห็นจุดนี้ จึงสร้างโปรแกรม
ที่ output ไฟล์ออกมาเป็น SWF มากขึ้น (ไฟล์ของ Flash) เพราะไฟล์นี้สามารถ export
ต่อเป็น .exe ได้ เท่ากับว่าทำเป็นไฟล์โปรแกรมเล็กๆได้เลยตัวนึง Flash จึงแก้ปัญหา
หลายๆอย่างได้ การทำ E-book ด้วย Flash ซึ่งรองรับทั้งรูปภาพ, ข้อความ, ไฟล์เสียง
และ Vdo จึงเป็นทางออกที่น่าสนใจนั่นเอง


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

หลังจาก Search หาโปรแกรม E-book ก็ได้พบว่ามีทั้งโปรแกรมที่สร้างไฟล์ e-book จริงๆ
ของตัวเอง (มีนามสกุล .xxx เป็นของตัวเอง) กับโปรแกรมที่ใช้ Flash ดังนั้น ถ้าจะเรียกให้ถูก
โปรแกรม e-book จาก Flash ที่ทำเป็นภาพเหมือนเปิดหน้าหนังสือจริงๆ จึงมักถูกเรียกเป็น
Flash Flipper มากกว่า ซึ่งก็ดูสมเหตุสมผลดี (ไม่งั้นผลการ search จะปนกันเยอะมาก)
ผมค้นหาได้โปรแกรม Free ware (โปรแกรมให้ใช้ฟรี แต่อาจไม่ใช่ของฟรี -_-' เช่นอาจมีโฆษณา,
แถมไวรัส หรือกระทั่งแอบเจาะเข้าเครื่อง แต่โปรแกรมอาจเขียนขออนุณาติไว้แล้ว ถ้าเราอ่านก่อนติดตั้ง ;P)


*หน้าตาโปรแกรม อาจจะมี background เห่ยๆ แต่โดยรวมดีกว่าโปรแกรมเสียเงินบางตัวอีกครับ

เจอโปรแกรมที่ใช้ได้จริง และปลอดภัย 100% แล้วตัวนึง นั่นคือ Minos Album (ดาวส์โหลดที่นี่จ้า)
ตัวโปรแกรมใช้ Flash เป็นไฟล์สำเร็จ และได้ Output ไฟล์เป็น .exe ทำให้คลิ๊กเล่นได้เลย

วิธีใช้งาน

ง่ายมากเลยครับ เมื่อดาวส์โหลดมาติดตั้งแล้ว (คลิ๊กตามสเต็ปไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรพิสดารจ้า ^-^')
พอเรียกใช้งานจะพบกล่องข้อความ ถ้าเราอยากจะสั่งซื้อเวอร์ชั่นเสียเงิน ซึ่งมีความสามารถมากขึ้น
แต่เวอร์ชั่นนี้ก็ใช้ได้ดีจริงๆแล้วครับ ไม่จำกัดวัน หรือจำนวนครั้ง หรือจำนวนหน้าของ e-book ด้วย
ลุยต่อก็คลิ๊กที่ Continue กันเลย



ตาม step ในภาพด้านล่างครับ

1.เลือกไฟล์ภาพที่จะเอามาทำ Album ภาพ
2.เลือก icon (สัญลักษณ์ของ icon เก๋ๆแบบของเราเอง โปรแกรมจะมีมาให้จำนวนนึง เป็นไฟล์ .ico ครับ)
3.กด Create Album กันเลย


โปรแกรมประมวลผลแป๊บเดียว .. ก็จะถามหาที่เซฟไฟล์ที่เสร็จแล้ว เลือกที่เก็บแล้วคลิ๊ก save ได้เลย


เสร็จแล้ว .. ก็ออกมาดังนี้นี่เอง .. ^-^
ส่วนการเล่นหนังสือนั้น .. ดูตามสัญลักษณ์ของโปรแกรมก็เข้าใจครับ < ถอยหลัง > ไปข้างหน้า
ที่อธิบายไว้คือสัญลักษณ์ที่ดูยากนิดนึง คือปุ่ม Print กับปุ่มกลับสู่ Index (หน้ารวมทุกภาพเป็นภาพเล็ก)
นั่นเอง ..

คลิ๊กเปิดได้เหมือนสมุดจริงๆ .. สนุกดี ซึ่งผมพบแล้วว่า เหมาะสำหรับเวลาไปถ่ายรูปมาเป็นล้านรูป
จะเก็บไว้ในคอมก็ 100 ปีจะได้ดูสักที จะลบก็เสียดาย ดังนั้น ทำเป็นอัลบัมแบบนี้ไว้ แล้วตัวไฟล์รูปจริง
ก็ write เป็น cd แยกเก็บไปเลย อยากดูก็ดูเป็นอัลบัมในคอมแบบนี้ จะสะดวกกว่าครับ เพราะภาพที่เล็กลง
ทำให้ทั้งอัลบัมกินเนื้อที่น้อยกว่าเก็บไฟล์จริงๆด้วยนั่นเอง

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ปล.นานๆใช้เน็ตที อัพซะคุ้มเลย 555
ปล.2 ดาวส์โหลดโปรแกรมได้ที่นี่ครับ download.com ทำ link ไว้แล้วจ้า
ปล.3ผมได้ทดลองสร้างอัลบัมจากภาพสีน้ำ 20 ภาพ ที่เคยวาดไว้ทำโปสการ์ด ใครสนใจดาวส์โหลดไปเปิด
พลิกดูเล่นๆได้ที่นี่จ้า (ดาวส์โหลดอัลบัมโปสการ์ด 20 ภาพ) ^-^



ลิงใจดี
View full profile