2008/Aug/04

เมื่อวานเสร็จงานที่ทำทั้งวันทั้งคืนไป ..
เข้าไปนั่งทำงานที่ออฟฟิศโปรดักชั่นเฮาส์แห่งหนึ่งตั้งแต่เช้า จนพนักงานในบริษัททยอยกลับกัน
เหลืออยู่ 2-3 คนที่ต้องรับผิดชอบงาน .. เรานั่งทำงานกันต่อจนถึงเช้า จึงเสร็จส่วนที่รับผิดชอบไป
ตลกดี .. แก่ๆกันแล้วก็ยังมีงานที่ต้องทำ 24 ชม.กันอยู่อีก (เหมือนเด็กๆตอนเผางานส่งครู่)
ผมเก็บของกลับ .. หลับมาบนรถเมล์ประมาณ 40 นาที .. โทรศัพท์ดังให้กลับไปทำงานอีกชิ้น .. นรกจริงๆ -_-'


.................................................................................................
งานจัดหน้าหนังสือ คนทำงานจะรู้ว่าวัน "ปิดเล่ม" นั้น .. นรกแตกเพียงใด
ต้องตรวจทุกตัวอักษร ทุกเคาะ .. ทุกภาพ ทุกๆที่ว่าง ... งานละเอียดขนาดนั้น ผมละไม่ถนัดเลย
เพราะผมค่อนข้างเป็นคนมักง่าย และขี้เกียจ .. เมื่อรู้ดังนั้น จึงมักจะต้องละเอียดให้มากขึ้น มันยากจริงๆ

เสร็จงานกลับมาหลับ .. แบบที่เรียกว่า "สุขในทุกข์" .. เนื่องจากงานที่ทำส่วนใหญ่ก็จะใช้เวลาตอนกลางคืนด้วย
เพราะมักมีแต่งานเร่งๆเข้ามา .. ทำให้มักต้องอดนอน .. แล้วไอ่ 20 นาทีหลังจากล้มตัวลงนอนแล้วจะหลับ
ไม่หลับแหล่เนี่ย .. มันมีความสุขชนิดที่ว่า .. มีพอลล่ามายืนตรงหน้าสัก 10 คน เราก็ยังเลือกที่จะนอนนิ่งๆ
กอดหมอนข้างแต่เพียงลำพังอยู่ดี ..

การได้นอนอย่างที่ควร และได้กินอย่างที่ชอบ ..
คือโคตรความสุข .. ที่ผมคิด ..
แต่ถึงอย่างนั้น .. การเสพแต่เพียงความสุข
หรือได้รับแต่ในสิ่งที่ต้องการ คงไม่ใช่นิสัยที่ถูกของมนุษย์ ..

ผมคงบ้าตายกับความสุข และอยู่กับมันไม่ได้ .. ใครจะไปชินกับความสุขซ้ำๆทุกวี่ทุกวันได้
นั่นสินะ .. -_-'

.................................................................................................

เช้ามามีธุระที่เซ็นทรัลเวิร์ด .. ไม่ได้ไปนานแล้ว ต้องพกกล้องไปถ่ายรูป 2-3 รูป
พอดีเดินไปเจองานนิทรรศการที่อยากดู แต่ลืมไปแล้วเข้า .. โปะเชะเลย
ก็เลยได้เอามาฝากกันจ้า



เป็นงานแสดงภาพถ่าย EARTH FROM ABOVE ของคุณ ญานน์ อารฺตุส-แบรฺทรองด์
ภาพที่นำมาใช้เป็น key visual คือภาพหัวใจแห่งเมืองโวห์ นิวคาลีโดเนีย เจ๋งชะมัด
มีที่อย่างนี้ในโลกจริงๆ (มีบึงน้ำเป็นรูปหัวใจโดยธรรมชาติ ซึ่งถ้ามองจากพื้นก็คงดูไม่ออก)


ที่เซ็ง .. เอ๊ย เซ็น นี่เอง ^-^'


ภาพถ่ายทางอากาศ ทำให้ได้มุมมองแปลกๆให้ชวนคิด ถึงแม้ concept จะเน้นไปทางเรื่อง
สิ่งแวดล้อม .. และจะเป็นภาพจากต่างที่ต่างเมือง แต่ความที่มันคือ "โลกของเรา"
ซึ่งก็ได้สร้างจุดร่วมบางอย่าง ระหว่างศิลปิน และผู้ชมไ้ด้ไม่ยากนัก


ดูสิ .. ความแออัดของเมือง .. และมนุษย์ในบางพื้นที่ .. มุมแบบนี้คงมีแต่พระเจ้าที่จะมองอยู่จนชินตา


ยอดเขาคีรีมันจาโร ที่น้ำแข็งละลายไปเกลี้ยงยอดแล้ว .. (แต่ก่อนขาวโพลน)


แอบไปเจอมุมนี้ .. ไม่รู้ว่าเพราะอิทธิพลของหัวใจในภาพหรือเปล่า
มีเลยมีมุมแปลกๆของ รปภ. ภายในงานมาให้เห็น ^-^'


อาม่า อาอึ้มก็มาดูงานกัน .. เพราะภาพของคุณ ญานน์ แกมีชีวิตดีจริงๆ แม้หลายๆภาพ
จะสะท้อนความมีชีวิตที่เหลือ "น้อยลง" มากก็ตาม (จากภาพ เป็นการเก็บชาสักแห่งหนึ่ง -_-')


ภาพซากสนามบิน .. คือ เข้าใจว่าคุณญานน์แกจะนั่งเครื่องบินไปเรื่อยๆ ตามคอนเซ็บของเส้นทาง
ที่ได้วางไว้ แล้วก็ถ่ายมา ดังนั้นจะได้มุมมอง จาก "ความเชี่ยวชาญ" น่าสนใจเยอะมาก
ผมเชื่อว่าฝรั่งเองก็ยังหานิทรรศการแบบนี้ดูได้ยากเลย


ดูขัดแย้งกันนิดหน่อย .. นิทรรศการสิ่งแวดล้อม .. กลางเมืองที่โคตรจะเมือง -_-'


ผมเองก็ห่วงใยภาวะโลกร้อน ^-^'


ในงานมีโลกให้เราเดินเล่น .. เพื่อแสดงที่มาของภาพถ่าย ดูแล้วรู้เลยว่างานมัน "ยาก" ขนาดไหน
กว่าจะได้นิทรรศการดีๆแบบนี้มาให้เราได้ชมกัน


ฝรั่งยังอึ้งฝรั่งด้วยกัน .. มัน .. สวยงามแบบน่าตระหนกจริงๆ
ที่เห็นเป็นแท่งๆวางบนแผนที่นั้น เพราะดันมีฝรั่งมือบอน เอากำยานที่ซื้อมาไปวางปักเอาไว้ -_-'
แต่คนไทยใจบอน .. เห็นแล้วก็ไม่เก็บ กลับถ่ายรูปมาอย่างเดียว ^-^'

มีภาพดีๆหลายภาพเลย แต่งานที่จัดกลางแจ้ง ทำให้มีแสงสะท้อนในภาพเยอะ
ใครสนใจและมีเวลาว่างแนะนำให้ไปดูในงานดีกว่าครับ ..

ใครไม่มีเวลาก็แวะไปชมในเว็บของศิลปินได้ ตาม linkด้านล่างเลยครับ แล้วจะรู้ว่าเราโชคดีขนาดไหน
ที่ศิลปินหอบงานมาแสดงถึงที่ให้เราได้ดูกัน .. อ้อ มีภาพของประเทศไทยด้วยนะ ไปลุ้นกันเอาเอง
ว่าหลังคาบ้านใครจะไปอยู่ในงานบ้าง ที่แน่ๆ ไม่ใช่บ้านผมล่ะ .. เพราะดูมาแล้ว ^-^'

http://www.yannarthusbertrand.org

2008/Jul/28

ที่หลังบ้าน .. เป็นส่วนที่ยังไม่ได้ตะลุยเข้าไปดูทุกทิศทุกทาง
เนื่องจากเป็นบ้านที่ไม่ค่อยได้อยู่ .. จึงเต็มไปด้วยวัชพืชที่มาจากนก และมูลแมว
ที่ชอบมาลุยเล่น จนราวกับเป็นอาจักรของสิ่งมีชีวิตเล็กๆเหล่านี้


เมื่อวานขอยืมกรรไกรตัดหญ้าและมีดพร้าจากเพื่อน
ก่อนที่มันจะกลายเป็นหมู่บ้านของงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ..
กะว่ารุ่งเช้าตอนแดดไม่ออก ค่อยๆตัดไปวันละนิดๆ ..

ตื่นมาตอนฟ้ามืด ยังไม่หกโมง .. อากาศดี ..
รอจนแดดออกนิดๆ .. จากกรรไกรตัดหญ้าเปลี่ยนเป็นกล้อง
เลยใช้กล้องเก็บหญ้าไว้ก่อน .. พรุ่งนี้ค้อยใช้มีดพร้ามาตัดอีกรอบละกัน
555 ..


ต้นนี้ตอนตัดหญ้าครั้งที่แล้วยังไม่เห็นเลย .. สงสัยคงพึ่งมีเกษรคงปลิวมาติด
ตอนนี้หญ้ากอเท่าเอวเลย วัชพืชอุดมสมบูรณ์กันถ้วนหน้า -_-'


ตำลึง .. แทงยอดออมาให้พ้นคอนกรีตเพื่อรับแสงอาทิตย์


เต่าทอง .. ไม่ได้เห็นนานมาก แต่มันตัวเล็กมากๆ ตอนเด็กๆจำได้ว่าเต็มเลย


อันนี้ดอกอะไรไม่รู้ สีสดปี๊ดขึ้นมาเลย .. เป็นดอกที่โตจากไม้เลื้อยๆ พันๆม้วนๆ
จริงๆดอกดูสวยมากเลย (สังเกตุกอหญ้าทึบเชียว -_-')


ตัวนี้พออยู่ใกล้ๆมันจะหุบปีกทำเนียนราวกับใบไม้ ..


ต้นนี้แทงพ้นรูเล็กๆของพื้นซีเมนต์ขึ้นมาแบบพอดีต้นเลย
มองดูแบบนี้เหมือนเป็นต้นไม้ใหญ่ท่ามกลางผืนทะเลทรายเวิ้งว้างเลย 55


กระดุมทองขึ้นทุกงาน สำหรับบ้านที่ไม่ได้ตัดหญ้า ^-^'


อารมณ์นี้เลย "ดอกหญ้าในป่าปูน" ^-^

มันก็สนุกดีนะครับ .. นั่นแหล่ะ เดินถ่ายเพลินจนรอบบ้านตื่นกันหมด
สุดท้ายตัดหญ้าไปได้แค่เพียงรอบตัวที่ยืนอยู่เอง ..
สงสัยต้องใช้เวลาทั้งเดือน 55

2008/Jul/25

ปรกติผมไม่ค่อยได้ดูภาพยนตร์ในโรงสักเท่าไร
เหตุผลก็เหมือนไม่ค่อยมีเหตุผล ทั้งเรื่องเวลา, การเดินทาง และการเช็กรอบฉาย
รู้สึกแก่ๆแล้วมันไม่ค่อยสะดวกเอาเสียเลย ไม่เหมือนตอนวัยรุ่น เคยดูวันนึงถึง 3 เรื่อง .. เออ แฮะ


แต่เหตุผลอีกข้อก็คือ ผมรู้สึกว่าค่าตั๋วหนังแพงขูดเลือดกันเกินไป
ดูหนังเรื่องนึง 120 -170 บาท แล้วแต่สถานที่และเวลา (เช่นรอบพิเศษ วันพิเศษ โรงพิเศษ ฯลฯ)
ผมก็เลยมักจะตัดอารมณ์ไปว่า .. เอาเงินไปซื้อ DVD เก็บไว้ดูได้ตลอดชีวิตไม่ดีกว่าเหรอ
แน่นอน อรรธรสมันต่างกัน ..

เราดูคนเดียวที่บ้านไม่มีเสียงเล่า เสียงถาม เสียงเคี้ยวขนม รวมถึงเก้าอี้อาจกระตุกๆ
จากเท้าคนที่นั่งข้างหลัง เหมือนในโรงภาพยนตร์ ..

หลายๆครั้งผมเองก็แปลกใจ .. มันจะมีสักที่ไหม ที่ไม่ต้องเป็นแบบนั้น

จนกระทั่งผมไปเจอที่เฮาส์เธียเตอร์ .. ย่าน RCA
เฮาส์เป็นโรงหนังที่จัดฉายภาพยนตร์หาดูยาก แต่ไม่ได้เป็นหนังดูยาก นะครับ

หลายๆเรื่องที่เข้าฉาย ก็เป็นหนังง่ายๆ ดีๆ เช่น Always ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ทั้ง 2 ภาค
ที่เอาเงินผมไปได้ภาคละ 2 รอบ .. หรือหนังวัยรุ่นจากหนังสือการ์ตูนอย่าง Nana
และอีกสิ่งหนึ่ง .. ที่ผมชื่นชอบมากก็คือ ที่นี่ .. คุณจะได้รับของที่ระลึก
สำหรับระลึกถึงตัวภาพยนตร์ หรือการบรรยากาศการชมภาพยนตร์ของคุณ เป็นของกิ๊บเก๋ ดูอาร์ตๆ
และมีรสนิยมไม่เหมือนใคร .. นั่นก็คือ ฟิมล์ภาพยนตร์ ที่นำมาใส่กลักเหมือนฟิมล์สไลด์
ไว้เก็บให้ดูกิ๊บเก๋


*อันนี้จากเรื่องนานะ .. ผมชอบมากเลย ^-^'

คือเราจะรู้สึกเลยว่า .. เออเฮ่ย มันต้องตั้งใจ นะเนี่ย ถึงจะมาคิดและประดิษฐ์ประดอยอะไรแบบนี้ได้


อีกชิ้นจาก Nana เหมือนกัน ..

มันเหมือนเรื่องเล็กๆ .. ของก็เพียงแต่ชิ้นเล็กๆ .. แน่นอน มันสามารถซื้อความรู้สึกเล็กๆได้เลยนะเนี่ย

เฮาส์จึงเป็นเหมือน "บ้าน" ของคนอยากชมภาพยนตร์ ในแบบที่กล่าวไปข้างต้น
และด้วยราคาตั๋วหนังเพียงรอบละ 100 บาท .. แต่แน่นอน ไม่ใช่หนังทุกเรื่องตามตลาดจะเข้าฉายที่นี่
แต่อย่างน้อย .. เฮาส์ก็เป็นที่นึง ที่ผมรู้สึกเต็มใจจะจ่ายให้ แลกกับการได้เสพความรู้สึกจากภาพยนตร์ อย่างที่ต้องการ

*ปล.ไม่ได้มีค่าโฆษณาใดๆนะครับ .. แค่อยากเขียนแนะนำเพราะว่าควรจะต้องแนะนำกัน ^-^
เข้าชมเว็บไซต์ รอบฉาย ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.houserama.com/

 



ลิงใจดี
View full profile